Mitsubishi ประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานในปี 2562
February 11, 2020
Motortrivia Team (5682 articles)

Mitsubishi ประเทศไทย ประกาศผลการดำเนินงานในปี 2562

motortrivia

●   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประกาศยอดจำหน่ายในปี 2562 เติบโตเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเทียบกับปี 2561 ยอดรวม 88,244 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งทางการตลาด 8.8% ยังผลให้ผลการดำเนินงานของมิตซูบิชิประเทศไทย เติบโตสูงกว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ในภาพรวม ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมที่ 1,007,552 คัน ลดลง 3.3%

●   มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปี 2562 เป็นปีที่ดีเยี่ยมสำหรับพวกเรา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เป็นหนึ่งใน 3 บริษัทรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายเติบโตเพิ่มขึ้นในปีที่ผ่านมา เราขอขอบคุณลูกค้าสำหรับความสำเร็จที่เกิดขึ้น ผลการดำเนินงานของเราเติบโตสวนทางกับอุตสาหกรรมยานยนต์ท่ามกลางปัจจัยท้าทายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น นอกจากการนำเสนอรถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว ความสำเร็จของเรายังเกิดขึ้นจากการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายและการให้ความสำคัญกับลูกค้า พร้อมการลงทุนในด้านการพัฒนาบุคลากร”

●   “สำหรับปี 2563 เรายังคงมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุส่วนแบ่งตลาดให้มากกว่าร้อยละ 9 พร้อมเดินหน้าปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพของโรงงานผลิตที่แหลมฉบัง ด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุดจากเรา”

มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด

Triton ครองยอดจำหน่ายสูงสุด

●   ในช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา มิตซูบิชิได้เปิดตัวรถใหม่หลายรุ่นอย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นตลาด ทำให้ผลการดำเนินงานเติบโตเหนือกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม แม้ว่าสภาพตลาดจะมีความท้าทาย และมีการแข่งขันกันสูง รวมทั้งสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวซึ่งส่งผลกระทบต่อตลาดในประเทศและการส่งออก

●   รุ่นรถที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของมิตซูบิชิคือ Mitsubishi Triton โดยมียอดจำหน่ายที่ 35,807 คัน คิดเป็น 41% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด ตามมาด้วย Mitsubishi Xpander ในอันดับ 2 ยอดรวม 16,196 คัน คิดเป็น 18%

●   อันดับ 3 Mitsubishi Pajero Sport ยอดจำหน่าย 13,558 คัน คิดเป็น 15% ปิดท้ายด้วย Mitsubishi Attrage และ Mitsubishi Mirage ทั้งคู่ทำยอดรวมได้ 22,683 คัน คิดเป็น 26%

ส่งออกครองอันดับ 1

●   ด้านการส่งออก มิตซูบิชิ ประเทศไทย นับเป็นผู้ส่งออกรถยนต์อันดับ 1 โดยมียอดส่งออกรวม 332,700 คัน แบ่งเป็นรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 284,500 คัน และรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 48,200 คัน โดยในปี 2562 มิตซูบิชิได้ฉลองความสำเร็จในการส่งออกรถยนต์ครบ 4 ล้านคันด้วย

●   สำหรับการผลิตในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิสามารถผลิตรถยนต์รวมทั้งสิ้น 407,200 คัน ประกอบด้วยรถยนต์สำเร็จรูป (BU) 353,500 คัน และรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบ (KD) 53,700 คัน

เครื่อข่ายดีลเลอร์เป็นอีกปัจจัยสำคัญ

●   มิตซูบิชิระบุว่า อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย และการสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิมีเครือข่ายผู้จำหน่ายรวม 229 แห่ง ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และมีการเปิดตัวไลฟ์สไตล์โชว์รูมแนวคิดใหม่

●   ส่วนบริการหลังการขาย มิตซูบิชิดำเนินงานโดยใช้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางภายใต้แนวคิด เราดูแล คุณแค่ขับ ประกอบด้วย ราคาที่ไม่แพง, คุณภาพสินค้าและบริการที่ดี, อะไหล่แท้, การบริการโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม, การดูแลและเข้าใจในสินค้าและการบริการ และการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่ายด้วยความสะดวก

●   ด้านการพัฒนาบุคลากร เป้าหมายสูงสุดคือการมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม หรือ EA คือศูนย์กลางการดำเนินงานเพื่อพัฒนาความรู้และทักษะ โดยในปีที่ผ่านมา มิตซูบิชิได้ลงทุนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนรู้ผ่านระบบการจัดการการฝึกอบรม (TMS) และระบบการเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning)

●   กิจกรรมอื่นๆ ที่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า ยังมีกิจกรรม มิตซูบิชิ แฮปปี้ แฟน, มิตซูบิชิ แฮปปี้ เฟสติวัล, มิตซูบิชิ โรดโชว์, อเวคเคนนิ่ง แบงค็อก ซึ่งเป็นเทศกาลแสดงแสงสีและศิลปะผสมผสาน ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นร่วมกับผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดปี

เตรียมประกอบรถปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่แหลมฉบัง

●   การดำเนินงานในปี 2563 มิตซูบิชิจะมุ่งเน้นไปที่ 3 ปัจจัยหลัก ประกอบด้วย 1) การให้ความสำคัญกับลูกค้า 2) การปรับปรุงพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย และ 3) การพัฒนาบุคลากร โดยยกระดับการดำเนินงานของผู้จำหน่ายสู่มาตรฐานขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับภาพลักษณ์โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับโลกของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วยอัตลักษณ์ใหม่ พร้อมกับขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพิ่มเป็น 245 แห่งทั่วประเทศ

●   ด้านการผลิตจะมีการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้วยการสร้างโรงพ่นสีแห่งใหม่ ปรับปรุงการปฏิบัติงานในขั้นตอนเชื่อมตัวถัง และขั้นตอนการประกอบ โดยวางแผนนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับคุณภาพ เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต

●   ปิดท้ายด้วยการวางแผนผลิต Mitsubishi Outlander PHEV รถ SUV ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่โรงงานผลิตในแหลมฉบังภายในปี 2564 ด้วย โดยใช้เงินลงทุนมากกว่า 3,130 ล้านบาท ควบคู่ไปกับการส่งเสริมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศด้วยการจัดหา และใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเป็นหลัก

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มิตซูบิชิ ประเทศไทย ติดต่อมิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ 02-079-9500 วันจันทร์ – วันอาทิตย์ 8:30 – 17:00 น. หรือเว็บไซท์ www.mitsubishi-motors.co.th แฟนเพจ facebook.com/MitsubishiMotorsTH

Drunk Dont Drive