ทดลองขับ BMW 2 รุ่นใหม่ 3 Series 2 รุ่นย่อย และ X5 xDrive30d M Sport
May 18, 2019
Motortrivia Team (4734 articles)

ทดลองขับ BMW 2 รุ่นใหม่ 3 Series 2 รุ่นย่อย และ X5 xDrive30d M Sport

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

● บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จัดการทดสอบแบบกลุ่ม สำหรับรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ 320d Sport และ 330i M Sport และเอสยูวี X5 xDrive30d M Sport ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี แบ่งการทดสอบเป็น 3 สถานีหลัก ตั้งแต่การทดสอบสมรรถนะในสนามแข่ง ทดสอบความคล่องตัวและความปราดเปรียวในการขับแบบ Gymkhana พร้อมทดสอบฟังก์ชั่น Reversing Assistant ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport และการทดลองขับบนถนนจริง ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู X5 ได้ทดลองระบบกันสะเทือน Adaptive M และระบบขับเคลื่อนบนเส้นทางแบบออฟโรด ทั้งทางลูกรัง และพื้นหญ้า

All New BMW 3 Series

● บีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 3 เจเนอเรชั่นแรก เปิดตัวปี พ.ศ. 2518 สร้างปรากฎการณ์ในวงการยนตรกรรม ด้วยสมรรถนะความปราดเปรียวที่เหนือระดับ และรูปลักษณ์สปอร์ตสะดุดตา ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ได้พิสูจน์ถึงความเป็นที่สุดแห่งยนตรกรรม หรือ “Ultimate Driving Machine” ด้วยเอกลักษณ์ดีไซน์ที่ทันสมัย สมรรถนะและประสิทธิภาพการขับเหนือระดับ รวมถึงนวัตกรรมล้ำยุคที่ครองใจแฟนๆ มาทุกยุคทุกสมัย

คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

● ล่าสุดกับบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 โฉมใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 7 พัฒนาทั้งในด้านดีไซน์ ระบบช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการขับ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับยิ่งขึ้น อันเป็นหัวใจสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู ภายนอกดีไซน์สปอร์ตสะดุดตา มาพร้อมเทคโนโลยีการขับที่ล้ำสมัย 320d Sport โดดเด่นด้วยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 21.7 กิโลเมตรต่อลิตร ผ่านมาตรฐานไอเสีย ยูโร 5 ซึ่งเป็นมาตรฐานมลพิษของกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอีกด้วย

● ภายนอกของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวสะดุดตา ตอกย้ำความสปอร์ตมากยิ่งขึ้น ด้วยเส้นสายที่แข็งแกร่งและคมชัด ด้านหน้ามาในรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบที่เชื่อมกับไฟหน้าคู่ LED ทรงเรียวยาวดีไซน์ใหม่ล่าสุด รับกับช่องดักอากาศรูปทรง T เพิ่มความโดดเด่น

● ด้านข้างคงเอกลักษณ์ด้วยกรอบหน้าต่างดีไซน์แบบ Hofmeister Kink ที่ได้รับการออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกับเสา C-pillar มอบมิติไร้ขอบหรูหรายิ่งขึ้น พร้อมด้วยไฟท้ายดีไซน์ใหม่เรียวยิ่งขึ้นในรูปทรง L แนวนอนสีหม่นแบบสามมิติ และท่อไอเสียแบบคู่ให้ท้ายรถดูกว้างและสปอร์ตกว่าเดิม

● การออกแบบโครงสร้างและเทคโนโลยีแชสซีใหม่ล่าสุด มอบการควบคุมที่เฉียบคมและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ผสมผสานทั้งความสปอร์ตและความนุ่มสบายไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประสิทธิภาพของชุดเบรกที่เหนือชั้น จุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ตัวรถมีน้ำหนักเบาลงถึง 55 กิโลกรัม จากการใช้วัสดุอลูมิเนียมในชิ้นส่วนและโครงสร้างต่างๆ เช่น กระโปรงและกันชนหน้า

● และด้วยการออกแบบด้านอากาศพลศาสตร์ในบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ จึงช่วยเสริมสมรรถนะการขับด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศต่ำถึง 0.26 ลดลง 0.03 จากรุ่นก่อนหน้า ทั้งจากระบบ Active Air Flap แผ่นปิดด้านในกระจังหน้าไตคู่เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด และการจัดระเบียบทิศทางการไหลของอากาศผ่าน Air Curtains ที่ช่วยลดแรงเสียดทานอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มิติตัวรถ

– รุ่นใหม่ ความยาว 4,709 มม. รุ่นก่อนหน้า 4,633 มม. ต่างจากเดิม +76 มม.
– รุ่นใหม่ ความกว้าง 1,827 มม. รุ่นก่อนหน้า 1,811 มม. ต่างจากเดิม +16 มม.
– รุ่นใหม่ ความสูง 1,442 มม. รุ่นก่อนหน้า 1,441 มม. ต่างจากเดิม +1 มม.
– รุ่นใหม่ ระยะช่วงล้อหน้า-หลัง 2,851 มม. รุ่นก่อนหน้า 2,810 มม. ต่างจากเดิม +41 มม.

BMW 320d Sport และ 330i M Sport

● บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนล่าสุด รุ่น 320d Sport มอบพละกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์ หรือ 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

● บีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 190 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้าที่ 5,000-6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตรที่ 1,550-4,400 รอบต่อนาที 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง BMW 3 Series ทั้ง 2 รุ่นรองรับระบบ Driving Experience Control ที่มีรูปแบบการขับให้เลือกทั้งในโหมด COMFORT, SPORT และ ECO PRO

● บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport มาพร้อมล้อแม็ก ลาย V Spoke ขนาด 18 นิ้ว และชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ด้วยขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงาเช่นเดียวกับภายใน ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต

● บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport มาพร้อมล้อแม็ก ลาย V Spoke ขนาด 18 นิ้ว และชุดแต่ง BMW Individual high-gloss Shadow Line ด้วยขอบหน้าต่าง ขอบช่องดักอากาศ และซี่บริเวณกระจังหน้าไตคู่สีดำเงาเช่นเดียวกับภายใน ซึ่งตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียมลาย Mesheffect พร้อมพวงมาลัยและที่นั่งด้านหน้าแบบสปอร์ต

● บีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport โดดเด่นด้วยชุดแต่ง M Sport ที่ช่วยเสริมทั้งรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและสมรรถนะปราดเปรียว ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วงล่าง ชุดเบรก และชุดแอโรไดนามิคส์ แบบ M Sport  ล้อแม็ก ลาย Double Spoke M ขนาด 18 นิ้ว และพวงมาลัยหนังแท้ M ภายในตกแต่งด้วยวัสดุอลูมิเนียม Tetragon

● ห้องโดยสารได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ขับเป็นหัวใจสำคัญ พร้อมแผงหน้าปัดและจอ Control Display ในดีไซน์ใหม่ สะดวกสบายด้วยพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังที่กว้างขวางยิ่งขึ้น รวมถึงพื้นที่จุสัมภาระถึง 480 ลิตร เบาะนั่งสามารถพับได้แบบ 40:20:40 บรรยากาศหรูหราด้วยไฟ Ambient Light และระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 ตอน ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional

● บีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 3 มาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับ อย่างระบบช่วยนำรถเข้าที่จอด (Parking Assistant) ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport ระบบเซนเซอร์ควบคุมระยะการจอดด้านหน้าและหลัง (Park Distance Control) ในบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ที่มาพร้อมระบบ BMW Live Cockpit Plus รวมถึงระบบการเชื่อมต่อ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และระบบชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport

Reversing Assistant อีกก้าวสำคัญก่อนเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ

● ฟังก์ชั่น Reversing Assistant ในบีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport ให้ความช่วยเหลือผู้ขับขณะถอยจอด หรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยฟังก์ชั่น Reversing Assistant นี้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant ช่วยให้ผู้ขับสามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมองที่จำกัด

● Reversing Assistant จะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ที่ความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant หลังจากนั้นรถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วสูงสุดในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับสามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

● บีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ราคาจำหน่าย 2,959,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

● บีเอ็มดับเบิลยู 330i M Sport ราคาจำหน่าย 3,359,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard

● ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองและรับมอบรถบีเอ็มดับเบิลยู 320d Sport ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม-30 มิถุนายน 2562 จะได้รับการขยายแพคเกจการบำรุงรักษาจากแพคเกจ BSI Standard ระยะเวลา 3 ปี / 60,000 กิโลเมตร เพิ่มเป็นแพคเกจ BSI Plus ระยะเวลา 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร พร้อมรับฟรี บัตรเติมน้ำมันปตท. มูลค่า 30,000 บาท

ทดลองขับทั้งในสนามแข่งและถนนจริง

● สำหรับ ซีรีส์ 3 ใหม่ มีให้ทดลองขับทั้ง 2 รุ่น 320d Sport และ 330i M Sport บุคลิกต่างกันชัดเจน ดีเซลก็แรงพอตัวและเด่นเรื่องความประหยัดเมื่อใช้ความเร็วคงที่ การตอบสนองก็ไม่ธรรมดา ดึงหนัก ต่อเนื่อง แต่ไม่ยาว เพราะถูกจำกัดด้วยรอบเครื่องยนต์ ส่วนรุ่นเบนซิน แรงต่อเนื่องด้วยรอบที่ลากได้สูงกว่า

● การทดลองขับมีทั้งบนถนนจริง ในสนามแข่งที่วางไพลอนบังคับทิศทางไว้เพื่อให้ได้ลองทั้งอัตราเร่ง แฮนด์ลิ่ง และเบรก รวมทั้งการทรงตัวเมื่อหลบหลีกกะทันหัน และการแข่งสนุกๆ กับจิมคาน่าแบบถอยหลัง เพื่อลองฟังก์ชั่น Reversing Assistant ที่มีติดตั้งในรุ่น 330i M Sport ส่วน X5 xDrive30d M Sport ได้ทดลองขับบนทางออฟโรดเบาๆ กับทดลองระบบ Reversing Assistant ในสถานการณ์จริง ซึ่งระบบนี้ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้จริง

BMW X5 xDrive30d M Sport

● ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 บีเอ็มดับเบิลยูได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถยนต์ในกลุ่ม SUV ด้วยการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X5 รถยนต์คันแรกที่มาในสไตล์ Sports Activity Vehicle อย่างเต็มรูปแบบ โดยเมื่อปลายปี 2561 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทยได้เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู X5 เจเนอเรชั่นที่ 4 ที่โดดเด่นด้วยการผสมผสานสมรรถนะและความสะดวกสบายอย่างเหนือระดับ เสริมความแข็งแกร่งให้แก่รถยนต์ในตระกูล Sports Activity Vehicle ด้วยหนึ่งในรถยนต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตระกูล X

● บีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่ ยังคงรูปลักษณ์อันเฉพาะตัวของ Sports Activity Vehicle แต่มาในดีไซน์ใหม่ที่เรียบหรูยิ่งขึ้น ด้วยพื้นผิวตัวถังที่ราบเรียบ ตัดกับเส้นสายที่เฉียบคมและดุดัน เพิ่มลุคสง่างามให้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู X5 รุ่นล่าสุดนี้ และนอกจากนี้ตัวรถยังมีขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความรู้สึกโปร่งสบายแก่ผู้โดยสาร พร้อมปริมาตรในการบรรจุของ 650-1,870 ลิตร

มิติตัวรถ

– รุ่นใหม่ ความยาว 4,922 มม. รุ่นก่อนหน้า 4,886 มม. ต่างจากเดิม +36 มม.
– รุ่นใหม่ ความกว้าง 2,004 มม. รุ่นก่อนหน้า 1,938 มม. ต่างจากเดิม +66 มม.
– รุ่นใหม่ ความสูง 1,745 มม. รุ่นก่อนหน้า 1,726 มม. ต่างจากเดิม +19 มม.
– รุ่นใหม่ ระยะช่วงล้อหน้า-หลัง 2,975 มม. รุ่นก่อนหน้า 2,933 มม. ต่างจากเดิม +42 มม.

● บีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่ ปราดเปรียวยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M Aerodynamics เสริมลุคสปอร์ตด้วยขอบหน้าต่างและราวหลังคาสีดำเงา กระจังหน้าทรงไตคู่ที่มีผิวอลูมิเนียมแบบด้าน พร้อมให้ความรู้สึกทรงพลังด้วยชุดเบรกและช่วงล่างแบบ M Sport และล้อแม็ก M ลาย Double-spoke ขนาด 22 นิ้ว

● เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Steptronic ทำงานคู่กับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ เทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ขับเคลื่อนบีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่ด้วยกำลังสูงสุด 195 กิโลวัตต์ หรือ 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตรที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที เร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ บีเอ็มดับเบิลยู xDrive เจเนอเรชั่นล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนากำลังขับเคลื่อนและควบคุมการทรงตัวได้อย่างดีเยี่ยมด้วยการถ่ายแรงขับเคลื่อนอย่างนุ่มนวลระหว่างล้อหลังทั้ง 2 ข้างบนเส้นทางออนโรดและออฟโรด

● มาพร้อมช่วงล่าง Adaptive M ระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Dynamic Traction Control) ระบบ Driving Experience Control สำหรับเลือกรูปแบบการขับพร้อมโหมด ECO PRO และระบบควบคุมเสถียรภาพการขับ (Dynamic Stability Control) เพิ่มประสิทธิภาพการขับบนเส้นทางออฟโรด พร้อมมอบความสปอร์ตคล่องตัวและความสะดวกสบายได้ตลอดเส้นทาง

● ภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่ มอบความรู้สึกหรูหราและมีระดับ ด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์ที่ลงตัว และระบบการควบคุมที่ล้ำสมัย แผงหน้าปัดดิจิทัลและจอ Control Display ได้รับการออกแบบทั้งกราฟิกและดีไซน์มาให้สอดรับกัน พร้อมด้วยเบาะหนังแท้ Vernasca และพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ M Sport พร้อมหลังคากระจก Panorama ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์

● บีเอ็มดับเบิลยู X5 ได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานได้หลากหลาย เบาะหลังพับได้แบบ 40:20:40 รองรับปริมาตรการบรรจุของตั้งแต่ 650 ลิตรถึง 1,870 ลิตร พร้อมประตูท้ายที่สามารถแยกเปิด 2 ส่วนเพื่อสะดวกต่อการขนย้ายสัมภาระ ซึ่งสามารถเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้า

● ระบบช่วยเหลือผู้ขับ เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ที่มาพร้อมกับระบบ Reversing Assistant ช่วยถอยรถในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ช่วยให้ตัวรถสามารถจดจำทิศทางที่ขับตรงไปข้างหน้าในระยะ 50 เมตรสุดท้าย ด้วยความเร็วไม่เกิน 36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถถอยออกในทิศทางเดิมแบบอัตโนมัติ ระบบ Parking Assistant Plus มาพร้อมกับกล้องมองรอบทิศทาง Surround View Camera รวมทั้งวิวด้านบน วิวพาโนรามิค และรีโมท 3D วิว ช่วยให้ผู้ขับสามารถเชื่อมต่อเพื่อดูภาพของรถที่จอดทางโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้ ผ่านระบบ BMW ConnectedDrive ระบบ Driving Experience Control เลือกรูปแบบการขับพร้อม ECO PRO ที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์พื้นฐานในบีเอ็มดับเบิลยู X5 ใหม่

● อีกหนึ่งความพิเศษของ Sports Activity Vehicle รุ่นนี้ คือระบบ BMW Live Cockpit Professional ที่โดดเด่นด้วยจอแสดงผลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อที่ครบครัน ส่วน BMW Head-Up Display เจเนอเรชั่นล่าสุด ขนาด 7×3.5 นิ้ว สามารถแสดงภาพกราฟิก 3 มิติได้ ขณะที่ระบบควบคุมผ่าน iDrive, BMW Gesture Control และจอ Control Display ระบบสัมผัสขนาด 10.25 นิ้ว ก็ยังเป็นทางเลือกเพื่อมอบที่สุดแห่งความสะดวกสบายแก่ผู้ขับ พร้อม BMW ConnectedDrive มอบบริการการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดระหว่างยานยนต์และผู้ขับ

“Hey BMW” ระบบผู้ช่วยส่วนตัว BMW Intelligent Personal Assistant

● ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2562 เป็นต้นไป ผู้ขับและผู้โดยสารบีเอ็มดับเบิลยู จะพบกับความสะดวกสบายที่เหนือกว่าด้วยระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำ ที่พร้อมทำงาน เพียงแค่ทักด้วยประโยค “Hey BMW” (สวัสดี บีเอ็มดับเบิลยู) ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ใหม่และอีกหนึ่งก้าวสำคัญในโลกยานยนต์ เมื่อผู้ขับสามารถควบคุมและใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ในรถยนต์ได้อย่างครบวงจรมากขึ้น เพียงแค่สั่งงานด้วยเสียง

● ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional ความสามารถของระบบผู้ช่วยส่วนตัวนั้นพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใช้งานมาก ผู้ช่วยส่วนตัวก็จะรู้ใจมากขึ้น โดยตัวระบบใช้เทคโนโลยีแพลตฟอร์มจาก Open Mobility Cloud ของบีเอ็มดับเบิลยู ร่วมกับนวัตกรรมอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) ดังนั้น ฟังก์ชั่นต่างๆ และความสามารถของผู้ช่วยส่วนตัวจึงรองรับการอัพเกรดอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อีกในอนาคต

● ระบบผู้ช่วยส่วนตัวพร้อมรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ ใกล้เคียงกับบทสนทนาในชีวิตประจำวัน พ่วงด้วยฟังก์ชั่นอันชาญฉลาดอีกมากมาย ระบบสามารถเรียนรู้และจดจำกิจวัตรประจำวันและความชอบส่วนตัวของผู้ขับได้ ก่อนจะนำมาปรับใช้งานอย่างถูกต้อง แม่นยำ เช่น หากผู้ขับรู้สึกว่าอุณหภูมิในรถเย็นเกินไป ก็สามารถพูดออกคำสั่งว่า “Hey BMW, I’m cold” เพื่อให้ระบบปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสม ทั้งนี้บีเอ็มดับเบิลยูได้พัฒนาให้ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้ สามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อีกในอนาคต

● การเปิดตัวระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ในครั้งนี้ ยังเสมือนเป็นการพาผู้เชี่ยวชาญ ที่รู้ลึก รู้จริงเรื่องรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูขึ้นรถคู่ใจไปกับผู้ขับทุกขณะ เพราะผู้ขับสามารถถามคำถามพื้นฐาน ตั้งแต่วิธีใช้งานระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติ ไปจนถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในการขับ เช่น ระดับน้ำมัน และระยะทางที่สามารถขับต่อไปได้ ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant จึงเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่ครบเครื่อง เติมสุนทรียภาพให้กับประสบการณ์อันเหนือระดับในการขับขี่บีเอ็มดับเบิลยูในชีวิตประจำวัน

● บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive30d M Sport ราคาจำหน่าย 5,699,000 บาท พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard


2019 BMW 3-series and X5 Test Drive

2019 BMW 330i M Sport

2019 BMW 320d Sport

2019 BMW X5 xDrive30d M Sport

Drunk Dont Drive