April 3, 2020
Motortrivia Team (6753 articles)

2021 Audi e-Tron Sportback เตรียมทำตลาดยุโรป

เรื่อง : AREA 54

●  Audi e-Tron Sportback อีกหนึ่งสมาชิกของครอสโอเวอร์หรูพลังไฟฟ้า Audi e-tron กับเวอร์ชั่นท้ายลาดสไตล์ Coupe-like คู่แข่งของ BMW X6 หรือ Mercedes-Benz GLE Coupe เตรียมทำตลาดยุโรปภายในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้ (มีนาคมเป็นต้นไป) เริ่มด้วยรุ่นพิเศษ Edition One จำกัดจำนวน

●  งานออกแบบคงไม่มีอะไรให้แปลกใจกันครับ เราเห็นสัดส่วนโดยรวมกันมาแล้วตั้งแต่ปี 2017 จากต้นแบบ Audi e-tron Sportback Concept ตัวรถมากับชุดไฟ Digital Matrix LED เป็นรุ่นแรก ชุดไฟนี้ใช้เทคโนโลยี DMD (Digital Micromirror Device) ในการประมวลผลลำแสงแบบเดียวกับวีดิโอโปรเจคเตอร์ไฮเอนด์ ลำแสงจากไฟหน้าจะทำงานแบบอัจฉริยะตามสภาพถนน เช่น ในขณะเปลี่ยนเลน ลำแสงจากไฟหน้าจะขยายขอบเขตความสว่างไปยังเลนด้านข้างล่วงหน้าโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับมีเวลาสำรวจความปลอดภัยเล็กน้อยก่อนจะทำการเปลี่ยนเลน เป็นต้น หรือสามารถฉายความสว่างเพิ่มเฉพาะจุดเป็นลักษณะกรอบ 4 เหลี่ยมพอดีกับเส้นแบ่งเลนได้ด้วย

อนิเมชั่นแสดงการทำงานของไฟ Digital Matrix LED

●  เทียบกับ e-Tron รุ่นพื้นฐาน e-Tron Sportback จะมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศที่ดีกว่า จาก Cd 0.28 เป็น 0.25 ทว่าสิ่งที่ต้องแลกก็คือ พื้นที่เหนือศีรษะของผู้โดยสารทางด้านหลังจะหายไป 20 มม. และพื้นที่บรรทุกสัมภาระจะลดลงจาก 655 ลิตร เหลือ 615 ลิตร

●  e-Tron Sportback จะแยกเป็น 2 ทางเลือกหลัก ประกอบด้วยรุ่นพื้นฐาน e-Tron Sportback 50 Quattro ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 308 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 55 กก.-ม. แบตเตอรี่แพคความจุหรือความสามารถในการจ่ายไฟต่อเนื่องภายใน 1 ชม. 71 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 347 กม. ตามมาตรฐาน WLTP อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 190 กม./ชม.

●  อย่างไรก็ตาม ในการขับแบบปกติในชีวิตประจำวัน e-Tron Sportback จะใช้มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหลังหมุนล้อเพียงตัวเดียว เพื่อลดการใช้กระแสไฟฟ้าโดยไม่จำเป็น แต่หากผู้ขับต้องการเรียกกำลัง หรือระบบพบว่าตัวรถกำลังสูญเสียการยึดเกาะ มอเตอร์ไฟฟ้าด้านหน้าก็จะทำงานโดยอัตโนมัติ

●  ต่อด้วยรุ่น e-Tron Sportback 55 Quattro ใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เช่นกัน กำลังสูงสุด 355 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 57 กก.-ม. และสามารถเรียกกำลังสูงสุดชั่วขณะเพิ่มขึ้นเป็น 402 แรงม้า พร้อมแรงบิด 67.6 กก.-ม. ได้ต่อเนื่อง 8 วินาที แบตเตอรี่แพคความจุเพิ่มขึ้นเป็น 95 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 445 กม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 5.7 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดด้วยระบบอิเลคทรอนิคส์เอาไว้ที่ 200 กม./ชม.

●  สำหรับรุ่นพิเศษจำกัดจำนวนในช่วงเปิดตัว e-Tron Sportback Edition One ตัวรถจะมากับชุดแต่ง S Line รอบคัน, สีตัวถังพิเศษ Plasma Blue, กระจกมองข้างแบบดิจิทัล (รุ่นพื้นฐานเป็นออปชั่น), หลังคาพาโนรามิคเต็มบาน, ล้อเฉพาะรุ่นขนาด 21 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรคสีส้ม

●  ราคาจำหน่ายรุ่นพื้นฐานในเยอรมนีเริ่มต้นที่ 71,350 ยูโร หรือประมาณ 2.54 ล้านบาทครับ ส่วนรุ่นพิเศษ Edition One ยังไม่ระบุในเวลานี้  ●


2021 Audi e-Tron Sportback

Drunk Dont Drive