Subaru Forester 2.0i-s EyeSight ลองใช้ระบบความปลอดภัยในสถานการณ์จำลอง
August 6, 2019
Motortrivia Team (4998 articles)

Subaru Forester 2.0i-s EyeSight ลองใช้ระบบความปลอดภัยในสถานการณ์จำลอง

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : ซูบารุ ประเทศไทย

●   ย้อนหลังไปเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด เคยจัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถเอนกประสงค์รุ่นล่าสุด ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ ใหม่ ประกอบจากโรงงานในเมืองไทย รุ่นย่อย 2.0i-L และ 2.0i-S ล่าสุดทีมงานมอเตอร์ทริเวีย มีโอกาสได้ทดลองขับอีกครั้งกับรุ่นท๊อป 2.0i-S EyeSight ราคา 1,450,000 บาท ติดตั้งกล้องสเตอริโอ หรือกล้องคู่ 2 ตัวบริเวณด้านซ้ายและขวากระจกมองหลัง เพื่อจับเป็นภาพสี 3 มิติ ซึ่งเป็นภาพที่มีความละเอียดใกล้เคียงสายตามนุษย์ เปรียบเสมือนดวงตาคู่ที่ 2 สำหรับการมองเห็นบนท้องถนน กล้องคู่นี้ถูกใช้ในการทำงานของระบบช่วยขับหรือ EyeSight Driver Assist ซึ่งประกอบด้วย

●   Pre-Collision Braking System : เตือนผู้ขับเมื่อระบบประเมินแล้วพบว่าอาจเกิดการชน ถ้าผู้ขับไม่ตอบสนอง ระบบจะค่อยๆ เบรกอัตโนมัติ โดยสามารถเบรกกระทั่งรถหยุดสนิทถ้าจำเป็น ระบบได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงมากขึ้น เช่น ถ้าอยู่ในแนวกับรถคันหน้าพอดี ระบบจะเริ่มเบรกที่ระยะไกล ถ้าเหลื่อมกับรถคันหน้าประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ระบบจะเริ่มเบรกที่ระยะใกล้เข้ามา และถ้าเหลื่อมกับคันหน้า 30 เปอร์เซ็นต์ ระบบก็เบรกที่ระยะใกล้มากขึ้น ซึ่งตรงกับการใช้งานจริงเช่น ผู้ขับกำลังจะเบี่ยงรถเพื่อแซงคันหน้า ระบบจะไม่เบรกให้ ถ้าไม่ได้เริ่มเบี่ยงรถในระยะใกล้เกินไป

●   Adaptive Cruise Control : กล้องสเตอริโอทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ระบบขับเคลื่อน และระบบเบรก เพื่อให้รถยังคงเว้นระยะจากคันหน้าและเหลือที่ว่างพอให้เคลื่อนตัว ระบบนี้สามารถตั้งระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 4 ระดับ มาพร้อมระบบ Stay-stopped Function สามารถหยุดรถและเคลื่อนรถตามรถคันหน้าได้ด้วยการกดปุ่ม RES ที่พวงมาลัยหรือแตะคันเร่ง ทำงานร่วมกับระบบ Lead Vehicle Start Alert ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่

ระยะความเร็วรถ 40 กม./ชม.ความเร็วรถ 100 กม./ชม.
4ระยะห่างประมาณ 30 เมตรระยะห่างประมาณ 60 เมตร
3ระยะห่างประมาณ 25 เมตรระยะห่างประมาณ 50 เมตร
2ระยะห่างประมาณ 20 เมตรระยะห่างประมาณ 40 เมตร
1ระยะห่างประมาณ 15 เมตรระยะห่างประมาณ 30 เมตร

●   Pre-Collision Throttle Management : ระบบถอนคันเร่งก่อนการชน โดยจะเตือนผู้ขับด้วยสัญญาณเสียงเเละไฟกระพริบบริเวณหน้าจอ และหยุดไม่ให้เร่งเครื่องยนต์ได้ชั่วขณะ เพื่อลดโอกาสการชนด้านหน้า ระบบมีข้อจำกัดเมื่อด้านหน้าเป็นประตูบานม้วนโลหะ ผนังสีขาว หรือรั้วโปร่ง

●   Lane Departure Warning : ทำงานความเร็วประมาณ 60 กม./ชม. ระบบจะเตือนผู้ขับด้วยสัญญาณเสียงและไฟเตือนบนหน้าจอ เมื่อระบบตรวจพบว่ารถกำลังจะออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ (ไม่เปิดไฟเลี้ยว) ระบบมีข้อจำกัดเมื่อถนนไม่มีเส้นแบ่งเลนหรือเส้นไม่ชัดเจน

●   Lane Sway Warning : เตือนผู้ขับด้วยเสียงและไฟกระพริบที่มาตรวัด เมื่อรถมีอาการส่ายไปมา โดยระบบจะทำงานที่ความเร็ว 60 กม./ชม. ขึ้นไป

●   อย่างไรก็ตาม ระบบความปลอดภัยทั้งหมดในกลุ่ม EyeSight ก็ยังมีข้อจำกัดในการทำงาน ให้นึกถึงว่า EyeSight เสมือนสายตามนุษย์ ถ้าผู้ขับมองเห็นแล้วว่าทัศนวิสัยการขับไม่ค่อยดี EyeSight ก็มองเห็นแบบนั้นเช่นกัน จึงควรขับด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่หวังพึ่งระบบเพียงอย่างเดียว และในบางสถานการณ์​ระบบ EyeSight ก็จะไม่ทำงาน โดยจะขึ้นสัญลักษณ์กากบาทที่ชุดมาตรวัด

●   การทดลองขับจัดขึ้นในสนามปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งเป็นสถานที่ปิด เหมาะอย่างยิ่งกับการจัดทดสอบระบบความปลอดภัยต่างๆ ภายใต้สถานการณ์จำลอง ที่ทำให้เห็นการทำงานได้อย่างชัดเจนและมีความปลอดภัยสูงสุด โดยระบบที่เน้นเป็นพิเศษคือ Adaptive Cruise Control ที่ทำงานสัมพันธ์กับ Stay-stopped Function และ Lead Vehicle Start Alert

●   อีกส่วนของสนามถูกใช้ทดสอบประสิทธิภาพของรถ ทั้งประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ในการเร่งออกตัว ซึ่งรถเร่งได้รวดเร็วทันใจและต่อเนื่อง จากนั้นโค้งขวาเข้าสถานีทดสอบการดูดซับแรงสั่นสะเทือน ต่อเนื่องด้วยการทดสอบเอบีเอส เร่งความเร็ว 80 กท./ชม. จากนั้นกระทืบเบรกเต็มแรงเมื่อถึงจุดที่กำหนด รถมีอาการหน้าทิ่มท้ายยกไม่มากนัก จากนั้นเร่งเครื่องยนต์ออกตัวทดสอบความมั่นคงขณะเข้าโค้ง

●   ต่อเนื่องด้วย Wet Skid Pad ที่พรมน้ำไว้ชุ่ม ขับความเร็ว 40-50 กม./ชม. วน 2 รอบ พบว่ารถมีความมั่นคง ควบคุมง่าย อาการโยนของตัวถังมีให้สัมผัสไม่มากนัก เข้าสู่ทางตรงก่อนเข้าสถานีหักหลบฉุกเฉิน ความเร็ว 60 กม./ชม. รถมีการเบรกให้ในล้อที่จำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพของตัวรถ ทำให้หักหลบสิ่งกีดขวางได้โดยรถไม่เสียการควบคุม

●   ปิดท้ายด้วยการขับสลาลม ผ่านลูกบอลที่มีความกว้าง เป็นการบังคับให้ต้องหมุนพวงมาลัยด้วยองศาที่มากกว่าการขับสลาลมผ่านไพล่อนที่แทบจะขับเป็นเส้นตรงได้ การโยกรถซ้าย-ขวา ทำได้อย่างมั่นคงตัวรถมีการโยนไม่มากนัก พวงมาลัยคล่องแคล่วและเบาแรง

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ เชิญได้ที่ subaru.asia/th/th/vehicles/forester

Group Test : 2019 Subaru Forester 2.0i-s EyeSight

Drunk Dont Drive