July 16, 2020
Motortrivia Team (6723 articles)

2022 Nissan Ariya ครอสโอเวอร์แบตเตอรี่รุ่นใหม่ของนิสสัน

เรื่อง : AREA 54

●  นิสสันเปิดตัว Nissan Ariya รถครอสโอเวอร์ขนาดคอมแพคท์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่รุ่นใหม่ พร้อมจำหน่ายที่ญี่ปุ่นเป็นที่แรกกลางปี 2021 ขณะที่ตลาดโลกจะตีตราจำหน่ายเป็นรถรุ่นปี 2022 โดยจะเริ่มที่ยุโรป, อเมริกาเหนือ และจีนเป็นลำดับต่อไปในช่วงปลายปี 2021

●  เช่นเดียวกับทั่วโลก… ภายใต้สถานการณ์เฝ้าระวัง COVID-19 นิสสันได้ทำการเปิดตัว Ariya แบบออนไลน์ โดยมี มาโกโตะ อุจิดะ CEO ของนิสสัน และ อัชวานี กุปตา (Ashwani Gupta) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของนิสสัน เป็นผู้แนะนำ Ariya แบบเสมือนจริงจากนิสสัน พาวิลเลียน ในเมืองโยโกฮาม่า

●  สิ่งที่สำคัญที่สุดของ Ariya คือ รถรุ่นนี้จะเป็นตัวแทนของแบรนด์นิสสันในการเข้าสู่ยุคใหม่ โดยเป็นรถรุ่นแรกที่จะได้ใช้งานตราสัญลักษณ์ Nissan ที่ได้รับการออกแบบใหม่ ใช้ตราสัญลักษณ์ที่เรืองแสงด้วยไฟ LED จำนวน 20 ดวง ซึ่งตรงกับจำนวนปีที่นิสสันมีการปรับโลโก้ แสดงถึงการมุ่งสู่อนาคตด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า

จากซ้าย : อัชวานี กุปตา และ มาโกโตะ อุจิดะ

●  Ariya เป็นรถในคลาส Compact Crossover SUV ที่นิสสันพัฒนามาจาก Nissan Ariya Concept ต้นแบบไฟฟ้าที่ขยับไปใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD (ซึ่งนิสสันคงจะขยับไปใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ในรถอีกหลายรุ่นในอนาคต) และยังนับเป็นรถโกลบอลโมเดลรุ่นใหม่เอี่ยมของนิสสันรุ่นแรกในรอบ 5 ปี

●  ตัวรถพัฒนาขึ้นโดยใช้แนวคิดหลัก 3 ประการภายใต้กรอบเทคโนโลยี Nissan Intelligent Mobility ประกอบด้วย ระบบขับเคลื่อน, ความล้ำหน้าในการขับ และการผสมผสานเทคโนโลยีระหว่างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า กับอินเตอร์เฟซที่ใช้ในการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร ความยาวรวม 4,595 มม. กว้าง 1,850 มม. สูง 1,655 มม. ระยะฐานล้อหน้า-หลัง 2,775 มม. น้ำหนักตัวอยู่ในช่วง 1,900 – 2,200 กก. ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย

●  นิสสันเก็บภาพลักษณ์โดยรวมจากรถต้นแบบได้ครบถ้วนทั้งภายนอกและภายใน จุดเด่นคือความเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน โดยเฉพาะในห้องโดยสาร นิสสันได้ออกแบบภายใต้ปรัชญาใหม่ Timeless Japanese Futurism หรือความงามในแบบศิลปะแนวฟิวเจอริสม์สไตล์ญี่ปุ่นที่อยู่เหนือกาลเวลา จุดเด่นคือจอดูอัลสกรีนที่นิสสันเคยระบุว่า ออกแบบการจัดวางโดยคำนึงถึงหลักการยศาสตร์ ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตจริงที่สายตาของมนุษย์จะมีการมองกวาดจากด้านหนึ่งไปยังอีกด้านหนึ่งในขณะขับรถ และผู้ขับจะสามารถรับข้อมูลผ่านสายตาได้ดีที่สุดในแนวนอนเท่านั้น

●  2 จุดเด่นที่เก็บมาจากตัวต้นแบบคือ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 2 ก้าน และจอดูอัลสกรีนขนาดใหญ่ ใช้มาตรวัดฟูลดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และจอทัวสกรีนระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 12.3 นิ้วเท่ากัน วางเรียงเชื่อมต่อเอาไว้ในกรอบเดียวกัน เสริมความสะดวกด้วย head-up displays ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์รองรับการใช้งานผู้ช่วยเสมือน Amazon Alexa เรียกใช้งานได้ด้วยคำสั่งเสียง “Hello Nissan” หรือ “Hey Nissan” ด้านล่างมีเพียงชุดควบคุมระบบปรับอากาศระบบสัมผัสที่ฝังเอาไว้แบบเรียบเนียนไปกับคอนโซลหน้า

●  ที่ท้าวแขนคอนโซลกลางสามารถปรับระดับให้เหมาะกับสรีระผู้ขับได้ หัวเกียร์แบบ Nissan Leaf ปรับรูปทรงใหม่ให้เหมาะกับการวางเต็มฝ่ามือ ปุ่มเลือกโหมดในการขับ หรือการเลือกโหมด e-Pedal เป็นแบบระบบสัมผัสพร้อมฟังก์ชั่นสั่น (haptic) ฝังเอาไว้ในวัสดุลายไม้เช่นเดียวกับส่วนควบคุมระบบปรับอากาศที่คอนโซลหน้า ส่วนและเบาะนั่งเป็นแบบ Zero Gravity

●  ชุดระบบขับเคลื่อน แยกเป็นรุ่น 2WD และ AWD แต่ละรุ่นจะแยกเป็น 2 รุ่นย่อยตามความจุแบตเตอรี่แพค (สเปคญี่ปุ่น) และทุกรุ่นย่อยใช้ล้ออัลลอย 19 นิ้ว จับคู่ยาง 235/55 จากโรงงาน และมีล้อ 20 นิ้วพร้อมยาง 255/45 เป็นออปชั่น

2WD : มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง ประกอบด้วย:

●  (1) มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 215 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 30.5 กก.-ม. จับคู่แบตเตอรี่แพคความจุ หรือความสามารถในการจ่ายไฟต่อเนื่องใน 1 ชม. เท่ากับ 65 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้สูงสุด 450 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.5 วินาที

●  (2) มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว กำลังสูงสุด 239 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 30.5 กก.-ม. จับคู่แบตเตอรี่แพคความจุ 90 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้สูงสุด 610 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุด 160 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.6 วินาที

AWD : มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แยกติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ประกอบด้วย:

●  (1) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ all-wheel drive กำลังรวมทั้งระบบ 355 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 57 กก.-ม. จับคู่แบตเตอรี่แพคความจุ 65 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้สูงสุด 430 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.4 วินาที

●  (2) มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังรวมทั้งระบบ 389 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 61.14 กก.-ม. จับคู่แบตเตอรี่แพคความจุ 90 กิโลวัทท์-ชม. วิ่งทำระยะทางได้สูงสุด 580 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ความเร็วสูงสุด 200 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 5.1 วินาที

●  ทุกรุ่นส่งกำลังด้วยเกียร์ซิงเกิลสปีด แบบฟิกซ์เกียร์ ส่วนตัวเลขระยะทางทั้งหมด เป็นตัวเลขจากการทดสอบตามมาตรฐานใหม่ WLTC ของญี่ปุ่น (Japan WLTC cycle)

●  สำหรับชุดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ all-wheel drive เป็นชุดระบบใหม่ที่นิสสันใช้ชื่อทางการค้าว่า “e-4ORCE” ตัวอักษร e สื่อถึงมอเตอร์ไฟฟ้า ตัวเลข 4 สื่อถึงระบบควบคุมการขับเคลื่อน 4 ล้อ เมื่อรวมกับ ORCE หรือ FORCE จะสื่อถึงพลังจากระบบการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้าย-ขวา เพลาหน้า-หลัง ที่นิสสันพัฒนาต่อยอกมาจากระบบควบคุมที่ใช้งานอยู่ใน Nissan GT-R และ Nissan Patrol (ระบบ ATTESA E-TS ของ GT-R ผนวกกับระบบ intelligent 4×4 ของ Patrol)

●  ชุดระบบอำนวยความสะดวก มากับแพคเกจ ProPILOT 2.0 ประกอบด้วย ระบบ ProPILOT Remote Park เทคโนโลยีช่วยจอดด้วยรีโมท, ฟังก์ชั่น e-Pedal แบบเดียวกับ Nissan Leaf เสริมด้วยชุดระบบความปลอดภัย Nissan Safety Shield ประกอบด้วย เทคโนโลยีกล้องรอบทิศทาง Intelligent Around View Monitor, ระบบ Intelligent Forward Collision Warning ช่วยเตือนก่อนการชนด้านหน้า, ระบบ Intelligent Emergency Braking ช่วยเบรคในขณะฉุกเฉิน และระบบ Rear Automatic Emergency Brake ช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย

●  ราคาจำหน่าย Ariya ในญี่ปุ่นเริ่มต้นที่ประมาณ 5 ล้านเยน หรือราวๆ 1.5 ล้านบาทครับ   ●

2022 Nissan Ariya (JP Spec)

Drunk Dont Drive