2020 Renault Megane E-Tech สู่ยุครถบ้านพลังปลั๊ก-อิน
February 4, 2020
Motortrivia Team (5682 articles)

2020 Renault Megane E-Tech สู่ยุครถบ้านพลังปลั๊ก-อิน

เรื่อง : AREA 54

●   หลายบริษัทผู้ผลิตเริ่มผลักดันให้ระบบขับเคลื่อน Plug-in hybrid กลายเป็นต้นกำลังสำหรับรถรุ่นหลักๆ ในเครือ ซึ่งในอนาคตอันใกล้ มีความเป็นได้สูงว่ารถทุกรุ่นของทุกๆ ผู้ผลิต จะต้องรุ่นมีรุ่นย่อยแบบปลั๊ก-อินฯ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นแบบ Mild Hybrid เพื่อช่วยลดการคายมลพิษไปอีกสักพักใหญ่ๆ ก่อนจะเข้าสู่ยุคแบตเตอรี่แบบเต็มตัว

●   ล่าสุดเรโนลท์ปรับไลน์อัพรถครอบครัวขนาดเล็ก Renault Megane เป็นรถรุ่นปี 2020 โดยมีไฮไลท์เป็นการเพิ่มรุ่นย่อยแบบปลั๊ก-อินฯ เป็นครั้งแรก… แม้ว่าตัว Megane เองนั้นจะนับเป็นรถเจนเนอเรชั่น 4 ที่ทำตลาดมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 ทว่าความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ นับเป็นก้าวใหญ่ๆ ของรถบ้านขนาดเล็กเลยทีเดียว

●   อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเรโนลท์จะทำตลาด Megane เวอร์ชั่นปลั๊ก-อินฯ เฉพาะในรุ่นตัวถัง 5 ประตู เอสเตท เท่านั้น ใช้ชื่อรุ่นในการทำตลาดว่า Renault Megane E-Tech ส่วนรุ่นตัวถังซาลูน และแฮทช์แบค ยังไม่มีกำหนดการในเวลานี้ ห้องโดยสารติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ มาตรวัดหลังพวงมาลัยเปลี่ยนเป็นแบบฟูลดิจิทัล ขนาดจอ 10.2 นิ้ว ส่วนจอกลางสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ Easy Link มีขนาด 9.3 นิ้ว

●   ตัวระบบขับเคลื่อนประกอบด้วย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.6 ลิตร, มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ตัวแรกหมุนล้อ ตัวที่ 2 ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ ทั้งคู่รองรับฟังก์ชั่นชาร์จไฟกลับขณะเบรค/ยกคันเร่ง, ระบบส่งกำลังใหม่ Multi-mode clutchless transmission ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเปลี่ยนเกียร์ให้เหมาะสมกับความเร็วรถ เพื่อลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิง, แบตเตอรี่แพคความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟใน 1 ชม. เท่ากับ 9.8 กิโลวัทท์-ชม.

●   กำลังรวมทั้งระบบ 160 แรงม้า (PS) โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 50 กม. ความเร็วสูงสุดในโหมดนี้จำกัดเอาไว้ที่ 135 กม./ชม. อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียประมาณ 40 กรัม/กม. จากภายทดสอบภายในของเรโนลท์เอง ทว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการจากการทดสอบตามมาตรฐาน WLTP ใหม่ของยุโรปยังไม่ระบุ

●   โหมดในการขับเลือกได้ระหว่าง Pure หรือโหมดไฟฟ้าล้วน, MySense แบบไฮบริดพร้อมฟังก์ชั่นพิเศษ E-Save ซึ่งเรโนลท์ให้ข้อมูลว่าจะสามารถประหยัดพลังงานจากแบตเตอรี่ได้ดีขึ้นราว 40% และโหมด Sport ใช้พลังงานสูงสุดทั้งจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า

●   สำหรับรุ่นพื้นฐานแบบฟอสซิล มีเครื่องยนต์ใหม่ที่เรโนลท์ นิสสัน เดมเลอร์ พัฒนาร่วมกัน และเปิดตัวไปก่อนหน้าในปี 2018 ประกอบด้วย เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1.3 ลิตร ตระกูล TCe แบ่งช่วงกำลังเป็นรุ่น 115 แรงม้า, 140 แรงม้า และ 160 แรงม้า ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือดูอัลคลัทช์ 7 จังหวะ จากนั้นปลายปี 2020 จะเพิ่มรุ่น 3 สูบ 1.0 TCe 120 แรงม้า ให้อีก 1 รุ่น ส่วนรุ่นดีเซลมีเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.5 ลิตร 95 หรือ 115 แรงม้า ทางเลือกเกียร์เหมือนกับรุ่นเบนซิน

●   ปิดท้ายด้วยเวอร์ชั่นสปอร์ต ฮอทแฮทช์ Renault Megane RS ตัวรถมากับเครื่องยนต์ 4 สูบ 1.8 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุด 300 แรงม้า พร้อมแชสซีส์แบบสปอร์ต และมีการตกแต่งพิเศษด้วยแอร์โรพาร์ทเฉพาะรุ่น (Sport chassis ส่วนรุ่น RS Trophy ในอนาคตจะฮาร์ดคอร์กว่าด้วยแชสซีส์แบบคัพ : Cup chassis หรือนับเป็นเวอร์ชั่นกึ่งแทร็ค ใช้เครื่องยนต์บล็อคเดียวกันรุ่นก่อนหน้า)

●   Megane ใหม่จะเริ่มทำตลาดยุโรปในช่วงเดือนมิถุนายน 2020 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุครับ  ●


2020 Renault Megane

Drunk Dont Drive