November 22, 2019
Motortrivia Team (8513 articles)

F1 Brazilian GP 2019 : แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่นฝ่าดราม่าคว้าชัย

Posted by : FascinatorFJ.

●   รายการที่ 20 บราซิเลียนกรังด์ปรีซ์ เวอร์สแท็พเพ่นซิ่งฝ่าดราม่าคว้าชัยบราซิเลียนกรังด์ปรีซ์ แกสลีย์เอาท์แดรกแฮมิลตันปาดเข้าเส้นอันดับ 2

●   แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น นักขับเรดบูลล์ ซิ่งฝ่าดราม่าทั้งหลายรวมทั้งแซง ลูวอิส แฮมิลตัน จากเมอร์เซเดส ถึง 2 ครั้ง ในระหว่างการแข่งขัน นักแข่งดัตช์เข้าเส้นชัยคันแรกในขณะที่แฮมิลตันหลุดจากอันดับ 3 หลังจากถูกลงโทษเนื่องจากชน อเล็กซานเดอร์ อัลบอน

●   เวอร์สแท็พเพ่นนั้นขึ้นนำตั้งแต่โค้งแรก ตามมาด้วยแฮมิลตันที่ปาดแซง เซบาสเตียน เวทเทล จากเฟอร์รารี ขึ้นมารั้งอันดับ 2 ก่อนที่ผู้นำ 2 อันดับแรก จะเริ่มยืดระยะห่างออกมาจากนักขับเฟอร์รารี ในขณะที่เฟอร์รารีอีกคันนั้น ชาร์ล เลอแคลร์ สตาร์ทจากกริดที่ 14 และค่อยๆ ไต่อันดับขึ้นมา

●   เวอร์สแท็พเพ่นกับแฮมิลตันขับรักษาระยะห่างกันอยู่ที่ประมาณ 2 วินาที และในรอบที่ 20 ก็เป็นแฮมิลตันที่เข้าพิทไปก่อนเพื่อทำอันเดอร์คัทเวอร์สแท็พเพ่น

●   นักแข่งดัตช์เข้าพิทตามในรอบถัดไป แต่ว่าเขาติด โรเบิร์ต คูบิคซ่า ซึ่งวิลเลียมส์ปล่อยนักแข่งโปลออกจากพิทบ็อกซ์มาขวางหน้าพอดี และจังหวะออกจากพิท แฮมิลตันนั้นก็ผ่านเขาขึ้นไปได้เรียบร้อย

●   อย่างไรก็ตามแฮมิลตันนั้นติดอยู่หลังเลอแคลร์พอดีเช่นกันเป็นเวลา 1 รอบ ก่อนที่เลอแคลร์จะเข้าพิทไป นั่นมากพอที่จะทำให้เวอร์สแท็พเพ่นไล่ขึ้นมาติดหลังแฮมิลตัน และแซงขึ้นมาได้ที่โค้งแรกอย่างสวยงาม

●   เมอร์เซเดสพยายามให้แฮมิลตันอันเดอร์คัทเวอร์สแท็พเพ่นในพิทครั้งที่ 2 ในรอบที่ 43 แต่คราวนี้พิทเมอร์เซเดสนั้นใช้เวลามากกว่า 3 วินาที นั่นทำให้เวอร์สแท็พเพ่นที่เข้าพิทในรอบถัดไปและใช้เวลาในพิทไม่ถึง 2 วินาที ออกมาอยู่หน้าแฮมิลตันอย่างสบายๆ

●   เวอร์สแท็พเพ่นนั้นรักษาระยะห่างกับแฮมิลตันไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ จนกระทั่งเหลืออีก 18 รอบ วาลท์เทรี บ็อตตาส ต้องจอดรถเมอร์เซเดสของเขาเนื่องจากปัญหาแรงดันน้ำมัน และนั่นเรียกเซฟตี้คาร์ออกมา

●   ในจังหวะนั้นเวอร์สแท็พเพ่นรีบเข้าพิทอย่างรวดเร็ว เขาเปลี่ยนเป็นยางซอฟต์อีกครั้งและออกมาตามหลังแฮมิลตันซึ่งไม่ได้เข้าพิท ทำให้ยางมีเดียมของแฮมิลตันถูกใช้งานมากกว่าเวอร์สแท็พเพ่นอยู่ 11 รอบ

●   เวทเทล, อัลบอน และ เลอแคลร์ ตามกันมาในอันดับ 3, 4 และ 5 ในช่วงนี้ โดยเวทเทลกับอัลบอนนั้นไม่ได้เข้าพิทในช่วงเซฟตี้คาร์ เนื่องจากทั้งคู่พึ่งเข้าพิทไปก่อนหน้านั้น 3 รอบ ส่วนเลอแคลร์อาศัยจังหวะเซฟตี้คาร์เข้าพิทไปเปลี่ยนเป็นยางซอฟต์

●   ในช่วงจังหวะรีสตาร์ท แฮมิลตันพยายามรั้งและชิงจังหวะออกตัวให้ได้เปรียบมากที่สุด แต่เวอร์สแท็พเพ่นนั้นขึ้นมาตีคู่ได้ก่อนจะเข้าโค้ง 1 และแซงจากด้านนอกอย่างสวยงาม ในขณะที่ด้านหลัง อัลบอนได้ทำแบบเดียวกับเวอร์สแท็พเพ่น แซงเวทเทลจากด้านนอกโค้ง 1 เช่นกัน

●   ด้านหลังอัลบอน เฟอร์รารีทั้ง 2 คัน ต่างพากันจู่โจมนักแข่งไทย เวทเทลนั้นได้โอกาสจู่โจมจากด้านนอกโค้ง 1 ในขณะที่เหลืออีก 7 รอบ แต่อัลบอนป้องกันไว้ได้

●   2 รอบถัดมา เลอแคลร์จู่โจมเวทเทลขึ้นมาบ้าง นักแข่งโมเนแกสแซงขึ้นมาได้ในโค้ง 1 แต่เวทเทลไม่ยอม แซงคืนช่วงออกโค้ง 3 และบีบไลน์ใส่เลอแคลร์ นั่นทำให้ล้อรถเฟอร์รารีของทั้ง 2 คน แตะกันจนช่วงล่างของเลอแคลร์เสียหาย ในขณะที่ยางหลังของเวทเทลแตก จบการแข่งขันของเฟอร์รารีในวันนี้

●   เซฟตี้คาร์ได้ออกมาทำการเคลียร์แทร็คจากอุบัติเหตุของคู่หูม้าลำพอง ในช่วงนี้แฮมิลตันรีบชิงเข้าพิทไปเปลี่ยนยาง ทำให้เขาตกไปอยู่อันดับ 4 ตามหลังอัลบอนและ ปิแอร์ แกสลีย์

●   เซฟตี้คาร์ได้เข้าพิทไปในขณะที่เหลืออีก 2 รอบ จังหวะรีสตาร์ทเวอร์สแท็พเพ่นนั้นทำได้ดีรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ ส่วนแฮมิลตันแซงแกสลีย์ขึ้นมาได้ที่โค้ง 1 และตามอัลบอนขึ้นไป แต่แล้วในโค้ง 9 แชมป์โลก 6 สมัย ได้เห็นว่านักแข่งไทยเปิดประตูต้อนรับ นั่นทำให้เขาตัดสินใจพุ่งเข้าไป เป็นจังหวะเดียวกับที่อัลบอนปิดประตูเข้าเรซซิ่งไลน์ ทั้งสองเกิดเกี่ยวกัน แฮมิลตันหลุดไปอยู่หลังแกสลีย์อีกครั้ง ส่วนอัลบอนหล่นไปอยู่อันสุดท้าย และจบโอกาสในการขึ้นโพเดียมครั้งแรกของนักแข่งไทยไปอย่างน่าเสียดายอย่างที่สุด

●   แกสลีย์และแฮมิลตันยังคงแบทเทลกันเพื่อเอาอันดับ 2 ให้ได้ แฮมิลตันออกจากโค้ง 12 ได้ดีกว่าในรอบสุดท้าย แต่รถของเขาปีกหน้าเสียหายจากการปะทะกับอัลบอน และรถโทโรรอสโซของแกสลีย์นั้นดาวน์ฟอร์ซน้อยกว่า นั่นทำให้แกสลีย์เอาท์แดรกแฮมิลตันปาดหน้าเข้าเส้นชัยไปเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาที

●   ทางด้านแฮมิลตันนั้นถึงแม้ว่าจะเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 แต่สจ๊วตได้สอบสวนกรณีที่เขาปะทะกับอัลบอน และได้ตัดสินให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ มีความผิดฐานก่อให้เกิดอุบัติเหตุ สจ๊วตได้ยื่นโทษบวกเวลา 5 วินาที ให้กับแฮมิลตัน ส่งผลให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ หล่นลงไปยังอันดับ 7 แทน

●   เมื่อแฮมิลตันหล่นลงไป ก็เป็น คาร์ลอส ซายน์ซ จากแม็คลาเรน ที่ขับได้อย่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติในวันนี้ นักแข่งสแปนิชสตาร์ทจากแถวหลังสุดและไล่แซงขึ้นมาอย่างมุมานะ อีกทั้งจังหวะเข้าพิทครั้งเดียวของเขานั้นก็ยอดเยี่ยม ทำให้เขาขยับอันดับขึ้นมาได้เรื่อยๆ จนกระทั่งตามแฮมิลตันเข้าเส้นชัยในอันดับ 4 และขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 3 แทนหลังจากที่แฮมิลตันถูกลงโทษ

●   อัลฟ่า โรเมโอ เก็บแต้มได้มากที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา โดยในสนามนี้พวกเขามีอัพเดทปีกหน้าใหม่ และน่าจะมีส่วนช่วยให้ คิมี ไรค์โคเนน จบการแข่งขันในอันดับ 4 และ อันโตนิโอ โจวินาซซี จบการแข่งขันในอันดับ 5 พวกเขาทำได้ดีกว่าเรโนลต์ของ แดเนียล ริคคิอาร์โด ที่ตามมาในอันดับ 6 เสียอีก

●   ทางด้าน แลนโด้ นอริส มีปัญหากับยางฮาร์ดในช่วงหลังพิทแรก ยางฮาร์ดของเขาแทบไม่มีการยึดเกาะจึงทำให้เขาช้ามาก เขาเปลี่ยนเป็นยางมีเดียมช่วงรันสุดท้าย และนั่นทำให้เขากลับมารับอันดับ 8 ไปได้

●   เซอร์จิโอ เปเรซ จากเรซซิ่งพอยต์ และ ดานีล คฟยาต จากโทโรรอสโซ เป็นอีก 2 คัน ที่เหลือที่เก็บแต้มได้จากสนามนี้ ทั้งคู่เข้าเส้นชัยในอันดับ 9 และ 10 ตามลำดับ ในขณะที่ผู้ที่ไปไม่ถึงเส้นชัยนั้นนอกจากคู่หูเฟอร์รารีและบ็อตตาสแล้ว ก็มี แลนซ์ สโตรล อีกคนจากเรซซิ่งพอยต์ ซึ่งมีปัญหากับช่วงล่าง  ●

สรุปผลการแข่งขัน

  1. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 1.33.55.653 – กริด 1
  2. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +6.077 – กริด 6
  3. คาร์ลอส ซายน์ซ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +8.896 – กริด 20
  4. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +9.452 – กริด 8
  5. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – +10.201 – กริด 12
  6. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – +10.541 – กริด 11
  7. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – +11.139 – กริด 3
  8. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – +11.204 – กริด 10
  9. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +11.529 – กริด 15
  10. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – +11.931 – กริด 16
  11. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – +12.732 – กริด 9
  12. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +13.599 – กริด 18
  13. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – +14.247– กริด 7
  14. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – +14.927 – กริด 5
  15. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – +18.059 – กริด 13
  16. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – +1 รอบ – กริด 19
  17. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – +5 รอบ – เสียหายจากอุบัติเหตุ – กริด 2
  18. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – +5 รอบ – อุบัติเหตุ – กริด 14
  19. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – +5 รอบ – ช่างล่าง – กริด 17
  • DNF – วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – รอบที่ 51 – แรงดันน้ำมัน – กริด 4
  • เวลาต่อรอบเร็วที่สุด – วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 1.10.698 – รอบที่ 43

คะแนนสะสมประเภทนักขับ

  1. ลูวอิส แฮมิลตัน – เมอร์เซเดส – 387
  2. วาลท์เทรี บ็อตตาส – เมอร์เซเดส – 314
  3. แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่น – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 260
  4. ชาร์ล เลอแคลร์ – เฟอร์รารี – 249
  5. เซบาสเตียน เวทเทล – เฟอร์รารี – 230
  6. ปิแอร์ แกสลีย์ – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 95
  7. คาร์ลอส ซายน์ซ – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 95
  8. อเล็กซานเดอร์ อัลบอน – เรดบูลล์ ฮอนด้า – 84
  9. แดเนียล ริคคิอาร์โด – เรโนลต์ – 54
  10. เซอร์จิโอ้ เปเรซ – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 46
  11. แลนโด้ นอริส – แม็คลาเรน เรโนลต์ – 45
  12. คิมี ไรค์โคเนน – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 43
  13. นิโค ฮูลเคนเบิร์ก – เรโนลต์ – 37
  14. ดานีล คฟยาต – โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 35
  15. แลนซ์ สโตรล – เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 21
  16. เควิน แม็กนุสเซน – ฮาส เฟอร์รารี – 20
  17. อันโตนิโอ โจวินาซซี – อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 14
  18. โรมัง โกรส์ฌอง – ฮาส เฟอร์รารี – 8
  19. โรเบิร์ต คูบิคซ่า – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1
  20. จอร์จ รัสเซล – วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส

คะแนนสะสมประเภททีมผู้ผลิต

  1. เมอร์เซเดส – 701
  2. เฟอร์รารี – 479
  3. เรดบูลล์ ฮอนด้า – 391
  4. แม็คลาเรน เรโนลต์ – 140
  5. เรโนลต์ – 91
  6. โทโรรอสโซ ฮอนด้า – 83
  7. เรซซิ่งพอยต์ เมอร์เซเดส – 67
  8. อัลฟ่า โรเมโอ เฟอร์รารี – 57
  9. ฮาส เฟอร์รารี – 28
  10. วิลเลียมส์ เมอร์เซเดส – 1

ที่มา :
•  autosport.com.
•  espnf1.com.


ผลการแข่งขันฤดูกาล 2019

●   สนามที่ 01 : Australian GP : บ็อตตาสเชือดคู่แข่งทุกคนเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก.
●   สนามที่ 02 : Bahrain GP : แฮมิลตันคว้าชัยแบบส้มหล่น หลังเลอแคลร์มีปัญหา.
●   สนามที่ 03 : Chinese GP : แฮมิลตันคว้าชัย พร้อมพาเมอร์เซเดสจบ 1-2.
●   สนามที่ 04 : Azerbaijan GP : บ็อตตาส/แฮมิลตัน กวาด 1-2 เป็นสนามที่ 4.
●   สนามที่ 05 : Spanish GP : แฮมิลตัน/บ็อตตาส เข้าเส้นชัย 1-2 เป็นสนามที่ 5.
●   สนามที่ 06 : Monaco GP 2019 : แฮมิลตันรอดการจู่โจมอย่างหนัก.
●   สนามที่ 07 : Canadian GP : เวทเทลต้องปล่อยชัยชนะแรกของฤดูกาล.
●   สนามที่ 08 : French GP : แฮมิลตันนำตั้งแต่โพลจนกระทั่งถึงเส้นชัย.
●   สนามที่ 09 : Austrian GP : เรดบูลล์หยุดสถิติชนะต่อเนื่องของเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 10 : British GP : แฮมิลตันทำสถิติเป็นผู้ชนะสูงสุดคนใหม่ในรายการ.
●   สนามที่ 11 : German GP : เมอร์เซเดสพบกับฝันร้ายเป็นครั้งแรก.
●   สนามที่ 12 : Hungarian GP : แฮมิลตันแย่งแชมป์จากมือเวอร์สแท็พเพ่น.
●   สนามที่ 13 : Belgian GP : เลอแคลร์ คว้าชัยแรกให้ตัวเองและเฟอร์รารี.
●   สนามที่ 14 : Italian GP : เลอแคลร์โชว์ฟอร์มเหนือ รั้งคู่หูเมอร์เซเดส.
●   สนามที่ 15 : Singapore GP : เวทเทล คว้าชัยชนะแรกในรอบ 1 ปีกว่า.
●   สนามที่ 16 : Russian GP : แฮมิลตันคว้าชัย เฟอร์รารี่วุ่นกับทีมออเดอร์.
●   สนามที่ 17 : Japanese GP : บ็อตตาสช่วยต้นสังกัดคว้าแชมป์ 6 สมัย.
●   สนามที่ 18 : Mexican GP : แฮมิลตันยังต้องรอลุ้นแชมป์โลกสนามหน้า.
●   สนามที่ 19 : US GP : ลูวอิส แฮมิลตัน ครองแชมป์โลกสมัยที่ 6.
●   สนามที่ 20 : Brazilian GP : แม็กซ์ เวอร์สแท็พเพ่นฝ่าดราม่าคว้าชัย.
●   สนามที่ 21 : Abu Dhabi GP : แฮมิลตันปิดฉากฤดูกาล ขับกินลมชมวิว.