Royal Enfield Bullet Trials Works Replica แรงบันดาลใจจากการแข่ง ISDT
August 9, 2019
Motortrivia Team (5115 articles)

Royal Enfield Bullet Trials Works Replica แรงบันดาลใจจากการแข่ง ISDT

ภาพ : สุพรรณี ยังอยู่

●   รอยัล เอนฟิลด์ ประเทศไทย เปิดตัว Bullet รุ่นพิเศษ Royal Enfield Bullet Trials Works Replica แรงบันดาลใจจากการแข่งขันรายการ International Six Days Trials (ISDT) จำกัดจำนวนจำหน่ายในไทย 210 คัน

●   Bullet นับเป็นหนึ่งในรถที่มีการเดินทางมาอย่างยาวนาน โดยตำนานของ Bullet เริ่มต้นในปี 1932 หรือกว่า 87 ปี ยังผลให้รอยัล เอนฟิลด์ เป็นหนึ่งในแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่เปิดสายการผลิตมายาวนานที่สุดในโลก

●   หนึ่งในประวัติศาสตร์สำคัญของ Bullet คือ ความสำเร็จในการแข่งขัน Trials Championships, การแข่งขันของรอยัล เอนฟิลด์ ในรายการ International Six Days Trials และเพื่อเป็นการรำลึกถึง Johnny Brittain นักขับไทรอัลส์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในช่วงปี 1948 – 1965 รอยัล เอนฟิลด์ จึงเปิดตัว Bullet Trials Works Replica ในวันนี้

มาร์ค เวลส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการออกแบบอุตสาหกรรม รอยัล เอนฟิลด์ โกลบอล

●   มาร์ค เวลส์ หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และการออกแบบอุตสาหกรรม รอยัล เอนฟิลด์ โกลบอล กล่าวว่า “รอยัล เอนฟิลด์มีประวัติศาสตร์อันยาวนานที่น่าภาคภูมิใจในการสร้างรถมอเตอร์ไซค์ที่เป็นอมตะและมีความทนทาน ซึ่งบุลเล็ตคือรถมอเตอร์ไซค์ที่ทนทานและมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานที่สุด ภาพของรถมอเตอร์ไซค์บุลเล็ต ไทรอัลส์ที่ขี่โดยจอห์นนี บริทเทนนั้นเป็นสิ่งที่เราไม่เคยลืม ภาพเหล่านั้นทำให้เรารำลึกถึงสมรรถนะอันล้นเหลือของรถมอเตอร์ไซค์ที่อยู่เหนือเส้นทางอันท้าทายและความสำเร็จในการแข่งขันไทรอัลส์ โดยรถมอเตอร์ไซค์บุลเล็ต ไทรอัลส์ ปี 2019 ได้แรงบันดาลใจจากรถไทรอัลส์ของจอห์นนี บริทเทนที่คว้าแชมป์มากกว่า 50 ครั้งระหว่างปี 1948 ถึง 1965 และยังเป็นการอุทิศให้แก่รากฐานของการออกแบบและความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบจนเกิดเป็นช่วงล่างแบบสวิงอาร์มครั้งแรกในรถบุลเล็ตในปี 1949 และในปีนี้ เราร่วมรำลึกครบรอบ 70 ปีแห่งชัยชนะในรายการ ISDT ของบุลเล็ต ไทรอัลส์ ที่นับเป็นการนำเสนอช่วงล่างแบบสวิงอาร์มเป็นครั้งแรกในปี 1949 ผมมั่นใจว่ารถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้จะได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ที่มีความหลงใหลต่อแบรนด์รอยัล เอนฟิลด์ ในประเทศไทย”

นายวิมัล ซุมบ์ลี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก รอยัล เอนฟิลด์

●   นายวิมัล ซุมบ์ลี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก รอยัล เอนฟิลด์ กล่าวว่า “รอยัล เอนฟิลด์ บุลเล็ต มีฐานลูกค้าที่มีความภักดีและหลงใหลอย่างยิ่งอยู่ทุกมุมโลกมาตลอด 8 ทศวรรษที่ผ่านมา บุลเล็ต ได้รับการยอมรับว่าเป็นรถมอเตอร์ไซค์ระดับไอคอนและมีชื่อเสียงในด้านความทรหดทนทานและใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งมีประเพณีการส่งต่อรถมอเตอร์ไซค์จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อสานต่อตำนานแห่งไทรอัลส์ของบุลเล็ตในปี 2019 เรามีความยินดีที่จะประกาศการจัดจำหน่ายบุลเล็ต ไทรอัลส์ในประเทศไทย”

Trials Competitions

●   การแข่งขันไทรอัลส์นั้น เริ่มขึ้นในช่วงต้นยุคทศวรรษ 1920 ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ได้เริ่มส่งรถลงแข่งขัน โดยให้คำนิยามการแข่งขันว่า ‘ไทรอัลส์ที่ไว้ใจได้’ (Reliability Trials) เนื่องจากเป็นการโชว์สมรรถนะ และศักยภาพในการยึดเกาะถนน ความสามารถในการควบคุมทิศทาง และความทนทานโดยรวมที่ไว้ใจได้ การแข่งขันมีขึ้นทั้งในสหราชอาณาจักร และทั่วภูมิภาคยุโรป… ต่อมาเมื่อพื้นผิวถนนถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 20 การแข่งขันแบบไทรอัลส์ได้เปลี่ยนสนามไปสู่การแข่งขันแบบเส้นทางออฟ-โรด ที่จัดขึ้นโดยเฉพาะ

●   Bullet ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1932 เริ่มสร้างความสำเร็จในรายการ International Six Days Trial ในปี 1935 โดยทีมรอยัล เอนฟิลด์ เป็นรถมอเตอร์ไซค์สัญชาติอังกฤษหนึ่งเดียวที่ไม่ถูกตัดแต้มเลยแม้แต่คะแนนเดียว จากนั้นในปี 1937 นักขี่ของรอยัล เอนฟิลด์ สร้างสถิติด้วยการคว้าถ้วยรางวัลถึง 37 ใบ และเหรียญทองอีก 6 เหรียญในการแข่งขัน ISDT จากนักขี่ในตำนานอย่าง Charlie Rogers, George Holdworth และ Jack Booker ซึ่งขี่ Bullet 250 CC. และ 350 CC. รวมถึงเวอร์ชั่นคัสตอมสำหรับการแข่งขัน 500 CC.

●   หลังสงครามโลก รอยัล เอนฟิลด์ กลายเป็นบริษัทแถวหน้าในการแข่งขันไทรอัลส์ด้วย Bullet 350 CC. รุ่นใหม่ ออกแบบโดย Ted Pardoe และ Tony Wilson-Jones ซึ่งปฏิวัติวงการด้วยการผสมผสานช่วงล่างแบบสวิงอาร์ม เข้ากับช็อคฯ น้ำมันเป็นครั้งแรกในรถมอเตอร์ไซค์ที่ผลิตในเชิงพานิชย์

●   ตัวรถเผยโฉมเป็นครั้งแรกในการแข่งขันไทรอัลส์ ผ่านรถต้นแบบ 3 คันในการแข่งขัน Colmore Cup ปี 1948 หลังจากนั้น Bullet ก็ได้รับการคัดเลือกให้ร่วมทีม British Trophy ในการแข่งขัน ISDT ปี 1949 ประเทศอิตาลี ซึ่ง Charlie Rogers และ Vic Brittain สามารถคว้าเหรียญทองได้สำเร็จ และ Bullet พร้อมช่วงล่างแบบสวิงอาร์มได้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญของรถรุ่นนี้ต่อมาอีกถึง 14 ปี

●   เรื่องราวของ ISDT ไม่อาจสมบูรณ์แบบได้ ถ้าไม่มี Johnny Brittain บุตรชายของ Vic Brittain ซึ่งกวาดชัยชนะด้วย Bullet Trials 350 เป็นเวลายาวนานถึง 15 ปี เข้าเข้าร่วมทีมรอยัล เอนฟิลด์ ในขณะอายุ 18 ปี คว้าเหรียญทองแรกจากการแข่งขัน ISDT ในปี 1950 ด้วย Bullet Trials 350 หมายเลข HNP 331

●   เขาคว้าชัยชนะ Scottish Six Days Trial ระยะทาง 900 ไมล์ ภายในระยะเวลา 6 วันเต็มถึง 2 ครั้ง คือปี 1952 และ 1957 ต่อด้วยรายการ British Experts Trial อีก 2 ครั้งในปี 1952 – 1953 ซึ่งเขาเป็นผู้ชนะเลิศที่มีอายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ จากนั้นก็สามารถชนะการแข่งขัน Scott Trial อีก 2 ครั้งในปี 1955 และ 1956 รวมทั้งคว้าแชมป์รายการใหญ่อีกกว่า 50 รายการในช่วงเวลากว่า 15 ปี

●   กล่าวได้ว่า Royal Enfield Bullet Trials Works Replica 2019 คือตัวแทนความสำเร็จของ Bullet Trials 1949 ของ Johnny Brittain ซึ่งประสบความสำเร็จในการแข่งขันไทรอัลส์หลายรายการนั่นเอง

2019 Royal Enfield Bullet Trials Works Replica

●   Bullet Trials ออกแบบโดยใช้แรงบันดาลใจจากยุครุ่งเรืองของการแข่งไทรอัลส์ระหว่างทศวรรษ 1940 และ 1950 ตัวรถใช้ยางที่มีลายดอกยางทรงเหลี่ยม เพิ่มการยึดเกาะบนทางออฟ-โรด, แฮนด์เดิลบาร์เสริมความแข็งแรงด้วยคานขวาง (Crossbar), ท่อไอเสียวางเฉียง สูงขึ้น เพิ่มระยะห่างจากพื้น ลุยน้ำได้สะดวก

●   อุปกรณ์มาตรฐานมีบังโคลนออกแบบใหม่, เบาะแบบเดี่ยว, แร็คบรรทุกสัมภาระ, อุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม 5 รายการเฉพาะรุ่น ประกอบด้วย การ์ดป้องกันเครื่องยนต์ขนาดเล็ก, การ์ดอลูมิเนียมป้องกันใต้เครื่องยนต์, ตะแกรงครอบไฟหน้า, ป้ายหมายเลขแบบตัวแข่ง และปลอกครอสบาร์

●   เทคโนโลยียุคใหม่มีอาทิ ระบบเบรค ABS แบบ Dual Channel ป้องกันล้อล็อค และหัวฉีดอิเลคโทรนิค EFI เป็นต้น โดย Bullet Trials 500 จะใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์ UCE ความจุ 498 CC. ในขณะที่ Bullet Trials 350 จะใช้เครื่องยนต์ UCE ความจุกระบอกสูบ 348 CC. นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมอีกมากกว่า 30 รายการด้วย

●   Royal Enfield Bullet Trials Works Replica เปิดราคาจำหน่ายที่ 191,500 บาท (ราคารวมอุปกรณ์ตกแต่ง 5 รายการ) สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.royalenfield.com/th


2019 Royal Enfield Bullet Trials Works Replica

Drunk Dont Drive