June 23, 2020
Motortrivia Team (6753 articles)

Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe หมัดหนักด้วยเทอร์โบคู่

เรื่อง-ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●  Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe รถยนต์ในตระกูล AMG รุ่นแรกที่ประกอบนอกประเทศเยอรมัน เปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากนั้นปรับโฉมเป็นรุ่นปัจจุบัน เพิ่มความทันสมัยทั้งภายในและภายนอก เป็นรถยนต์ AMG ในราคาที่เศรษฐีจับต้องได้ 4.22 ล้านบาท

สปอร์ตเพรียวและหนักแน่น

●  ภายนอกดูโฉบเฉี่ยวคล่องตัวด้วยเส้นสายตัวถังที่ลู่ลม ด้านหน้าดุดันด้วยกระจังหน้า AMG Radiator Grill พร้อมโลโก้ดาวสามแฉก กันชนหน้าทรงดุ มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ AMG Front Apron ล้อแม็กลาน AMG 5-twin-spoke ขนาด 19 นิ้ว โชว์จานเบรกหน้าแบบเจาะรูพร้อมคาลิเปอร์ AMG ยางหน้าหลังต่างขนาด 225/40/19 และ 255/35/19 ด้านหลังเรียบหรูและให้อารมณ์สปอร์ตด้วยปลายท่อไอเสียคู่แบบแยกซ้ายขวา คั่นกลางด้วย Diffuser สีดำเงา Piano Black

●  ชุดโคมไฟหน้ามาพร้อมเทคโนโลยี MULTIBEAM LED หลอดไฟ 84 หลอด ปรับความสว่างอย่างอิสระ มีเซนเซอร์จับความเคลื่อนไหวและปรับความสว่างอัตโนมัติ พร้อม ALS-Active Light System ปรับทิศทางตามการหมุนพวงมาลัย Cornering Light เพิ่มความสว่างขณะเลี้ยว และ Adaptive Highbeam Assist Plus ปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ และ ULTRA RANGE Highbeam ปรับความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตรโดยอัตโนมัติ เมื่อระบบตรวจว่าไม่มีรถยนต์คันอื่นอยู่ด้านหน้า ทดลองใช้งานตอนกลางคืนแล้วพบว่าสว่างระดับน้องๆ กลางวัน ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะรถไม่ได้ติดฟิล์ม และไฟเสริมขณะเลี้ยวช่วยลดมุมอับขณะขับกลางคืนได้ดี

●  มิติตัวรถมีความยาว 4,693 มิลลิเมตร กว้าง 1,810 มิลลิเมตร สูง 1,402 มิลลิเมตร รูปลักษณ์โดยรวมดูปราดเปรียวคล่องตัว แบนต่ำหนักแน่น กันชนและกระจังหน้าให้มุมมองที่ดุดันเอาเรื่อง ประตูแบบไร้กรอบ ทำให้รถดูเพรียวยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบและเส้นสายทำให้ตัวรถดูยาวกว่าความเป็นจริง ล้อแม็ก 19 นิ้วเต็มซุ้มสวยๆ ด้านหน้าจัดเต็มทำให้ด้านหลังดูโล่งไปนิด สวยดุแบบเรียบๆ ด้วยสปอยเลอร์ชิ้นเล็กๆ และท่อไอเสียทรงกลม การตกแต่งด้วยสีดำเงาในจุดต่างช่วยเพิ่มความสปอร์ต

ภายในทันสมัยแพรวพราว

●  นอกจากความหรูหราตามสไตล์ของค่ายดาวสามแฉกแล้ว คูเป้พลังแรงรุ่นนี้ยังถูดกเติมความสปอร์ตเข้าไปได้อย่างกลมกลืน ตั้งแต่พวงมาลัย AMG Performance ขอบล่างปาดตรง หุ้มหนัง Nappa เป็นพวงมาลัยแบบมัติฟังค์ชั่น ควบคุมชุดมาตรวัดและหน้าจอที่คอนโซลกลางได้ง่ายๆ ผ่าน Touch Control พร้อม Paddle Shift สำหรับการเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง รองรับสรีระด้วยเบาะทรงสปอร์ตหุ้มหนังสลับด้วย DINAMICA Microfiber พร้อมหน่วยความจำตำแหน่งเบาะ พวงมาลัย และกระจกมองข้าง คันเกียร์อยู่ที่พวงมาลัยคล้ายเกียร์มือของรถสมัยก่อน เมื่อใช้งานชินแล้วจะคล่องมาก เพราะไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยไปควานหาคันเกียร์ มีระบบเซฟตี้ ถ้าเผลอคาเกียร์ขับเคลื่อนไว้แล้วเปิดประตู ระบบจะเปลี่ยนเป็นเกียร์ P พร้อมเบรกมือให้อัตโนมัติ

●  ชุดมาตรวัดเป็นดิจิตอลล้วนๆ All-Digital Instrument Display ขนาด 12.3 นิ้ว ไร้ข้อจำกัดเรื่องการปรับเปลี่ยนการแสดงผล เปลี่ยนมาตรวัดหลักได้ 3 รูปแบบ คือ Classic, Sport และ Supersport และยังปรับแยกย่อยเพื่อแสดงผลของระบบต่างๆ ได้หลากหลาย ส่วนจอที่คอนโซลกลางมีขนาด 10.25 นิ้ว ใช้แสดงผลระบบต่างๆ เช่น กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง ให้ภาพคมชัดสมราคารถ ควบคุมได้จากพวงมาลัยหรือ Touch Control ที่ระหว่างเบาะคู่หน้า ชุดควบคุมดึงฟังก์ชั่นหลักที่ใช้งานบ่อยให้ควบคุมได้ง่ายแค่กดปุ่ม ไม่ต้องเข้าเมนู ถ้าเบื่อฟังเสียงคำรามของเครื่องยนต์ ก็สามารถเลือกขับกล่อมด้วยเครื่องเสียงชั้นดีอย่าง Burmester ได้ด้วย

●  พื้นที่เบาะหลังคงไม่ใช่ประเด็นสำหรับรถประเภทนี้ ลองนั่งแล้วกับความสูงแค่ 169 เซนติเมตร ศีรษะยังแตะเพดาน แต่ก็ยังคงมาตรฐานและความเนี๊ยบไว้เช่นเดียวกับด้านหน้า พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ 3 ส่วน คือซ้ายขวาและตรงกลาง โดยต้องดึงคันปลดล็อกจากห้องเก็บสัมภาระด้านท้าย อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ก็ครบครันแบบล้นเหลือสมราคารถ

●  ตำแหน่งท่านั่งของรถประเภทนี้ค่อนข้างต่ำเป็นเรื่องปกติ การลุกนั่งเข้าออกจากห้องโดยสารจึงต้องออกแรงไขข้อกันเล็กน้อย เข้าไปนั่งแล้วให้ทัศนวิสัยที่ดี เบาะนั่งและพวงมาลัยปรับได้ละเอียดและมีช่วงการปรับได้กว้าง ทำให้นั่งในท่านั่งที่ถูกต้องได้ทุกสรีระ ขับแล้วมั่นใจ แม้เป็นรถคูเป้ไร้กรอบกระจก แต่การเก็บเสียงกลับทำได้ดีเกินคาด มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ที่กระหึ่มลั่นเข้ามาโดยความตั้งใจ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์สปอร์จ ส่วนเสียงรบกวนอื่นๆ ถูกตัดทอนไปเกือบหมดสิ้น ตำแหน่งผู้ขับอยู่เกือบกึ่งกลางรถ ทำให้ขับง่ายมั่นใจ สนุกกับแรงม้าได้อย่างเต็มที่

วี6 เทอร์โบคู่ ต้นทางของความสนุก

●  แรงสมกับเป็น AMG ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี6 ฝาสูบแบบ DOHC 24 วาล์ว ความจุ 2,996 ซีซี รีดสมรรถนะเพิ่มด้วยเทอร์โบคู่ที่ติดตั้งใกล้กับพอร์ตไอเสีย เพื่อการตอบสนองที่ดี ปรับบูสต์ไว้ที่ 1.1 บาร์ หรือประมาณ 16 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ให้กำลังสูงสุด 390 แรงม้า (hp) ที่ 6,100 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 520 นิวตัน-เมตร ที่ 2,500-5,000 รอบต่อนาที ตามสเปคระบุ อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดไว้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ก็เชื่อตามนั้นไม่ต้องทดลองเอง

●  ระบบส่งกำลังเป็นแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G จับคู่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AMG Performance 4MATIC แบ่งการส่งกำลังหน้า/หลัง 31/69 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้มีการเร่งออกตัวที่ดี และมีการยึดเกาะถนนที่ดีขณะเข้าโค้ง

●  ด้วยแรงม้าแรงบิดขนาดนี้ จึงไม่มีข้อสงสัยเรื่องการตอบสนอง แต่ที่ทำได้ดีคือ ความนุ่มนวลเมื่อขับในเมือง แค่ปรับเป็นโหมด Comfort รถก็ขับง่ายขึ้น เครื่องยนต์ควบคุมง่าย เกียร์เปลี่ยนต่อเนื่องไม่กระตุกกระชาก ช่วงล่างนุ่มสุด พวงมาลัยเบา ขับได้อย่างผ่อนคลายเหมือนรถบ้านทั่วไป ถ้าอยากเล่นแรง ตอบสนองทันใจกว่านี้ ก็มีโหมด Sport, Sport+ และ Individual ให้เลือก ดยโหมดหลังสุดนี้สามารถแยกปรับส่วนต่างๆ ของตัวรถให้เป็นอย่างที่ต้องการเช่น ขับรถเล่นชมวิวบนเขา ทางคดโค้ง อยากให้พวงมาลัยและช่วงล่างเฟิร์มขึ้นอีกนิด แต่เครื่องยนต์ยังนุ่มนวลเหมือนเดิม ก็สามารถปรับเองได้

●  ในโหมด Sport รอบเครื่องยนต์จะขยับขึ้นสูงอีกเล็กน้อย เตรียมพร้อมรองรับการกดคันเร่งจากผู้ขับ การเปลี่ยนเกียร์กระฉับกระเฉงขึ้น รู้สึกถึงจังหวะเปลี่ยนเกียร์ ให้อารมณ์สปอร์ตเพิ่มขึ้น คันเร่งไวขึ้น พวงมาลัยหนักหนืดขึ้น และช่วงล่างที่แข็งขึ้นอย่างชัดเจน การเปลี่ยนเกียร์ สามารถเลือกแยกได้ว่าจะเปลี่ยนอัตโนมัติหรือเปลี่ยนด้วย Paddle Shift ในโหมด Manual เกียร์จะไม่เปลี่ยนขึ้นและลงให้ ลากจนตัดที่เรดไลน์ และคิกดาวน์ไม่ลง ต้องใช้ Paddle Shift เท่านั้น

●  ตามสเปคระบุว่ากินน้ำมันเฉลี่ย 10.5-10.8 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซค์ในไอเสีย 212-217 กรัมต่อกิโลเมตร ลองขับเองในเมืองช่วงสายๆ ระยะทาง 22 กิโลเมตร ใช้เวลา 26 นาที ความเร็วเฉลี่ย 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมัน 10.6 กิโลเมตรต่อลิตร ลองขับไกลขึ้นอีกนิด 53 กิโลเมตร ใช้เวลา 47 นาที ความเร็วเฉลี่ย 67 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กินน้ำมัน 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร โดยเฉลี่ยน่าจะได้ตามที่ระบุคือราว 10 กิโลเมตรต่อลิตร คนใช้รถระดับนี้คงไม่บ่น

●  โดยรวมเครื่องยนต์ตอบสนองทันใจตั้งแต่รอบต่ำ แทบไม่มีอาการรอรอบ ขับช้าๆ ความเร็วต่ำได้อย่างนุ่มนวล ควบคุมง่าย ใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย ในเกียร์ 9 ที่ 1,400-1,500 รอบต่อนาที ก็ได้ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว อยากสนุกก็แค่กดคันเร่งลึกๆ เครื่องยนต์เปลี่ยนบุคลิกจากนุ่มนวลเป็นดุดัน กระชากเพิ่มความเร็วได้อย่างทันใจ แต่ยังคงควบคุมได้ง่ายไม่ดื้อดึง ไม่ต้องใช้ทักษะพิเศษในการขับ แค่เปิดระบบช่วยเหลือไว้ให้ครบ เกียร์เปลี่ยนขึ้นลงรวดเร็วกว่าเกียร์อัตโนมัติแบบทั่วไปอยู่พอสมควร ขับเพลินๆ เหลือบมองมาตรวัดความเร็วเกินกฎหมายกำหนดไปเกือบ 2 เท่า ทั้งที่ขับแล้วไม่รู้สึกเลยว่าเร็ว ยังคงขับได้สบายและผ่อนคลาย เพราะช่วงล่างนิ่ง ไม่ได้เค้นเครื่องยนต์ และเสียงรบกวนต่ำ ที่สำคัญถนนต้องโล่งมากๆ ด้วย รถไว้ใจได้ แต่ที่ไม่ควรไว้ใจคือรถคันอื่น

ช่วงล่างปรับได้ นุ่มหนึบหรือสปอร์ต

●  ระบบกันสะเทือนแบบอิสระ 4 ล้อ ด้านหน้าโฟร์ลิงค์ ด้านหลังมัลติลิงค์ ปรับปรุงให้มีค่าแคมเบอร์เป็นลบเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง มีความฉับไวและแม่นยำ ช๊อคฯปรับความหนืดด้วยไฟฟ้าตามโหมดการขับ ในโหมด Comfort ก็ยังรู้สึกว่าแข็งกว่ารถทั่วไป เพราะเป็น Comfort ของรถสปอร์ต 390 แรงม้า ที่ในโหมดที่ช่วงล่างนุ่มที่สุดก็ต้องรองรับแรงม้าได้ดีเพียงพอ ลองขับแบบสปอร์ตในโหมดนี้ก็พอไหว แต่ในเรื่องความกระชับมั่นใจ โหมด Sport ย่อมดีกว่า แข็งกระชับขึ้นทั้งจังหวะยุบและยืด แต่ช่วงล่างยังคงมีระยะให้ตัว ไม่ได้แข็งกระด้างแบบรถตัดสปริง

●  พวงมาลัยแปรผันการผ่อนแรงตามความเร็ว แปรผันอัตราทด ที่ความเร็วต่ำทดเยอะเพื่อให้เบาแรง และจะทดน้อยลงที่ความเร็วสูง เพื่อให้พวงมาลัยหนักขึ้น ตลอดการทดลองขับรู้สึกได้ชัดเจนถึงความแตกต่างที่ความเร็วต่ำและสูง การหมุนพวงมาลัยราบเรียบต่อเนื่อง ขับในเมืองเบาแรงคล่องตัว ขับทางไกลนิ่งหนืดมั่นคง และให้ความรู้สึกผ่อนคลายทุกย่านความเร็ว ระบบเบรกไม่มีที่ติ กระทืบเบรกฉุกเฉินที่ความเร็วสูง รู้สึกถึงแรงกระชากลดความเร็วลงได้แบบโหดร้าย แต่นิ่งสนิทไว้ใจได้ ระวังรถที่ตามมาจะเบรกไม่ทันก็พอ

●  ความรู้สึกโดยรวมของระบบกันสะเทือนคือ แข็งตามประเภทรถที่เป็นแบบสปอร์ต AMG ระดับ 390 แรงม้า ทำช่วงล่างนุ่มไม่ได้แน่ แข็งทั้งจากช่วงล่างและยาง ซึ่งทั้งหมดส่งผลดีเมื่อขับความเร็วสูง รถวิ่งนิ่งมั่นใจ เลี้ยวได้เฉียบคม โคลงตัวไม่มากนัก ไม่ต้องออกแรงในการควบคุมพวงมาลัยมากนักเมื่อเข้าโค้งแคบๆ ด้วยความเร็วสูง ตัวรถไม่เหวี่ยงโยน ขับสนุกมั่นใจ และน่าจะถูกใจคนที่ซื้อรถรุ่นนี้

●  Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe คูเป้พลังแรงที่ใช้งานได้ทุกวันถ้าไปไหนมาไหนแค่ 2 คน เบาะหลังพอจะรองรับส่วนเกินได้ ที่เก็บของด้านหลังใหญ่และใช้งานได้จริง อุปกรณ์มาตรฐานล้นๆ ตามราคา เครื่องยนต์ AMG วี6 3.0 ลิตร ไบเทอร์โบ 390 แรงม้า ที่เลือกได้ว่าจะให้นุ่มนวลหรือดุดัน ช่วงล่างปรับได้ ลงตัวทั้งความหรูหราและสมรรถนะ กับราคาน่าสนใจ ประกอบไทย 4.22 ล้านบาท   ●

Test Drive : 2020 Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupe

Drunk Dont Drive