December 23, 2019
Motortrivia Team (6752 articles)

OR Thailand Grand Prix 2020 สานต่อ MotoGP ปีที่ 3

ประชาสัมพันธ์

●   ไทยประกาศความพร้อมในการจัด MotoGP เป็นปีที่ 3 ภายใต้ชื่อรายการ OR Thailand Grand Prix 2020 ระหว่างวันที่ 20 – 22 มกราคม 2563 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ โดยภายในวันแรกที่จำหน่ายนั้น บัตรแกรนด์สแตนด์ Sold Out ภายใน 5 นาทีแรก

●   วันที่ 18 ธันวาคม 2562 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าว และเปิดขายบัตรเข้าชมอย่างเป็นทางการ ณ ลานหน้าอาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา (อาคาร 25 ชั้น) การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีตัวแทนผู้สนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมงาน ประกอบด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์, บริษัท บุรีรัมย์ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยเครื่องดื่มตราช้าง , บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์จำกัด (มหาชน), บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด

●   สนใจซื้อบัตรได้ที่ เซเว่นอีเลฟเว่น ทุกสาขา และ www.allticket.com ประกอบด้วย Grand Stand ราคา 4,000 บาท, Marquez Stand ราคา 4,000 บาท, Rossi Stand ราคา 4,000 บาท และ Side Stand ราคา 2,000 บาท

●   โปรโมชั่นพิเศษ ส่วนลด 15% สำหรับผู้ที่ซื้อบัตรภายในวันที่ 25 ธันวาคม 2562 (ยกเว้นบัตรแกรนด์ สแตนด์) ส่วนลดออนท็อปเพิ่ม 25% เมื่อแสดงบัตร พีทีที บลูการ์ด หรือรับส่วนลดออนท็อปเพิ่มอีก 20% เมื่อใช้สิทธิ์ส่วนลดจากผู้สนับสนุนต่างๆ อาทิ บัตร ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เฟรนด์ คลับ, กุญแจรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หรือยามาฮ่าทุกรุ่น, บัตรเครดิต และเดบิต ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นต้น ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กเพจ Chang International Circuit

●   นายพิพัฒน์ กล่าวว่า “โมโตจีพี 2019 ที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก เราได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งชาวไทยและทั่วโลก พร้อมรักษาแชมป์เป็นสนามที่มีผู้ชมสูงที่สุดของฤดูกาลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยมียอดผู้ชมสูงสุดกว่า 226,655 คน และมีสถิติชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นมากกว่า 52.8% โดยสามารถสร้างรายได้และมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ถึง 3,457 ล้านบาท ซึ่งการเป็นเจ้าภาพปีที่ 3 ในปี 2020 เราได้พยายามยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันให้ยั่งยืนตามมาตรฐานสากล รวมถึงนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั้งโลก เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสนามชมโมโตจีพีที่มีความสุขที่สุดในโลก พร้อมนำพาประเทศไทยไปสู่สายตาชาวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ ให้สมกับแนวคิด Thailand to the World ที่เราตั้งใจ ตลอดจนเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism Destination ของโลก และผมมั่นใจว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน”

●   ดร. ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “จากผลการศึกษาจากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ศึกโมโตจีพีครั้งนี้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและเงินหมุนเวียนให้กับประเทศหลายพันล้านบาท และเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5,584 ตำแหน่ง ภาพของประเทศไทยได้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนที่ร่วมทำข่าวกว่า 483 ชีวิต จาก 32 ประเทศทั่วโลก และสามารถสร้างมูลค่าทางการประชาสัมพันธ์ให้ประเทศไทยกว่าหลายพันล้านบาท นับเป็นความคุ้มค่าอย่างยิ่งกับการลงทุนและลงแรงจากภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมมือกัน เพราะนอกจากจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดียิ่งให้กับประเทศไทยในสายตาชาวโลกแล้ว ยังเป็นการใช้งานกีฬาระดับโลกในการสร้างเม็ดเงินให้คนในประเทศโดยเฉพาะจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมหาศาล พร้อมเชื่อมั่นว่าจะเป็นผลดีสูงสุดกับเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และกีฬาโดยเฉพาะมอเตอร์สปอร์ต รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ”

●   นายดำรงชัย เนรมิตตกพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า “เรื่องความพร้อมของทางจังหวัดบุรีรัมย์ ขณะนี้เราพร้อมเกิน 100% แล้ว แม้จะมีเวลาการเตรียมงานไม่มากนัก เมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา แต่เราไม่มีความกังวลแต่อย่างใด เนื่องจากเราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาด และมีประสบการณ์จากการจัดการแข่งขันมาแล้วถึง 2 ปี ดังนั้น จึงมีหน่วยงานโดยตรงที่รับผิดชอบในทุกๆ จุดอยู่แล้ว ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความเข้าใจ และมีประสบการณ์เป็นอย่างดี อีกหนึ่งเรื่องสำคัญสำหรับการจัดงานระดับโลกที่มีผู้เข้าร่วมงานหลักแสนคน คือ การมีอาสาสมัครชาวบุรีรัมย์ที่ร่วมแรงร่วมใจดูแลและอำนวยความสะดวกด้านต่างๆให้นักท่องเที่ยวในฐานะเจ้าบ้านที่ดีด้วยหัวใจ รวมทั้งการที่เราเพิ่งจัดการแข่งขันไปนั้น ถือเป็นข้อได้เปรียบ เพราะทุกส่วน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังคงจำประสบการณ์ในวันงาน และแผนการเตรียมงานต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นด้านสาธารณูปโภค ที่พัก การรักษาความปลอดภัย การคมนาคม เราพร้อมทุกด้าน”

●   นายชุมพล สุรพิทยานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ โออาร์ กล่าวว่า “โมโตจีพีถือเป็นศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับ 1 ของโลกที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย โออาร์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขันต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งในปี 2020 จะจัดขึ้นภายใต้ชื่อรายการ โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020 โดย โออาร์ ยังคงจัดเต็มในการสนับสนุนการจัดงานและเตรียมกิจกรรมสนุกสนานและสิทธิพิเศษมากมาย ไว้ต้อนรับแฟน ๆ กีฬามอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลก โดยมั่นใจว่า จากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทยใน 2 ปีที่ผ่านมา โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020 จะสร้างประสบการณ์ที่ประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงาน รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และจะเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญบนหน้าประวัติศาสตร์ของคนไทยที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ”

●   นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า “โมโตจีพี 2020 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามที่ 2 ของปี จากทั้งสิ้น 20 สนาม โดยเราได้มุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานการจัดการแข่งขันให้ดียิ่งขึ้นทุกปี รวมถึงยังคงนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั้งโลก พร้อมจัดกิจกรรมเสริมเพื่อต้อนรับแฟนๆ จากทั่วโลกอย่างเต็มพิกัดเช่นเดิม ส่วนด้านการแข่งขันในสนามนั้นก็ยังมั่นใจว่าปีนี้จะมีไฮไลท์อีกแน่นอน เพราะตลอด 2 ปีที่ผ่านมานั้น เราถือเป็นสนามแข่งขันที่สนุก ตื่นเต้น และเร้าใจที่สุดสนามหนึ่งของโลก”  ●

Drunk Dont Drive