July 26, 2019
Motortrivia Team (6340 articles)

Formula One News : อัพเดทความเคลื่อนไหว 26-07-2019

Posted by : FascinatorFJ

ผู้อำนวยการวิศวกรรมของแม็คลาเรนเตรียมออกจากทีม

●   ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมของแม็คลาเรน แพท ฟราย กำลังจะถูกพักงาน หลังจากที่เขาแจ้งความจำนงค์ต้องการลาออกจากทีม

●   ฟรายกลับมาร่วมงานกับแม็คลาเรนอีกครั้งหลังจากออกจากทีมไป 8 ปี โดยเขากลับมาร่วมทีมแข่งจากโวกกิ้งด้วยสัญญาระยะสั้นตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมทีมก่อนที่จะรับ เจมส์ คีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคคนใหม่ เข้ามาดูแลต่อ

●   ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าผู้อำนวยการวัย 55 ปี คนนี้ได้รับข้อเสนออะไรจากที่ไหน อย่างไรก็ตามช่วงพักงานของเขานั้นยาวพอที่จะป้องกันไม่ให้เขาไปออกแบบรถปี 2020 ให้กับทีมใดก็ตามที่ต้องการตัวเขา แต่เขาน่าจะหมดพันธนาการกับแม็คลาเรนและสามารถถูกดึงตัวไปในช่วงทดสอบรถพอดี

●   หนึ่งในทีมที่เป็นไปได้นั้นคือวิลเลียมส์ ซึ่งทีมแข่งจากกรูฟพึ่งแยกทางกับ แพดดี้ โลว์ บอสฝ่ายเทคนิค ไปเมื่อไม่นานมานี้ อย่างไรก็ตามเบื้องต้น แคลร์ วิลเลียมส์ รองทีมบอส ได้กล่าวว่าพวกเขายังคงมีความสุขดีกับทีมเทคนิคที่พวกเขามีอยู่ในขณะนี้

●   ฟรายนั้นมีโปรไฟล์ที่น่าประทับใจทีเดียว เขาเริ่มต้นอาชีพในวงการกับเบเนตองในปี 1987 และได้เป็นวิศวกรประจำตัวของ มาร์ติน บรันเดิล ก่อนที่จะย้ายมาเข้าสังกัดแม็คลาเรนในปี 1993 หลังจบยุคของ เซนน่า พอดี

●   เขาได้เป็นวิศวกรประจำตัวทั้ง มิก้า ฮัคคิเนน และ เดวิด คูลธาร์ด อีกทั้งเขายังเป็นหัวหน้าวิศวกรที่ดูแลรถแข่งปีเลขคี่ (แม็คลาเรนใช้ระบบสลับปีดูแล) และได้รับผิดชอบตัวแข่งปี 2005, 2007, 2009 และ 2011 และก่อนที่ตัวแข่ง 2013 จะได้ลงสนาม เขาก็ได้ย้ายไปซบเฟอร์รารี

●   เบื้องต้นนั้นเขาได้เป็นรองผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคและหัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมการแข่งขันของค่ายจากมาราเนลโล และขึ้นเป็นผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคในเวลาต่อมา ก่อนที่เฟอร์รารีจะปรับผังองค์กรครั้งใหญ่และทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่กับมานอร์สักพักหนึ่ง และได้ย้ายกลับมาแม็คลาเรนเมื่อเดือนกันยายน ปีที่แล้ว

ประเด็นสปอนเซอร์ฮาสซับซ้อนขึ้นหลัง ริช เอเนอร์จี้ ถูกเปลี่ยนชื่อ

●   วิลเลียมส์ สตอรีย์ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ริช เอเนอร์จี้ อีกต่อไป จากความคืบหน้าล่าสุดกรณีของการสนับสนุนทีมแข่งฮาส F1

●   สตอรีย์นั้นมีข้อพิพาทกับผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ในบริษัท หลังจากที่เขาประกาศผ่านทวิตเตอร์ว่า ริช เอเนอร์จี้ ได้ยกเลิกการสนับสนุนทีมแข่งฮาส F1 ผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ ได้ออกมาแถลงหลังจากนั้นว่าข้อตกลงยังคงดำเนินต่อไป และพวกเขาจะพยายามดึงการควบคุมมาจาสตอรีย์ ผู้ซึ่งยังคงทวีตข้อความออกมาว่าตัวเขายังคงเป็นผู้ดูแลและไม่สามารถถูกเอาออกจากตำแหน่งได้

●   อย่างไรก็ตามสตอรีย์ได้ทวีตอัพเดทล่าสุดว่าเขาได้แยกทางกับ ริช เอเนอร์จี้ เป็นที่เรียบร้อย และได้ขายหุ้นส่วนใหญ่ภายในบริษัทออกไปแล้ว

●   ตำแหน่งของสตอรีย์นั้นถูกแทนที่โดย แมทธีว เคล ซึ่งเป็นระดับผู้บริหารเช่นกัน ตามรายงานระบุว่าเคลนั้นถือหุ้นกว่า 75% ของบริษัท ทั้งทางตรงและทางอ้อม

●   นอกจากนั้น ริช เอเนอร์จี้ ยังได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น ไลท์นิง โวลต์ เป็นที่เรียบร้อย

ซิลเวอร์สโตนยืนยันสัญญาถึง 2024

●   สนามแข่งซิลเวอร์สโตน ได้ออกมายืนยันสัญญากับ ลิเบอร์ตี้ มีเดีย ในการจัดการแข่งขัน F1 บริติชกรังด์ปรีซ์ ออกไปถึงปี 2024

●   เดิมทีนั้นซิลเวอร์สโตนได้เซ็นสัญญาจัดแข่ง 17 ปี ในปี 2009 กับ เบอร์นี เอคเคิลสโตน อดีตบอสใหญ่ F1 แต่ในเดือนกรกฎาคม ปี 2017 ทางสนามได้ใช้สิทธิข้อตกลงพิเศษที่จะยุติสัญญาหลังจบปี 2019 นั่นหมายความว่าทางผู้จัดได้เลือกที่จะไม่ไปต่อจนถึงปี 2026 เนื่องจากค่าธรรมเนียมการจัดที่จะต้องเพิ่มขึ้น 5% ทุกปี ซึ่งจะทำให้ค่าธรรมเนียมพุ่งไปถึง 26 ล้าน ปอนด์

●   นอกจากนั้นความต้องการของลิเบอร์ตี้ที่อยากจะจัดการแข่งขันบริติชกรังด์ปรีซ์ในลอนดอน ยังทำให้อนาคตของซิลเวอร์สโตนมืดมนลงไปอีก อย่างไรก็ตามทางสนามก็ได้บรรลุข้อตกลงใหม่ขึ้นมาซึ่งจะทำให้เราได้เห็นสนามซิลเวอร์สโตนไปจนถึงปี 2024

●   เชส แครีย์ F1 CEO : “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะยืนยันว่า บริติชกรังด์ปรีซ์จะยังคงอยู่บนปฏิทินการแข่งขันต่อไปอย่างน้อยอีก 5 ปี โดยอีเวนท์นั้นจะยังคงถูกจัดที่สนามซิลเวอร์สโตน เราได้พูดเสมอมาว่า หากเราต้องการอนาคตที่ยั่งยืน วงการของเราต้องเก็บสนามสำคัญๆ ในประวัติศาสตร์การแข่งขันเอาไว้ และซิลเวอร์สโตนและสหราชอาณาจักรฯ คือแหล่งกำเนิดของกีฬาชนิดนี้ มันเป็นจุดเริ่มต้นที่เริ่มขึ้นเมื่อปี 1950”

●   “ทุกวันนี้ฟอร์มูล่าวันเป็นกีฬาสากลระดับโลกที่มีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 5 ทวีป มีผู้ชมกว่า 500 ล้าน คนทั่วโลก และเป้าหมายของเราก็คือการเพิ่มจำนวนผู้ชมโดยการนำพากีฬาที่เรารักไปยังประเทศใหม่ๆ ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งรากฐานเช่นซิลเวอร์สโตนและบริติชกรังด์ปรีซ์”

●   ในปีที่แล้วบริติชกรังด์ปรีซ์คือสุดสัปดาห์การแข่งขันที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดถึง 340,000 คน


ที่มา :
•  www.motorsport.com.

Drunk Dont Drive