2020 Honda City เจนเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวในไทยแบบเวิลด์ พรีเมียร์
November 25, 2019
Motortrivia Team (5380 articles)

2020 Honda City เจนเนอเรชั่นใหม่ เปิดตัวในไทยแบบเวิลด์ พรีเมียร์

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Honda City ใหม่เจเนอเรชันที่ 5 (ในตลาดโลกนับเป็นเจนเนอเรชั่นที่ 7) เป็นครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย ไฮไลท์คือการใช้งานเครื่องยนต์ 3 สูบ เทอร์โบชาร์จใหม่ และมีรุ่นย่อยเกรด RS เป็นครั้งแรก โดยจะลงโชว์รูมทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ราคาเริ่มต้น 579,500 บาท

●   City ใหม่มีภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราขึ้น ด้านหน้าเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียม, ชุดไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟ LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ชุดไฟท้ายแบบ LED, เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว

●   ตัวถังวางต่ำลง -10 มม. ความกว้างเพิ่มขึ้น +53 มม. ความยาวเพิ่มขึ้น +113 มม. กระจกมองข้างปรับตำแหน่งการจัดวางจากเสาหน้า A มาเป็นบริเวณข้างประตู

●   ห้องโดยสารออกแบบใหม่ทั้งหมด เน้นการจัดวางตำแหน่งต่างๆ ให้สอดคล้องกับสรีระทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร การตกแต่งแยกเป็นโทนสีดำ, เบาะผ้า หรือเบาะหนัง (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) พร้อมการตกแต่งด้วยสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ (รุ่น SV), คอนโซลหน้าตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black, มือเปิดประตูด้านในโครเมียม

●   ผู้ขับสะดวกด้วยมาตรวัดเรืองแสง, จอแสดงข้อมูลการขับ, จอทัชสกรีนส่วนกลางขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch, รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS ด้วย Apple CarPlay, ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน SIRI, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน มีชุดควบคุมเครื่องเสียง รับ-วางสายโทรศัพท์ และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ

●   ห้องโดยสารเงียบขึ้นด้วยการใช้สเปรย์โฟมที่บริเวณฐานวางเสาตัวถัง (นับเป็นครั้งแรกใน City) และเพิ่มฉนวนกันเสียงบริเวณใต้เครื่องยนต์ให้มากกว่ารุ่นเดิม 3.5 เท่า

●   พละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน VTEC แบบ 3 สูบ 12 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ 1.0 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ เวสท์เกทไฟฟ้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT มีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด อัตราทดแปรผันต่อเนื่อง กำลังสูงสุด 122 แรงม้า (PS) ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 17.6 กก.-ม. ที่ช่วง 2,000 – 4,500 รอบ/นาที รองรับการใช้งาน E20

●   ฮอนด้าระบุว่า เครื่องยนต์บล็อคนี้มีประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร มีแรงบิดเทียบเท่าเครื่องยบนต์ 1.8 ลิตร ทว่าอัตราสิ้นเปลืองดีกว่ามาก ตัวเลขการทดสอบจากโรงงานอยู่ที่ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 99 กรัม/กม. ผ่านมาตรฐานในระดับ Euro 5

ครั้งแรกกับ Honda City RS

●   ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ Honda City จะมีทางเลือกเป็นรุ่นติดตั้งชุดแต่ง RS มาจากโรงงาน ประกอบด้วยสีแดง Ignite Red เฉพาะรุ่น, กระจังหน้า Gloss Black, ตราสัญลักษณ์ RS, กันชนหน้าและกระจังหน้าแบบสปอร์ต, ชุดไฟหน้า LED ออกแบบเฉพาะตัว, มีไฟ LED วิ่งกลางวันและไฟตัดหมอก LED, กระจกมองข้างสีดำฝังไฟเลี้ยวในตัว, สปอยเลอร์หลัง Gloss Black พร้อมตราสัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอยลายสปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

●   ห้องโดยสารมีเบาะหนังกลับ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง, จอแสดงข้อมูลการขับพร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และมีชุดระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT เจเนอเรชันล่าสุดให้ใช้งาน

●   ชุดระบบความปลอดภัย ประกอบด้วย โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control (G-CON), ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, ระบบเบรค ABS ป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรค EBD, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง Vehicle Stability Assist, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน Hill Start Assist และกล้องหลังแบบปรับมุมมองได้ 3 ระดับ Multi-angle Rearview Camera

มร. มาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น

●   มร. มาซายูคิ อิงาราชิ หัวหน้าเจ้าหน้าที่งานปฏิบัติการประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า:

●   “ฮอนด้า ซิตี้ นับเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สำคัญของฮอนด้าที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นยนตรกรรมสำหรับภูมิภาค (Regional Model) โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี พ.ศ. 2539 และได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เจเนอเรชัน 1 ถึง เจเนอเรชัน 4 ด้วยยอดขายสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า ซิตี้ เห็นได้จากยอดขายกว่า 100,000 คัน ในปี 2562 (มกราคม – กันยายน 2562) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% จากยอดขายฮอนด้า ซิตี้ ทั่วโลก และประเทศไทย ถือเป็นตลาดหลักของ ฮอนด้า ซิตี้ ทั้งในแง่ของการเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง อีกทั้งเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของฮอนด้าในภูมิภาคอีกด้วย ในวันนี้ลูกค้าชาวไทยจะได้สัมผัสกับ ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ เป็นครั้งแรกในโลก โดยจะเป็นยนตรกรรมที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ที่เหนือความคาดหมายของลูกค้าและสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถยนต์ไทยได้อีกครั้งหนึ่ง”

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

●   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า ซิตี้ เป็นยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระดับรถซิตี้คาร์ ด้วยการสร้างมาตรฐานใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนสามารถครองตำแหน่งผู้นำในตลาดซับคอมแพคท์ จากความสำเร็จของ ฮอนด้า ซิตี้ กว่า 2 ทศวรรษ การพัฒนา ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันใหม่ จึงถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญ โดยจะเป็นรถซิตี้คาร์ที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมและเหนือกว่ารถในระดับเดียวกันในทุกด้าน แต่ยังเพิ่มความคุ้มค่าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ซึ่งมาพร้อมราคาที่ปรับลดลงในทุกเกรด ด้วยคุณค่าใหม่นี้ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชันที่ 5 จะเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอีกครั้ง”

ราคาจำหน่าย / ข้อเสนอพิเศษ

●   ฮอนด้าจะแยกการจำหน่าย City ใหม่เป็น 4 รุ่นย่อย S, V, SV และ RS สีภายนอกมี 6 สี ประกอบด้วย สีแดงเมทัลลิค Ignite Red (สีใหม่เฉพาะรุ่น RS), สีขาวมุก Platinum White (เฉพาะรุ่น RS เพิ่ม 10,000 บาท), สีดำ Crystal Black Pearl (เฉพาะรุ่น SV เพิ่ม 6,000 บาท), สีเงินเมทัลลิค Lunar Silver Metallic (เฉพาะรุ่น SV), สีเทาเมทัลลิค Modern Steel (เฉพาะรุ่น SV) ปิดท้ายด้วยสีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่น V และรุ่น S)

Honda City S579,500 บาท
Honda City V609,000 บาท
Honda City SV665,000 บาท
Honda City RS739,000 บาท

●   นอกจากนี้ยังมีชุดแต่ง Modulo รอบคัน อาทิ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค ราคา 8,150 บาท, แป้นคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต ราคา 1,300 บาท, คิ้วบันได LED ราคา 4,400 บาท, ล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้วลายสปอร์ต ราคา 3,600 บาท (ราคาต่อวง), ไฟตัดหมอก LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้า ราคา 3,850 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม hondaaccess.co.th/line-up/honda-city

●   สำหรับทางเลือกแบบแพคเกจ จะมี 3 ทางเลือก ประกอบด้วย

  • (1) Modulo Aero Package ราคา 15,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • (2) Modulo Aero RS Package ราคา 17,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
  • (3) Modulo Aero Sport Package ราคา 23,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรค

●   ข้อเสนอพิเศษ : จองรถระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 – 31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 รับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6,490 บาท

●   สนใจดูตัวจริงได้ที่ Motor Expo 2019 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป ข้อมูลเพิ่มเติม www.honda.co.th หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777 และสามารถลงทะเบียนทดลองได้ที่ www.honda.co.th/testdrive  ●

2020 Honda City (motortrivia)

2020 Honda City (Official)

Drunk Dont Drive