July 15, 2020
Motortrivia Team (6486 articles)

2021 Ford Bronco การกลับมาอีกครั้งของฟอร์ด SUV ออฟ-โรด

เรื่อง : AREA 54

●  หลังจากตามข่าวกันมาตั้งแต่ช่วงปี 2016 จนถึงการเผยโฉมบางส่วนผ่านตัวแข่ง Bronco R Prototype ในที่สุด Ford Bronco รุ่นใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 6 ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหรัฐฯ อเมริกา พร้อมสมรรถนะในการใช้งานแบบออฟ-โรดที่ไม่น่าจะแพ้รถ SUV สัญชาติเดียวกันอย่าง Jeep Wrangler

●  Bronco ใหม่จะมากับทางเลือกตัวถัง 3 รูปแบบหลักๆ ประกอบด้วย Ford Bronco Sport ตัวถัง 5 ประตู SUV, Ford Bronco 4-door ตัวถัง 4 ประตู หลังคาแข็ง 3 ชิ้น ฝาหลังถอดแยกส่วนได้พร้อมประตูท้ายในลักษณะปิคอัพ แบบเดียวกับ Jeep Wrangler Unlimited ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ Bronco ที่มีการผลิตตัวถังรูปแบบนี้ ปิดท้ายด้วย Ford Bronco 2-door ตัวถัง 2 ประตูฐานล้อสั้น แบบเดียวกับ Bronco คลาสสิคเจนเนอเรชั่นแรกที่ทำตลาดในยุค 60s

FORD BRONCO SPORT

●  ในเบื้องต้น Bronco ใหม่เป็นรถในคลาส Compact crossover SUV ตัวรถผลิตขึ้นบนแพลทฟอร์ม C2 ของฟอร์ด (Ford C2 platform) ปัจจุบันใช้งานอยู่ใน SUV อย่าง Ford Escape/Kuga และรถยนต์นั่งอย่าง Ford Focus รุ่นหลัก Bronco Sport มากับความยาว 4,387 มม. กว้าง 1,887 มม. สูง 1,814 มม. ระยะฐานล้อฟน้า/หลัง 2,670 มม. เทียบกับ Escape ขนาดตัวจะเล็กกว่านิดเดียว

●  งานออกแบบไม่เหนือความคาดหมาย ฟอร์ดยังคงเก็บรูปทรงเหลี่ยมสันเอาไว้ได้ครบแบบเดียวกับ Bronco ในอดีต ห้องโดยสารจัดวางอุปกรณ์หลักๆ แบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาอย่างที่คาดไว้ อุปกรณ์มาตรฐานมีจอดิจิทัลบอกข้อมูลหลังพวงมาลัย ขนาบข้างด้วยมาตรวัดอนาล็อก ระบบอินโฟเทนเมนท์ SYNC® 3 ทำงานผ่านทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว รองรับการใช้งาน Android Auto, Apple CarPlay, ผู้ช่วยเสมือน Ford+Alexa และวิทยุดาวเทียม SiriusXM ด้านล่างมีปุมควบคุมระบบปรับอากาศ คอนโซลกลางเรียบง่าย รุ่น Sport ปุ่มปรับเกียร์เป็นแบบโรตารี่ Shift-by-wire ส่วนรุ่น 4 และ 2-door ยังคงมีคันเกียร์แบบปกติ

●  ความพร้อมของการใช้งานในเชิงนันทนาการ ฟอร์ดมีการอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ อาทิ รูฟแร็คชนิดพร้อมติดตั้งรูฟเต๊นท์, โต๊ะปิคนิคแบบลากเก็บ, พื้นยางทำความสะอาดง่ายตลอดห้องโดยสารและพื้นที่บรรทุกสัมภาระ, อินเวอร์เตอร์ 400 วัทท์ สำหรับจ่ายไฟให้อุปกรณ์ต่างๆ ในขณะตั้งแคมป์, ไฟราว LED แบบ floodlamps บนฝาประตูท้าย พื้นที่ส่องสว่างราว 12 ตารางเมตร ช่วยเพิ่มความสะดวกในยามค่ำคืนที่ไร้ไฟส่องสว่าง… และ… ที่เปิดขวด

●  ชุดระบบความปลอดภัยในกลุ่ม ADAS ที่ใช้ชื่อทางการค้าว่า Ford Co-Pilot360™ ประกอบด้วย ระบบ Pre-Collision Assist with Automatic Emergency Braking ช่วยป้องกันการชน พร้อมระบบเบรคอัตโนมัติในขณะฉุกเฉิน, ระบบ Forward Collision Warning แจ้งเตือนการปะทะทางด้านหน้า, ระบบ Blind Spot Monitor ช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง, ระบบ Lane Keeping Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง, ระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, กล้องหลังสำหรับช่วยถอย และระบบ Automatic High Beam Headlights ควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ

●  ส่วนออปชั่น Co-Pilot360™ Assist+ จะมีระบบ Adaptive Cruise Control with Stop-and-Go and Lane-Centering ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชั่นหยุ-ออกตัว และควบคุมรถให้อยู่กลางเลน, ระบบ Evasive Steering Assist ช่วยหลบหลีกการชนจากด้านหน้า และระบบสั่งการระบบนำทางด้วยเสียงให้เพิ่มเติม

●  ในช่วงแรก Bronco Sport จะแยกเป็น 5 เกรด ประกอบด้วยเกรด Base, Big Bend, Outer Banks, Badlands และ First Edition แต่ละรุ่นมีออปชั่นพิเศษที่ค่อนข้างต่างกันพอสมควร อาทิ:

●  ชุดพรมเฮฟวี่ดิวตี้ ทำความสะอาดง่าย, ฟังก์ชั่น Keyless พร้อมปุ่มพุชสตาร์ท, กระจก Privacy glass, มาตรวัดดิจิทัลขนาด 6.5 นิ้ว, ล้อ 17 นิ้วพร้อมยาง 28.5 นิ้ว 29 นิ้ว ดอก A/T หรือ 35 นิ้ว, มูนรูฟไฟฟ้า, จอทัชสกรีนขนาด 12 นิ้ว, ชุดเครื่องเสียงพรีเมียม B&O พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง หรือออปชั่นในกลุ่มเอาท์ดอร์/ออฟ-โรด เป็นต้น… ทั้งนี้ รุ่นย่อยเกรด First Edition จะเป็นรุ่นเดียวที่มีการจำหน่ายแบบจำกัดจำนวน 2,000 คัน

Ford Bronco 4-door

●  เครื่องยนต์มี 2 ทางเลือก รุ่นพื้นฐานใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost แบบ 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์ชาร์จ กำลังสูงสุดผลิตได้ 184 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 26.1 กก.-ม. ต่อด้วยเครื่องยนต์เบนซิน EcoBoost แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุดผลิตได้ 248 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 37.9 กก.-ม. ทั้งคู่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ทว่ารุ่นเครื่องยนต์ 2.0 จะพิเศษกว่าด้วยฟังก์ชั่น SelectShift system และมีแพดเดิลชิฟท์บนพวงมาลัย

●  รุ่น 2 และ 4-door จะเน้นไปที่สมรรถนะในการลุยแบบออฟ-โรดหนักๆ บอดี้สามารถถอด, ปรับ หรือเลือกออปชั่นติดตั้งเพิ่มเติมได้ในลักษณะเดียวกับจี๊ป พร้อมตัวช่วยในการขับที่พิเศษกว่ารุ่น Sport เช่น ระบบ Terrain Management System with G.O.A.T. Modes™ สำหรับปรับโหมดในการขับ (หมายถึง go over any type of terrain ลุยได้ทุกแบบ) ผู้ขับสามารถเลือกโหมดได้ระหว่าง Normal, Eco, Sport, Slippery, Sand, Baja, Mud/Ruts และ Rock Crawl สำหรับปีนไต่โขดหิน… ปิดท้ายด้วยชุดระบบ Trail Control system ซึ่งจะทำงานในลักษณะครูส คอนโทรล สำหรับเส้นทางออฟ-โรดที่ใช้ความเร็วต่ำ

●  นอกจากนี้ Bronco ยังมีอุปกรณ์สำหรับจอมลุยที่เป็นแบรนด์ยอดนิยมของชาวออฟ-โรด ติดตั้งมาให้จากโรงงานด้วย ได้แก่ เพลาหน้า-หลัง Dana 44 AdvanTEK, ดิฟเฟอร์เรนเชียล Dana AdvanTEK และล็อค ดิฟฯ แบบอิเลคทรอนิคส์ Spicer Performa-TraK ซึ่งเลือกติดตั้งได้ทั้งหน้า-หลัง เป็นต้น

Ford Bronco 2-door

●  ทั้งนี้ ชุดระบบขับเคลื่อน 4×4 ใน Bronco จะสามารถเลือกติดตั้งได้ 2 แบบ แบบแรกจะมีเกียร์ทรานสเฟอร์ 2 จังหวะแบบ shift-on-the-fly ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และมีออปชั่นเป็นเกียร์ทรานสเฟอร์ 2 จังหวะแบบอิเลคทรอนิคส์ พร้อมฟังก์ชั่น on-demand สำหรับเลือกความเหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ ระหว่างการใช้งานเกียร์ 2H หรือขับสองในสภาพปกติบนถนนหลวงหรือทางฝุ่นที่ไม่มีเนินชัน กับ 4H หรือขับสี่สำหรับพื้นผิวที่เปียกลื่น ถนนลูกรัง หรือทางเรียบในขณะที่ฝนตกหนักๆ

●  เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน เช่น SUV ของจี๊ปในกลุ่ม Trailhawk (ติดตั้งแพคเกจออฟ-โรดแบบเต็มยศ) Bronco ที่ติดตั้งแพคเกจออฟ-โรดจะมีตัวเลขประสิทธิภาพที่สูงที่สุดในคลาส ระยะเคลียร์ใต้ท้องต่ำสุด 224 มม. มุมปะทะหรือ Approach angle สูงสุด 30.4 องศา, มุมจากหรือ Departure angle สูงสุด 33.1 องศา, มุมคร่อมหรือ Breakover angle สูงสุด 20.4 องศา และสามารถลุยน้ำได้ลึกสุด 599 มม.

●  ฟอร์ดจะเริ่มจำหน่าย Bronco ใหม่ภายในปี 2020 นี้ โดยตีตราจำหน่ายเป็นรถรุ่นปี 2021 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 28,155 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8.9 แสนบาท ผู้ที่สนใจสามารถวางเงินจองได้เพียง 100 ดอลลาร์ หรือราว 3.2 พันบาทเท่านั้น ฐานการผลิตหลักอยู่ที่โรงงานในประเทศเม็กซิโก

●  บ้านเราผู้แปลคิดว่าไม่ต้องลุ้นครับ… ในเบื้องต้นฟอร์ดยังไม่มีแผนงานการผลิตรุ่นพวงมาลัยขวาในตลาดโลก และเท่าที่ผู้แปลไล่อ่านเว็บไซท์จากทางฝั่งออสเตรเลียอย่าง caradvice.com.au พวกเขาก็ดูจะไม่มีความหวังเช่นกัน   ●

2021 Ford Bronco

Drunk Dont Drive