November 10, 2020
Motortrivia Team (6752 articles)

Porsche Taycan 4s & Turbo ลองขับรถไฟฟ้าบ้าพลัง 530-680 แรงม้า

เรื่อง-ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   ไทคานน์ สปอร์ตซีดานพลังไฟฟ้ารุ่นแรกของปอร์เช่ ในตลาดโลกมี 3 รุ่นย่อย Taycan 4S, Turbo และ Turbo S ต่างกันที่พละกำลังจากน้อยไปมาก 530, 680 และ 761 แรงม้า และระยะการขับ (โดยประมาณ) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จากมากไปน้อย 336, 331 และ 330 กิโลเมตร สำหรับเมืองไทยภายใต้การนำเข้าของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ทำตลาดด้วย 2 รุ่นย่อย คือ 4S ราคาเริ่มต้น 7.1 ล้านบาท และ Turbo ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท ใช้คำว่าราคาเริ่มต้นเพราะถ้ากดเพิ่มออฟชั่นในเวบก็ต้องจ่ายเพิ่ม

รถไฟฟ้าเทคโนโลยีล้ำสมัยหัวใจสปอร์ต

●  รถทั้ง 2 รุ่น มีข้อมูลแบบละเอียดยิบอยู่ในเวบไซต์ porsche.com/thailand/taycan แจ้งคร่าวๆ รุ่น 4S มีกำลัง 390 กิโลวัตต์ หรือ 530 แรงม้า (PS) ในโหมด Overboost Power เมื่อใช้ร่วมกับ Launch Control แรงบิดสูงสุด 640 นิวตันเมตร ทุกรุ่นย่อยใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4 วินาที (Launch Control ) และถ้าจุ่มคันเร่งสุดแช่ไว้ 13.3 วินาที ก็จะได้ความเร็ว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท๊อปสปีด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุ 79.2 kWh ชาร์จเต็ม 100% ด้วยไฟ AC กระแสสลับ 9.6kW ใช้เวลาประมาณ 9.5 ชั่วโมง

●  ตัวรถยาวและแบนกว้างด้วยมิติ ยาว 4,963 มิลลิเมตร กว้าง 1,966 มิลลิเมตร สูง 1,379 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,710/1,694 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,900 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 2,215 กิโลกรัม ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน 0.22 cW ที่เก็บสัมภาระใต้ฝากระโปรงหน้า มีความจุ 84 ลิตร และด้านท้ายมีความจุ 407 ลิตร ถ้ายังใส่ของไม่พอก็แยกพับพนักพิงเบาะหลังลงได้

●  รุ่น Turbo ขยับความแรงขึ้นเป็น 500 กิโลวัตต์ หรือ 680 แรงม้า (PS) แรงบิด 850 นิวตันเมตร 0-100 และ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.2 และ 10.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 260 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุ 93.4 kWh ชาร์จเต็ม 100% ด้วยไฟ AC กระแสสลับ 9.6kW ใช้เวลาประมาณ 10.5 ชั่วโมง

●  มิติตัวรถต่างจากรุ่น 4S ที่ความสูง 1,381 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,702/1,667 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 2,305 กิโลกรัม ที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 366 ลิตร

●  การแสดงผลต่างๆ เป็นหน้าจอดิจิตอลที่มีความละเอียดคมชัดสมราคา จอที่คอนโซลกลางต่อเนื่องคอนโซลเกียร์ สั่งงานด้วยระบบสัมผัส มี Touch Pad ให้ใช้งานง่ายและรวดเร็ว การตอบสนองหน้าจอว่องไวติดมือสมราคารถ ลูกเล่นเพียบใช้ไม่หมดในเวลาจำกัด ที่ชาร์จไฟฟ้าอยู่บริเวณซุ้มล้อหน้าทั้ง 2 ฝั่ง การเปิดใช้วิธีสัมผัสครีบที่อยู่ข้างๆ เป็นลูกเล่นที่เก๋ดี การสั่งงานระบบต่างๆ พยายามประยุกต์ความคุ้นเคยจากรถทั่วไปเข้ากับความล้ำสมัย ทำให้ใช้งานง่าย

4S เหลือๆ แต่ Turbo เหนือกว่า

●  ประเดิมด้วยรุ่นเริ่มต้นอย่าง 4S 530 แรงม้า 640 นิวตันเมตร รอบแรก Instructor ขับพาดูทาง นั่งกันเต็มความจุ 4 คนรวมผู้ขับ สถานีแรก Emergency Braking ขับด้วยโหมด Sport Plus ออกตัวด้วยการเร่งเต็มที่แล้วกระทืบเบรกให้รถจอดสนิท ได้รับเกียรติให้นั่งคู่ผู้ขับ หยิบโทรศัพท์เตรียมถ่ายคลิป แต่พอออกตัวด้วยกดคันเร่งสุด แรงกระชากทำเอาโทรศัพท์เหวี่ยงมาเคาะหน้าตัวเอง ภาพตัดเพราะไปโดนปุ่มหยุดการบันทึก แรงดึงทำเอาตัวจมลงไปในเบาะ แทบหายใจไม่ออก ยังไม่ทันหายใจหายคอก็มาถึงจุดเบรก เหลือบดูมาตรวัดความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหน่อยๆ โดนแรง G เล่นงานไปอีกรอบ จากการกระทืบเบรกสุด สอบถามได้ความว่า ในช่วงแรกที่เบรก มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำงานก่อน จากนั้นระบบเบรกแบบปกติจึงทำงาน

●  เบรกจนรถจอดสนิทแล้วกดคันเร่งอีกรอบ รถพุ่งเข้าสู่สถานี Handling มีไพลอนวางตั้งคู่ไว้เป็นจุดเบรก และไพลอนวางนอนปลายชี้เข้า เป็นสัญลักษณ์ว่าให้พารถเข้าไปในช่องนี้ ซึ่งเป็นไลน์การขับที่เหมาะสม ต่อเนื่องด้วยการหลบไพล่อนที่วางไว้ค่อนข้างแคบ ลักษณะคล้าย Emergency Lane Change ต่อด้วยโค้งขวากว้างๆ ใช้ความเร็วสูงได้ จากนั้นเข้า Slalom เพื่อดูอาการของตัวรถเมื่อเปลี่ยนเลนกะทันหันต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง พริบตาเดียวก็จบ 1 รอบการทดสอบ

●  จอดสลับตำแหน่งไปนั่งหลังพวงมาลัย ปรับเบาะและพวงมาลัยให้อยู่ในตำแหน่งท่าขับที่ถูกต้อง ชวน Instructor คุยเล็กน้อยเพื่อถ่วงเวลาและลดความตื่นเต้น ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมาว่า เนื่องจากเป็นรถไฟฟ้า จึงไม่มีเสียงเครื่องยนต์ มีแต่เสียงหวีดเบาๆ ของมอเตอร์ ไทคานน์จึงมีระบบเปิดเสียงเพิ่มความเร้าใจ โดยเสียงที่ได้ยินไม่ใช่เสียงสังเคราะห์ แต่เป็นการบันทึกเสียงที่เกิดจากการทำงานของมอเตอร์จริงๆ และสัมพันธ์กับรอบการหมุนของมอเตอร์ด้วย เปิดเสียงก็เร้าใจดี ถ้าขับใช้งานทั่วไปในโหมด Normal แล้วปิดเสียงก็คงจะเงียบสงบดี

●  พร้อมแล้วกดคันเร่งเกือบสุด ยั้งไว้นิดๆ เผื่อเหลือเผื่อขาด แรงดึงทำเอาเพื่อนสื่อมวลชนที่นั่งเบาะหลังครางฮือ ไม่รู้ว่าชอบหรือเคืองที่โดนเหวี่ยง เลี้ยงคันเร่งไว้ยาวๆ ยังไม่ทันถึงจุดเบรกก็ถอดใจยกเท้ามากดเบรกซะก่อน ผลปรากฎว่ารถหยุดนิ่งก่อนถึงปลายสถานีไกลโข เรื่องอัตราเร่งหายห่วง กดคันเร่งเบาๆ รถก็กระโจนออกไปอย่างรวดเร็ว สะใจสุดๆ การออกตัวไม่มีปัดเป๋หรือล้อฟรีให้เสียเวลา กดคันเร่ง รถก็พุ่งพรวดออกไปทันที ไม่ต้องรอรอบแบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน

●  ต่อเนื่องด้วย Handling ที่ยังคงขับแบบยั้งๆ ไว้เหมือนเดิม เพราะถ้าพลาดนิดเดียวได้ลงไปกินหญ้าข้างทางเป็นแน่ ขับช้าจน Instructor บอกว่าให้ลองกดคันเร่งตอนออกจากโค้งดูก็ได้ โดยรวมรู้สึกว่ารถขับง่าย ควบคุมง่ายและเบาแรง ส่วนหนึ่งอาจเพราะขับไม่เร็วจัดจ้าน ยังขับไปคุยไปได้สบาย ระบบเบรกให้ความรู้สึกเหมือนเบรกในรถทั่วไป และกระชากลดความเร็วได้อย่างเหลือเฟือมั่นใจ เข้าโค้งกว้างด้วยความเร็วสูง รถมีการโคลงเพียงเล็กน้อย ปิดท้ายด้วย Slalom พยายามขับชิดไพล่อนให้มากที่สุด ตัวรถกว้างเกือบ 2 เมตร และยาวเกือบ 5 เมตร ไม่สร้างปัญหาในการกะระยะ น้ำหนัก 2 ตันกว่า ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบกับความคล่องตัวของรถแต่อย่างใด ยังคงพริ้วไปตามไพลอนได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวเท่าที่คนขับจะควบคุมไหว ไม่รู้สึกว่าเป็นภาระหรือต้องใช้แรงมากในการควบคุมรถ

●  ตัดสลับมาที่รุ่นไฮไลต์ Turbo ได้ลองในสถานี Braking และ Handling การออกตัวบอกได้เลยว่าแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด 4S ว่าแรงแล้ว Turbo ก็ยังสร้างความแตกต่างได้อีก ตอนขับ 4S ยังขับช้าเพราะไม่ชินรถไม่ชินทาง แต่พอขับ Turbo เริ่มชินทาง จึงกดคันเร่งเต็มเท่าตอนออกตัว อัตราเร่งทำเอาเหวอจนต้องผ่อนคันเร่ง เพราะเร็วจนตกใจ รถพุ่งกระชากออกไปแบบเกินคาด ยังดีว่าพุ่งออกไปแบบตรงๆ ไม่มีปัดเป๋ ไม่งั้นคนขับคงเสียอาการมากกว่านี้ ในช่วง Handling รู้สึกว่าการทรงตัวของรถ คมขึ้นกว่า 4S อีกพอสมควร การโคลงตัวน้อยลงไปอีก แต่ไม่ได้แข็งกระด้าง ด้วยความชินทางและรถที่การทรงตัวดีขึ้นอีกระดับ ทำให้เล่นสนุกกับโค้งได้อย่างมั่นใจ การเปลี่ยนเลนกะทันหัน แค่มองทางที่จะไปแล้วขยับพวงมาลัยแค่นิดเดียว รถก็ไปตามต้องการแบบพอดีๆ ไม่ขาดไม่เกิน ไม่มีอาการดื้อให้ต้องแก้ไข เป็นรถแรงที่ขับง่ายและรู้สึกถึงความปลอดภัยมั่นใจ แม้ไม่ได้เป็นนักขับรถที่เก่งกาจ ก็ขับรถรุ่นนี้ได้อย่างสนุกและปลอดภัย

●  ปอร์เช่ ไทคานน์ สปอร์ตซีดานพลังไฟฟ้า นั่งได้ 4 คน มีที่เก็บสัมภาระพอสมควร จึงเป็นรถที่ใช้งานได้ทุกวัน เด่นที่การตอบสนองทันใจจากมอเตอร์ไฟฟ้า แรงเหลือเฟือสำหรับถนนสาธารณะ เสียงรบกวนต่ำและไม่ปล่อยมลพิษ แบตเตอรี่ใหญ่ ใช้งานวันต่อวันในระยะ 200 กิโลเมตรได้สบายแบบไม่ต้องลุ้น ส่วนการเดินทางไกลยังต้องวางแผนและเช็คสถานีชาร์จไฟฟ้าให้ดีว่ามีอยู่จริงและเปิดให้บริการ

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ปอร์เช่ ประเทศไทย เชิญได้ที่ www.porsche.com/pap/thailand

Report : Porsche Taycan 4s & Turbo

Drunk Dont Drive