September 12, 2020
Motortrivia Team (6759 articles)

Suzuki Swift GL Max Edition ลองความคล่องตัวในสนามแข่ง

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

●  บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ชวนสื่อมวลชนร่วมทดลองขับ Suzuki Swift GL Max Edition นำรถรุ่น GL มาเพิ่มการตกแต่งพิเศษ พัฒนาภายใต้แนวคิด เต็มที่กับสไตล์ เร้าใจทุกมุมมอง ตกแต่งด้วยชุดแต่งสเกิร์ตรอบคันยสปอยเลอร์หลัง เสาอากาศครีบฉลาม ซุ้มล้อสีดำ และกันชนท้ายเพิ่มท่อไอเสียคู่ เครื่องยนต์คงเดิม 1,200 ซีซี 83 แรงม้า รองรับ E20 ราคา 541,000 บาท เพิ่มขึ้นเพียง 5,000 บาทจากรุ่น GL มาตรฐาน มีให้เลือก 6 สี น้ำเงิน, แดง, ขาว, บรอนซ์, เทา และดำ

●  กิจกรรมมีขึ้นที่ Motor Sport Park สุวรรณภูมิ เป็นการขับแบบ Circuit ผสม Gymkhana เพื่อลองความคล่องตัวของรถที่มาพร้อมมิติกะทัดรัด ยาว 3,840 มิลลิเมตร กว้าง 1,735 มิลลิเมตร สูง 1,495 มิลลิเมตร ความกว้างช่วงล้อหน้าหลัง 1,530 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 120 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,450 มิลลิเตร น้ำหนักตัวรถ 875-910 กิโลกรัม

●  ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกหน้าดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก มีระบบช่วยเหลือครบครัน ทั้ง ABS, EBD, ESP และ TCS

นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ ( ประเทศไทย) จำกัด

●  Motor Sport Park ส่วนใหญ่ใช้แข่งโกคาร์ทและมอเตอร์ไซค์ ด้วยความกว้างของแทร็กที่ไม่มากนัก ใช้พิสูจน์ความคล่องแคล่วของรถรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี มีการจัดวางไพลอนที่ชัดเจนเพื่อป้องกันการหลงทาง ขับจะได้ใช้สมาธิในการขับรถได้อย่างเต็มที่

●  ท้าทายด้วยการออกแบบสนามให้มีจุดกลับรถแล้วขับกลับย้อนทางเดิม จับเวลาด้วยระบบเซ็นเซอร์ คิดเวลาแบบ ET การออกตัวเร็วหรือช้ากว่าสัญญาณไฟจึงไม่มีผล เพราะเวลาจะเริ่มเดินเมื่อรถผ่านเซ็นเซอร์แล้ว และเมื่อถึงจุดสิ้นสุด ต้องจอดรถให้อยู่ในพื้นที่ๆ กำหนดเพื่อหยุดเวลา ถ้าขับรถชนไพลอนจะถูกบวกเวลาเพิ่มตัวละ 2 วินาที

●  ระหว่างรอคิวขับก็ขึ้นไปสังเกตการณ์ที่ชั้น 2 พบว่า การขับแบบไหลลื่นต่อเนื่อง จะไปได้เร็วกว่าการขับแบบเอี๊ยดอ๊าดทุกโค้ง และในจุดกลับรถที่ทำไว้พอดีๆ คัน ผู้ขับเลือกเองได้ว่าจะกลับแบบทิ่มหน้าเข้าไปแล้วถอยหลังกลับ หรือจะขับเลยไปนิดแล้วถอยหลังก็ได้ ในสนามมีทั้งการเลี้ยวมุมแคบ ขับเป็นวงกลม สลาลมกว้าง และสลาลมแคบๆ แบบพอดีคัน ถ้ามาเร็วจนล้นมีโอกาสสูงที่จะสะกิดไพลอน จุดที่ตื่นเต้นสุดคือ จุดกลับรถ เพราะบางคนขับในตำแหน่งเกียร์ L เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลังก็จะดันคันเกียร์แค่ 2 ตำแหน่งตามความเคยชินที่ขับเกียร์ D คือ จาก D ไป N และ R แต่เมื่ออยู่ในเกียร์ L แล้วเลื่อนคันเกียร์ขึ้น 2 จังหวะ จะไปลงที่เกียร์ N ทำให้เสียเวลาในช่วงถอยหลังเพิ่มอีกหลายวินาที ที่หัวเกียร์มีปุ่ม S สำหรับเปิดโหมด Sport เครื่องยนต์จะมีการตอบสนองที่ฉับไวขึ้นอีกนิด

●  รอบแรกให้ขับดูทาง มีเจ้าหน้าที่ของซูซูกิ ช่วยบอกทางผ่านวิทยุสื่อสารที่อยู่ในรถ ใช้ความเร็วไม่สูงเน้นการจดจำเส้นทาง และสังเกตอาการต่างๆ ของรถ ยางขนาด 175/65 R15 เป็นยางสไตล์ประหยัดเชื้อเพลิง แค่เค้นคันเร่งลึกๆ ในโค้งก็ได้ยินเสียงเอี๊ยดยาวแผ่วๆ มาแล้ว คิดไว้แล้วว่ารอบจับเวลาคงเร็วได้แค่ช่วงทางตรง ช่วงกลับรถใช้วิธีเอาหน้าทิ่มเลยไปแล้วค่อยถอยหลัง เพราะพื้นที่ด้านหลังกว้างกว่า และไม่มีไพลอนให้ถอยชนด้วย รอบแรกที่ขับรู้สึกว่าตัวรถมีความคล่องตัว การหักเลี้ยวมุมแคบทำได้ง่ายและเบาแรง ช่วยโค้ง S ที่ถูกบีบด้วยไพลอนให้แคบลงไปอีก ก็ยังไปได้แบบพริ้วๆ ด้วยระยะโอเวอร์แฮงค์หน้าหลังที่สั้น ล้ออยู่ที่มุมทั้ง 4 ของตัวรถ ทำให้ขับง่ายและให้การยึดเกาะถนนที่ดี พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าเบาแรง แต่ไม่เบาหวิว ยังให้การสื่อสารกับตัวรถและพื้นสนามได้ดีในระดับหนึ่ง โดยรวมเป็นรถที่คล่องแคล่วขับง่าย

●  รอบดูทางขับชิลๆ พอถึงรอบจับเวลาความตื่นเต้นและความฮึกเหิมก็มาแบบไม่รู้ตัว จนลืมเปิดโหมด S ขับเกียร์ D เปิดแอร์เย็นสบาย เพิ่มความเร็วขึ้นอีกพอสมควร แต่ยังอยู่ในลิมิตของตัวเอง ที่ยังรู้สึกว่าขับได้สบายๆ ไม่ฝืนหรือต้องลุ้นว่าจะควบคุมรถได้หรือไม่ เน้นเร็วทางตรง ก่อนถึงโค้งก็ลดความเร็วลงก่อนแล้วค่อยเบรก พยายามใช้การถ่ายน้ำหนักของรถมาช่วยในเรื่องการยึดเกาะ ซึ่งจริงๆ คงช่วยได้ไม่เยอะ เพราะยังขับไม่เร็วพอ ด้วยลักษณะของยาง และประเภทของรถ รู้สึกว่าการยึดเกาะถนนและแฮนด์ลิ่ง ทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก จิกเกาะโค้งได้ดี พวงมาลัยตอบสนองดี แม่นยำในระดับหนึ่ง มีความคล่องตัว ขับสนุกมั่นใจ เรียกได้ว่าทำช่วงล่างเหลือเผื่อกว่าความแรงของเครื่องยนต์ไปมาก ระบบเบรกก็ทำได้ดี เพียงแต่ต้องลดความเร็วและเบรกล่วงหน้าบ้าง เพราะลิมิตไปอยู่ที่ยาง ถ้าเบรกหนักพร้อมเลี้ยวมุมแคบ ก็จะเจอกับอาการอันเดอร์สเตียร์เป็นธรรมดา รวมทั้งการเบรกก่อนเข้าเส้นชัย ถ้ามาแรงในทางตรงแล้วเบรกกระชั้นชิด มีโอกาสเลยจุดเบรกไปชนไพลอนได้

●  Suzuki Swift GL Max Edition ทำเตรียมไว้ให้เอาไปแต่งต่อได้ง่าย ล้อเป็นกระทะพร้อมฝาครอบ เพราะยังไงก็ต้องเปลี่ยนล้อแม็กใหม่อยู่แล้ว กันชนท้ายมีท่อหลอกเป็นท่อคู่กลมแยกซ้าย-ขวา จะไปเดินท่อไอเสียช่วงปลายใหม่ก็ไม่ต้องเฉือนกันชนให้เสียโฉม อุปกรณ์ภายในไม่ขาดแคลนแม้เป็นรุ่นกลางๆ ราคาน่ารักน่าลุ้น สมรรถนะของรถก็ไม่ขี้เหร่ โดยเฉพาะระบบกันสะเทือนที่หนึบแน่นเกินประเภทรถ ขับใช้งานทั่วไปได้อย่างมั่นใจ หรือถ้าจะเอาไปต่อยอดก็เป็นหนึ่งในรถที่แต่งขึ้น   ●


Suzuki Swift GL Max Edition : Gymkhana

Drunk Dont Drive