2020 Renault Zoe เจนเนอเรชั่น 2 อัพเกรดทุกส่วนบนแพลทฟอร์มเดิม
June 18, 2019
Motortrivia Team (4849 articles)

2020 Renault Zoe เจนเนอเรชั่น 2 อัพเกรดทุกส่วนบนแพลทฟอร์มเดิม

เรื่อง : AREA 54

●   เรโนลท์เปิดตัวแฮทช์แบคพลังไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ Renault Zoe (โซอี้) รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่น 2 รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในยุโรปของเรโนลท์ นับจากการเปิดตัวในปี 2012 Zoe มียอดสะสมจนถึงปี 2018 รวม 37,782 คัน และยังสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดจำหน่ายสูงสุดในเดือนมกราคม 2019 เป็นจำนวน 3,990 คัน ช่วยให้เรโนลท์มีอัตราการเติบโตของรถยนต์ในกลุ่มไฟฟ้าเฉพาะตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นถึง 76%

●   ปัจจุบัน Zoe เจนเนอเรชั่นแรก มีตำแหน่งทางการตลาดในคลาสซูเปอร์มินิ (B-segment หรือซับคอมแพคท์) ที่ขายดีที่สุดในยุโรปอยู่ในมือ ทว่าหลังจากปี 2020 เป็นต้นไป ตำแหน่งนี้อาจจะสั่นคลอนได้ เนื่องจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันที่กำลังจะเปิดตัวนั้น ล้วนน่ากลัวทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็น Honda e ซึ่งพัฒนามาเพื่อตลาดยุโรปโดยเฉพาะ, Peugeot e-208, Vauxhall Corsa-e หรือ Volkswagen ID 3 แต่ก็มีข่าวว่าเรโนลท์อาจจะพยายามกดราคาจำหน่ายให้ต่ำที่สุดเพื่อรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในเซกเมนท์นี้

หมายเหตุ : เรโนลท์จำหน่ายรถไฟฟ้าเฉพาะในโซนยุโรปเพียง 13 ประเทศ อันดับ 1 คือ Renault Zoe ต่อด้วย Renault Kangoo Z.E. และ Renault Master Z.E. ในจำนวนนี้ Zoe มียอดสะสมสูงสุดในฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร, นอรเวย์ และสวิทเซอร์แลนด์ ตามลำดับ

●   Zoe ใหม่เจนเนอเรชั่น 2 ยังคงใช้แพลทฟอร์มเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ดังนั้นขนาดตัวจึงคงเดิมในทุกมิติ ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่ กันชนใหม่ ล้ออัลลอยลายใหม่ ชุดไฟหน้าและไฟท้ายเป็นแบบ LED ในทุกรุ่นย่อย ห้องโดยสารใหม่หมด เรียบ และหรูขึ้น มาตรวัดหลังวงพวงมาลัยเปลี่ยนเป็นแบบใหม่ ฟูลดิจิทัล ขนาด 10 นิ้ว จุดเด่นคือมันจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ทว่าจอกลางสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นใหม่ขนาด 9.3 นิ้ว พร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ Renault EASY CONNECT ของเรโนลท์ที่ควบรวมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อแบบใหม่ Renault EASY LINK multimedia system และแอพฯ MY Renault ให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น จะมีให้เฉพาะในรุ่นท๊อปเท่านั้น

●   ทำไมจึงไม่เปลี่ยนแพลทฟอร์มใหม่? ในจุดนี้ Emmanuel Bouvier ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของเรโนลท์ระบุว่า “เราอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างประหลาดทีเดียว เรามีรถอายุ 7 ปีที่มียอดจำหน่ายปีต่อปีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นทำให้เรามั่นใจว่าโซอี้ยังมีดีอยู่ในตัวเอง แต่เราก็กำลังพิจารณาจะใช้แพลทฟอร์มพื้นฐานรุ่นใหม่ของกลุ่มพันธมิตรในอนาคตอยู่นะ” (หมายถึงแพลทฟอร์มใหม่ของ Renault-Nissan-Mitsubishi Alliance)

●   สำหรับห้องโดยสาร วัสดุตกแต่งในห้องโดยสารบางส่วนเป็นวัสดุที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 100% ทว่ายังคงดูหรูและมีราคา นอกจากนี้เรโนลท์ยังขยับขยายเลย์เอาท์ต่างๆ ในห้องโดยสารใหม่ เพื่อให้มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น และอัพเกรดอุปกรณ์พื้นฐานในหลายๆ จุด เช่น กระจกหน้าแบบอะคูสติก, คันเกียร์ไฟฟ้าแบบใหม่, เบรคมือไฟฟ้า และจุดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

●   ชุดระบบขับเคลื่อนอัพเกรดขนานใหญ่เพื่อรับมือคู่แข่ง มอเตอร์ไฟฟ้าแยกเป็น 2 ทางเลือก รุ่นพื้นฐานใช้มอเตอร์ไฟฟ้าลูกเดิมรหัส R110 เอาท์พุท 107 แรงม้า (BHP) ส่วนรุ่นใหม่ R135 กำลังสูงสุดจะเพิ่มขึ้นเป็น 134 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25 กก.-ม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ต่ำกว่า 10 วินาที ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. แบตเตอรี่แพคใหม่มีความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม. เพิ่มจาก 41 เป็น 52 กิโลวัทท์-ชม. ระยะทางในการวิ่งเพิ่มเป็น 390 กม. เพิ่มขึ้นจากเดิมราวๆ +90 กม.

หมายเหตุ : ในรุ่นก่อนหน้า เรโนลท์ระบุว่าตัวเลขระยะทาง 400 กม./ชาร์จนั้น เป็นการทดสอบภายใต้มาตรฐาน NEDC เดิม ซึ่ง ‘คลาดเคลื่อนจากการใช้งานในชีวิตประจำวันของคนในยุโรปที่เปลี่ยนไป’ และยังระบุว่า ตัวเลขที่ใกล้เคียงในการใช้งานจริงคือประมาณ 300 กม./ชาร์จ… ทว่าตัวเลข 390 กม./ชาร์จ ในรุ่นใหม่นี้ เป็นการทดสอบภายใต้มาตรฐานใหม่ WLTP

●   ฟังก์ชั่นการชาร์จที่เคยใช้ชื่อทางการค้าว่าระบบ Chameleon Charger ในยุคแรกๆ ที่สามารถชาร์จกับไฟ 43 กิโลวัตต์ แม้จะถูกถอดออกไปในรุ่นก่อนหน้า (รุ่นอัพเกรด MY2015 และ 2017) ทว่าในรุ่นใหม่เรโนลท์จะติดตั้งชุดระบบใหม่ที่รองรับไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ได้สูงสุดถึง 50 กิโลวัทท์ พร้อมหัวชาร์จใหม่มาตรฐาน CCS Type 2 ซึ่งรองรับกำลังไฟที่มากกว่า ชาร์จเร็ว 30 นาทีจะวิ่งทำระยะทางได้ + ประมาณ 145 กม. ส่วนผู้ที่ต้องการจุดชาร์จแบบ Wall Box สำหรับใช้งานที่บ้าน เรโนลท์จะมีชุดชาร์จ 7 กิโลวัทท์ ซึ่งชาร์จเต็มภายใน 9 ชม. 25 นาที เป็นออปชั่นให้

●   Zoe ยังมีฟังก์ชั่นใหม่ ‘B Mode’ ให้ใช้งาน โดยฟังก์ชั่นนี้จะมีการทำงานในรูปแบบเดียวกับฟังก์ชั่น e-Pedal ของเพื่อนร่วมชายคาอย่าง Nissan Leaf นั่นเอง พื้นฐานการทำงานก็คือ การควบคุมรถด้วยด้วยแป้นเดียว แบ่งเป็นการ ‘เหยียบ’ เพื่อเพิ่มความเร็วตามปกติ ‘ถอน’ เพื่อลดความเร็วตามน้ำหนักเท้าเช่นการขับปกติ และ ‘ถอนเท้าออกจากแป้นคันเร่ง’ เท่ากับการหยุดรถโดยไม่ต้องกดแป้นเบรค เหมาะสำหรับการขับตามๆ กันไปในเมือง ขณะที่การจราจรเคลื่อนตัวช้า ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกเปิด/ปิดความสามารถนี้ได้

●   ชุดระบบช่วยขับ/อำนวยความสะดวกชั้นสูงในกลุ่ม ADAS (Advanced driver-assistance systems) ประกอบด้วย ระบบ Active Emergency Braking System ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในขณะฉุกเฉิน, ระบบ Lane Departure Warning ช่วยเตือนเมื่อออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ, ระบบ Lane Keeping Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Traffic Sign Recognition ช่วยสังเกตุเครื่องหมายจราจร, ระบบ Blind Spot Monitoring แจ้งเตือนจุดบอดเมื่อผู้ขับเปลี่ยนเลน, ระบบ Auto High/Low beam headlamps ควมคุมไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Easy Park Assist ช่วยจอดอัตโนมัติ และระบบ Auto-Hill hold ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน

●   เรโนลท์จะเริ่มจำหน่าย Zoe ใหม่ทั่วยุโรปภายในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปี 2019 นี้ (ราวเดือนกันยายนเป็นต้นไป) ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุครับ… ตามข่าวเรโนลท์อาจจะบวกราคาเพิ่มไม่มากนัก เพื่อให้ยังคงรักษายอดจำหน่ายอันดับ 1 ในคลาสเอาไว้ได้ Zoe รุ่นปัจจุบัน MY2019 ราคาจำหน่ายอยู่ในช่วง 17,700 – 21,220 ยูโร (รวมส่วนลดสร้างแรงจูงใจจากรัฐ) หรือประมาณ 6.3 – 7.5 แสนบาทเท่านั้นครับ นับเป็นรถไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ที่มีราคาน่าคบที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก  ●


2020 Renault Zoe

Drunk Dont Drive