Toyota ประเทศไทย พาชม Tokyo Motor Show 2019 (ตอนที่ 2)
October 28, 2019
Motortrivia Team (5320 articles)

Toyota ประเทศไทย พาชม Tokyo Motor Show 2019 (ตอนที่ 2)

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   หลังจากที่ดูรายละเอียดรถบางส่วนบนพื้นที่ของโตโยต้า ในงาน โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ไปแล้ว ก็ได้เวลาลองของจริงกับยานยนต์หลากรุ่น ช่วงบ่ายมีการลองทั้งขับและนั่งรถต้นแบบหลายรุ่น สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป ทว่าไม่ครบทุกรุ่นเนื่องจากมีเวลาจำกัด และมีสื่อมวลชนจำนวนมากจากทั่วโลกที่โตโยต้าเชิญมากว่า 300 คน

1. Sora – FC Bus

●   เริ่มต้นด้วยการชมการสาธิตระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ ที่ติดตั้งในรถบัสขนาดใหญ่รุ่น Sora ที่เปิดตัวไปแล้วเมื่อปี 2018 สามารถจอดเทียบได้เองโดยมีระยะห่างน้อยที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ใช้วีลแชร์

●   ขับเคลื่อนด้วยระบบ Fuel Cell แบบ Solid Polymer Electrolyte กับแบตเตอรี่แบบนิเกิล เมทัล ไฮดราย ส่งกำลังให้มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว มีกำลังสูงสุด 113 กิโลวัตต์ x 2 แรงบิด 335 นิวตัน-เมตร x 2 ตัวรถสามารถจ่ายไฟฟ้ากลับออกไปได้ สำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินหรือเกิดภัยพิบัติ ด้านนอกตัวรถติดตั้งกล้องความละเอียดสูง 8 ตัว สำหรับตรวจจับรถคันอื่น รวมทั้งจักรยาน และคนเดินเท้า โตโยต้าคาดว่าจะผลิตรถบัส Fuel-Cell จำนวนกว่า 100 คัน เพื่อใช้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020

2. AMP-Accessible People Mover

●   ออกแบบเพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บในระยะทางใกล้ๆ ภายในออกแบบให้มีที่สำหรับวางเปลเคลื่อนย้ายผู้ป่วย หรือจะใช้รับ-ส่งผู้ที่ใช้วีลแชร์ ก็ได้ ที่พื้นรถมีที่เก็บทางลาดที่สามารถดึงออกมาได้ เมื่อวางบนพื้นราบแล้วจะมีความชัน 14 องศา แบ่งเป็น 2 รุ่น คือ Basic Model มีคนขับ 1 คน ผู้โดยสาร 2 คน หรือ คนขับ 1 คน ผู้โดยสาร 2 คน พร้อมผู้ใช้วีลแชร์ 1 คน และ Relief Specification ผู้ขับ 1 คน เปลผู้ป่วย 1 เปล และเจ้าหน้าที่ 2 คน

●   ตัวรถมีความยาว 3,940 มิลลิเมตร กว้าง 1,620 มิลลิเมตร สูง 2,000 มิลลิเมตร ในห้องโดยสารมีความสูงจากพื้นรถถึงหลังคา 1,620 มิลลิเมตร วางแบตเตอรี่ไว้ใต้พื้นรถ ความเร็วสูงสุด 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ชาร์จเต็มใช้งานได้ประมาณ 100 กิโลเมตร วงเลี้ยวแคบสุด 5.0 เมตร

3. Supra & 86 Drift

●   เหวี่ยงสะบัดแก้ง่วงด้วยการนั่งรถดริฟท์ ที่เตรียมไว้ 2 คัน คือ Supra เครื่องยนต์รหัส B48 ความจุ 2,000 ซีซี เกียร์อัตโนมัติแบบสปอร์ต 8 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง ราคาในญี่ปุ่น 5.462 ล้านเยน และ 86 เครื่องยนต์รหัส FA20 ความจุ 2,000 ซีซี เกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง ราคาในญี่ปุ่น 4.968 ล้านเยน โชคดีได้นั่งซูปร้า สังเกตว่าใช้แค่เกียร์ 1 เท่านั้น เพราะสนามไม่กว้างมาก ไม่ได้ดริฟท์ด้วยความเร็วสูง เน้นการเบรกเพื่อถ่ายน้ำหนักไปด้านหน้า แล้วเร่งเครื่องยนต์ปั่นล้อหลังให้รถลื่นไถล แล้วควบคุมทิศทางด้วยล้อหน้า ดูคนขับชิลๆ คนนั่งก็สบายๆ เพราะไม่ได้เหวี่ยงรุนแรง

4. BEVs

●   ปิดท้ายกิจกรรมทดลองขับด้วย 2 ยานพาหนะในกลุ่ม BEV ที่สื่อมวลชนไทยได้ทดลองใช้งานคือ Walking area BEV และ Toyota i-ROAD

5. Lexus LF-30 Electrified

●   ปิดท้ายด้วย Lexus LF-30 Electrified ซึ่งบรรยายโดย มร. ทากาชิ วาตานาเบะ กล่าวถึงรถต้นแบบของเลกซัส ที่จัดแสดงในโตเกียว มอเตอร์โชว์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงรถต้นแบบเท่านั้น แต่ยังเป็นการเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ของรถพลังงานไฟฟ้า ที่ติดตั้งใน LF-30

●   เทคโนโลยีเด่นๆ มีอาทิ มอเตอร์ไฟฟ้าแรงบิดสูงติดตั้งที่ล้อทั้ง 4 มาพร้อมเทคโนโลยี Lexus Advanced Posture Control สามารถควบคุมการขับเคลื่อนให้เป็นได้ทั้งขับล้อหน้า, ล้อหลัง หรือขับเคลื่อน 4 ล้อ ชุดควบคุมการขับเคลื่อนมีขนาดเล็กและเบา เพิ่มพื้นที่การใช้งาน พวงมาลัยไฟฟ้า ลดชิ้นส่วนกลไก จึงสามารถปรับเปลี่ยนการตอบสนองและการควบคุมได้ละเอียดและแม่นยำ สอดคล้องกับลักษณะการขับ

●   มิติตัวรถมีความยาว 5,090 มิลลิเมตร กว้าง 1,995 มิลลิเมตร สูง 1,600 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,200 มิลลิเมตร น้ำหนัก 2,400 กิโลกรัม ระยะทางการใช้งาน 500 กิโลเมตร ความจุแบตเตอรี่ 110 กิโลวัตต์ชั่วโมง กำลังสูงสุด 400 กิโลวัตต์ แรงบิด 700 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 3.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อ่านต่อตอนที่ 3

●   [email protected] Motor Show 2019 : ตอนที่ 1.
●   [email protected] Motor Show 2019 : ตอนที่ 2.
●   [email protected] Motor Show 2019 : ตอนที่ 3.


[email protected] Motor Show 2019 : Part 2

Drunk Dont Drive