June 17, 2020
Motortrivia Team (6221 articles)

Nissan Kicks e-POWER VL สมรรถนะดี ช่วงล่างแน่น

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : นิสสัน

●  ช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นิสสันเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมผัส KICKS e-POWER อย่างใกล้ชิด ขาดแค่การทดลองขับ ทิ้งช่วงประมาณ 3 สัปดาห์ จึงจัดกิจกรรมทดลองขับแบบกลุ่มเล็กๆ ภายใต้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เข้มงวดเหมือนเดิม ก่อนเข้างานต้องผ่านเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรค วัดอุณหภูมิ รักษาระยะห่าง และสวมใส่หน้ากากอนามัย รถที่ใช้ในการทดลองขับก็มีการทำความสะอาด และขับคันละ 1 คนเท่านั้น

●  การทดลองขับแบ่งเป็น 2 สถานีหลัก เน้นการทดสอบสมรรถนะรอบด้าน ทั้งในส่วนของการขับเคลื่อนในโหมดต่างๆ ระบบกันสะเทือน พวงมาลัย และระบบเบรกที่มาพร้อมฟังก์ชั่น One-Padal ที่จะทำงานเมื่อเลือกโหมด S-Smart หรือ ECO และการทดสอบอัตราเร่งบนทางตรงด้วยโหมดขับเคลื่อนต่างๆ ขับครบ 2 สถานีแล้วยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ สื่อมวลชนสามารถนำรถไปขับในสนามได้อีกจนเต็มอิ่ม

●  สถานี A : ทดสอบอัตราเร่ง แฮนด์ลิ่ง และระบบ One-Pedal เริ่มด้วยการเร่งออกตัวจากจุดสตาร์ท จุ่มคันเร่งให้มิด จากนั้นให้เลือกหลบไปทางซ้ายหรือขวา ช่องที่หลบแคบมากแค่ 3 เมตร ต่อเนื่องด้วยโค้งซ้ายกว้างๆ ตั้งลำตรงเข้าสลาลม แล้วโค้งซ้ายกว้างอีกครั้งเพื่อกลับไปที่จุดเริ่มต้น ขับดูทาง 3 รอบ แล้วขับต่ออีก 3 รอบ โดย 3 รอบหลัง Insteructor จะบอกว่าให้หลบไปทางไหน บางรอบก็แกล้งไม่บอก ให้ผู้ขับหลบเอาเอง

●  ขับจบสถานีนี้แล้วพบว่า ตัวรถมีความคล่องแคล่วขับง่าย ตอบสนองการควบคุมได้อย่างแม่นยำ พวงมาลัยหนืดมือพอเหมาะ ไม่เบาหวิวจนต้องประคอง สามารถกระชากหักหลบสิ่งกีดขวางได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติ มอเตอร์ไฟฟ้าตอบสนองดี เร่งทันใจ

●  สถานี B : Circuit Experience ขับในรูปแบบเซอร์กิต ได้ลองทั้งอัตราเร่ง ระบบกันสะเทือน พวงมาลัย และระบบเบรก รวมทั้งลองสลับโหมดต่างๆ ด้วย มี Lane Change ดักไว้ให้ลดความเร็วก่อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น รอบแรกเป็นการขับดูเส้นทางโดยมี Instructor ขับนำ

One-Pedal สอดคล้องกับการใช้งานจริง

●  แอบลองใช้โหมด Ds รู้สึกว่าระบบ One-Pedal ทำงานได้สอดคล้องกับการขับใช้งานจริงมากกว่า Leaf ที่เคยทดสอบไปแล้ว เมื่อยกคันเร่ง ระบบจะหน่วงความเร็วให้อย่างนุ่มนวลใกล้เคียงกับการแตะเบรกด้วยเท้าตามปกติ และสัมพันธ์กับความเร็ว ถ้าใช้ความเร็วสูงแล้วยกคันเร่ง ระบบก็จะค่อยๆ หน่วงความเร็วลงให้ และถ้าขับความเร็วต่ำแล้วยกคันเร่ง ระบบจะดึงลดความเร็วให้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกลัวว่าจะโดนชนท้าย เพราะเมื่อยกคันเร่ง ไฟเบรกจะทำงานเพื่อเตือนรถคันหลังว่ากำลังลดความเร็วลง ระบบนี้ทำงานได้จนกระทั่งรถจอดนิ่งเมื่อใช้ร่วมกับ AUTO HOLD ส่วนเบรกมือไฟฟ้าจะปลดอัตโนมัติเมื่อกดคันเร่ง

●  KICKS e-POWER ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส EM57 ให้กำลังสูงสุด 129 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร จ่ายไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 1.57 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) 4 โมดูล ปั่นไฟฟ้ากลับเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ด้วยเครื่องยนต์ HR12DE 3 สูบ 1.2 ลิตร DOHC 12 วาล์ว 60 แรงม้า แรงบิด 103 นิวตัน-เมตร ซึ่งจะทำงานอัตโนมัติตามความเหมาะสมกับลักษณะการขับและความต้องการไฟฟ้าของมอเตอร์ การออกแบบให้เครื่องยนต์ปั่นไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนรถ ในการขับใช้งานทั่วไปเครื่องยนต์จึงทำงานในรอบที่เหมาะสมและค่อนข้างคงที่ การสิ้นเปลืองและการสึกหรอจึงต่ำ และต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่าเครื่องยนต์ที่ต้องขับเคลื่อนรถด้วย

●  ตลอดการทดลองขับ จะได้ยินเสียงเครื่องยนต์ทำงานบ้าง แต่รอบเครื่องยนต์จะไม่สัมพันธ์กับน้ำหนักในการเหยียบคันเร่ง อาจจะรู้สึกแปลกๆ ในช่วงแรกว่าเหยียบคันเร่งแล้วรอบนิ่ง แต่รถพุ่งออกไปตามปกติ เพราะเครื่องยนต์มีหน้าที่ปั่นไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว รถถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนๆ ทุกสภาวะการขับ ซึ่งมีข้อดีคือ การขับที่ราบเรียบต่อเนื่อง ไม่มีช่วงรอยต่อเมื่อเครื่องยนต์ทำงานหรือหยุดทำงานแบบในรถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ช่วยขับเคลื่อนรถ

●  จะลองใช้โหมด EV แต่ปริมาณไฟฟ้าในแบตเตอรี่ยังไม่มากพอ เลยลองใช้เกียร์ B เผื่อจะชาร์จไฟฟ้าได้เร็วขึ้น ในโหมดนี้เมื่อยกคันเร่งรถจะหน่วงนิดหน่อยแต่ไม่ใช่เพราะ One-Padal และแทบไม่มีจังหวะในชาร์จกลับเท่าไรเพราะขับกันค่อนข้างเร็ว อาศัยการลดความเร็วช่วงเข้าโค้งตุนไฟฟ้าได้พอสมควร เปิดโหมด EV ปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกระทั่งบปริมาณไฟฟ้าอยู่ในระดับต่ำ เร่งออกตัวแบบไม่กดสุดคันเร่ง รถพุ่งออกไปได้อย่างทันใจและเงียบสนิท แต่พอกดคันเร่งลึกอีกนิดระบบก็ยกเลิกการทำงานโดยอัตโนมัติ ถ้าจะใช้โหมด EV ทำความเร็วสูงๆ คงต้องให้แบตเตอรี่เต็มจริงๆ แล้วค่อยๆ กดคันเร่งเพิ่มความเร็วที่ละนิด ถ้าเป็นการใช้งานในเมืองน่าจะพอได้ ลองโหมด EV อีกครั้งช่วงกลับเข้าที่จอดรถ เปิดกระจกเมื่อขับผ่านแบริเออร์เพื่อลองฟังเสียงภายนอกรถ การขับเคลื่อนทำได้อย่างเงียบเชียบ มีเพียงเสียงยางบดถนนแผ่วๆ กับเสียงมอเตอร์เบาๆ เท่านั้น

●  พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า มีการผ่อนแรงที่พอเหมาะ ไม่เบาหวิวหรือไร้ความรู้สึกเหมือนพวงมาลัยเกม ทำให้เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมั่นคงและมั่นใจ การตอบสนองฉับไวเน้นขับสนุก หลบหลีกสิ่งกีดขวางได้คล่องแคล่ว วงเลี้ยวแคบสุด 5.1 เมตร

●  แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่านิสสันเกือบทุกรุ่นทำช่วงล่างออกมาได้ดี แต่ก็ยังคิดว่าน่าจะมีหวิวๆ บ้างเมื่อขับในรูปแบบเซอร์กิต นิสสัน คิกส์ ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชันบีม คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง ขับดูทางรอบแรกใช้ความเร็วไม่สูงเมื่อเข้าโค้ง แต่ดูแววของรถแล้วยังไปได้อีกเยอะ รอบต่อๆ ไปจึงเพิ่มความเร็วขึ้นทีละนิด

●  รอบหลังๆ ใส่เข้าไปจนยางเริ่มส่งเสียงประท้วง แต่รถยังไม่มีวี่แววว่าจะสูญเสียการทรงตัว ยังรู้สึกว่าควบคุมรถได้ง่ายๆ แค่เพิ่มแรงในการจับพวงมาลัยมากขึ้นหน่อย ในรอบฟรีรันจึงลองแกล้งรถด้วยการกดคันเร่งหนักๆ ตอนเข้าโค้งแคบๆ รถก็ยังไม่ออกอาการดื้อดึง ขอยกความดีความชอบให้ระบบช่วยเหลืออย่าง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) และควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Intelligent Trace Control – ITC) ที่ทำงานได้เนียนจนแทบจะหลงตัวเองว่าขับเก่ง

●  เล็งแล้วว่าคันหลังยังอยู่ห่าง เพราะถูกปล่อยตัวแบบเว้นระยะ หลังจากเร่งจนถึงระยะเบรกที่กำหนดไว้ด้วยไพลอน 3 ตัว ก็ลองกดเบรกหนักๆ แต่ไม่ถึงกับกระทืบเบรก ระบบเบรกชุดนี้ที่เป็นแบบดิสก์ 4 ล้อ พร้อมตัวช่วยครบครันทั้ง ABS, EBD และ BA ให้ความรู้สึกในการเบรกที่ดี ควบคุมแรงเบรกได้ง่าย และสร้างแรงเบรกได้หนักหน่วงเหลือเฟือถ้าต้องเบรกฉุกเฉิน

●  นอกจากที่ได้ทดลองขับแล้ว นิสสัน คิกส์ ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยในกลุ่ม Nissan Intelligent Mobility) และเทคโนโลยีความปลอดภัยเซฟตี้ ชิลด์ (Safety Shield Technology) เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) พร้อมรักษาระยะห่างตามความเร็วแปรผันกับรถคันหน้าจนถึงระดับรถหยุดนิ่ง ภายใน 2 วินาที ระบบสามารถกลับมาใช้ความเร็วได้ โดยจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติกลับไปสู่ความเร็วที่ผู้ขับได้ตั้งไว้ และสามารถตั้งค่าระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระดับ

●  ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) ส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ โดยจะช่วยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

●  ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW) เพิ่มความปลอดภัยเมื่อเปลี่ยนเลน ทันทีที่สัญญาณไฟเลี้ยวถูกเปิด ระบบจะส่งเสียงสัญญาณพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่า ขณะนั้นกำลังมีรถคันอื่นอยู่ในเลนด้านข้างซึ่งผู้ขับไม่สามารถมองเห็น

●  ระบบเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) ทำงานเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง เมื่อตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา ระบบจะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

●  กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุด รอบคัน กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอ ช่วยให้จอดรถง่ายขึ้น ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน Moving Object Detection (MOD) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่กล้องรอบคันจับการเคลื่อนไหวได้ จะปรากฏบนหน้าจอระบบสัมผัสแปดนิ้ว

●  กระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM) ที่กระจกมองหลัง ของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีหน้าจอแบบ LCD ที่แสดงภาพจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับเห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมที่กว้างขึ้น สามารถเลือกปรับเปลี่ยนระหว่างจอแสดงภาพจากกล้องหรือจากกระจกได้ เพื่อช่วยให้การมองเห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลัง

●  ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) เมื่อเบรกจนรถหยุดนิ่งบนทางลาดชันแล้วต้องการขับออกตัวไปต่อ ระบบจะช่วยป้องกันไม่ไห้ตัวรถไหลลงขณะออกตัว เมื่อยกเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบจะสั่งให้เบรกทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ขับสามารถเหยียบคันเร่งและออกตัวอย่างนุ่มนวล

●  หลังขับจบสถานีนี้ สิ่งที่ชอบใจเป็นพิเศษคือ การทรงตัวของรถ ที่หนึบแน่นมั่นใจ ขับช้าก็นุ่มนวลไม่กระแทก ขับเร็วเข้าโค้งโหดๆ ก็ยังควบคุมได้ง่ายด้วยระบบช่วยเหลือต่างๆ พวงมาลัยและเบรกให้การตอบสนองต่อการควบคุมที่คุ้นเคย เป็นรถที่ขับสบายผ่อนคลาย และยังรองรับการขับแบบสปอร์ตได้ดีเกินคาด

●  เทคโนโลยี e-POWER เหมาะสมกับประเทศที่สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่แพร่หลาย การตอบสนองดีเร่งทันใจตามสไตล์มอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องรอรอบ ใช้งานอย่างมั่นใจด้วยการรับประกันระบบไฟฟ้า 5 ปี และรับประกันอายุแบตเตอรี่ 10 ปี นอกเหนือไปจากการรับประกันคุณภาพตัวรถ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร   ●

Group Test : 2020 Nissan Kicks e-POWER VL

Drunk Dont Drive