January 18, 2021
Motortrivia Team (7103 articles)

2021 Lamborghini Huracan STO เปิดตัวเป็นทางการในไทย

motortrivia

●  เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดแสดงซูเปอร์คาร์ขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นใหม่ Lamborghini Huracán STO ให้แฟนพันธุ์แท้ในไทยเข้าชมเป็นครั้งแรกที่โชว์รูม Lamborghini Bangkok พร้อมเปิดราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 29,990,000 บาท

●  อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “หลังจากลัมโบร์กินีปล่อย Livestream ให้สาวกกระทิงดุได้ชมโฉม Lamborghini Huracán STO พร้อมกันแบบเรียลไทม์ทั่วโลกในช่วงปลายปี 2020 ที่ผ่านมา วันนี้ลัมโบร์กินี ออโตโมบิลี ได้ส่งรถ Lamborghini Huracán STO มาให้แฟนพันธุ์แท้ในไทยได้ยลโฉมคันจริงเป็นครั้งแรกกันอย่างใกล้ชิด โดย Lamborghini Huracán STO เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากสนามแข่งสู่ท้องถนน ผู้ขับสามารถสัมผัสได้ถึงความเร้าใจตามแบบฉบับของรถแข่งในรูปแบบที่เหมาะสำหรับการใช้งานบนถนนสาธารณะ”

●  ศักดิ์ นานา กรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เรามีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้นำ Lamborghini Huracán STO รถที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Huracan GT3 EVO แชมป์ 3 ปีซ้อนจากรายการแข่งขัน 24 Hours of Daytona หนึ่งในการแข่งขันที่ยากและโหดที่สุดในโลก มานำเสนอให้ลูกค้าที่หลงใหลในแบรนด์ลัมโบร์กินีได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ”

●  Lamborghini Huracán STO หรือ Super Trofeo Omologata นับเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นล่าสุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง โดยแผนก Squadra Corse’s ซึ่งมีผลงานการพัฒนารถแข่งอย่าง Huracán Super Trofeo EVO และ Huracán GT3 EVO ที่คว้าชัยจากรายการ 24 Hours of Daytona 3 สมัยและ 12 Hours of Sebring 2 สมัย

●  Huracán STO ออกแบบภายนอกใหม่เพื่อให้อากาศไหลผ่านตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การพัฒนาเป็นผลงานร่วมกันระหว่างแผนกวิจัยและพัฒนาของลัมโบร์กินี, แผนกมอเตอร์สปอร์ต Squadra Corse และแผนกออกแบบ Centro Stile

●  ห้องโดยสารออกแบบในลักษณะเดียวกับรถในกลุ่มมอเตอร์สปอร์ต อาทิ แผงประตูภายในคาร์บอนไฟเบอร์, เบาะทรงบัคเก็ทพร้อมแผ่นหลังคาร์บอน พัฒนาร่วมกับ Akrapovic ช่วยเพิ่มความปลอดภัย, เซฟตี้เบลท์แบบ 4 จุด ยึดไว้กับคานไทเทเนียมด้านหลัง, ใช้วัสดุอัลคันทาร่าเพื่อให้ผิวสัมผัสมีความกระชับมือ, พรมบริเวณพื้นรถถูกแทนที่ด้วยแผ่นอลูมิเนียมน้ำหนักเบา, ฝากระโปรงหน้าออกแบบใหม่ให้สามารถเก็บหมวกกันน็อคได้ ปิดท้ายด้วยชุดระบบ HMI ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Huracan EVO แสดงผลข้อมูลสำคัญต่างๆ ให้กับผู้ขับ เช่น การทำงานของระบบ LDVI รวมไปถึงอุณหภูมิของระบบเบรค

●  เริ่มที่ Cofango หรือการนำฝากระโปรงหน้า, ซุ้มล้อ และกันชนหน้า มาออกแบบใหม่ให้เป็นชิ้นเดียวกัน แรงบันดาลใจจากรถระดับไอคอนของแบรนด์อย่าง Lamborghini Miura และ Sesto Elemento ช่องดักอากาศบริเวณฝากระโปรงหน้าช่วยจัดระเบียบให้อากาศไหลผ่านตัวรถได้ดียิ่งขึ้น ยังผลให้การระบายความร้อนเครื่องยนต์ดีขึ้น และยังสร้างแรงกดให้กับรถมากขึ้นด้วย สปลิทเตอร์หน้าใหม่มีช่องระบายอากาศไปยังใต้ท้องรถจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลัง ช่วยลดการต้านลมเมื่อต้องการทำความเร็วในทางตรง

●  ซุ้มล้อหลังพัฒนามาจากรถแข่ง One Make Race อย่าง Super Trofeo EVO ช่วยสร้างแรงกดด้านท้ายของตัวรถ ช่องดักอากาศ NACA ที่ถูกติดตั้งบนซุ้มล้อหลังนั้น จะทำหน้าที่ดักอากาศเข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งช่วยให้เครื่องยนต์สร้างพละกำลังได้อย่างต่อเนื่องแม้ในขณะขับด้วยความเร็วสูงเป็นเวลานาน ฝาเครื่องยนต์ใหม่ติดตั้งช่องดักอากาศด้านบนเพื่อช่วยระบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ และห้องเครื่องยังมีครีบลำเลียงอากาศช่วยจัดสรรให้อากาศสามารถระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

●  นอกจากนี้ ครีบอากาศบริเวณฝากระโปรงหลังยังช่วยเพิ่มความคล่องตัวในขณะเข้าโค้ง โดยอากาศจะถูกตัดผ่านและไหลไปที่สปอยเลอร์ด้านท้าย ซึ่งสปอยเลอร์หลังนั้นจะเป็นแบบปรับระดับได้ 3 ระดับ ดังนั้น Huracán STO จึงสามารถสร้างแรงกดได้สูงสุดในรถคลาสเดียวกันและยังมีบาลานซ์รถที่ดีที่สุดสำหรับรถขับเคลื่อนล้อหลังอีกด้วย โดยมีประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศดีขึ้น 37% และสามารถแรงกดได้มากขึ้น 53% เมื่อเทียบกับ Huracán Performante

●  โครงสร้างของ Huracán STO มากกว่า 75% ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดน้ำหนักตัวรถ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวถัง น้ำหนักตัวรถเปล่าเพียง 1,339 กิโลกรัม ลดลง -43 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นพิเศษอย่าง Huracán Performante โดยกระจกบานหน้าของ Huracán STO จะเบาลง 20% และยังมีออปชั่นเสริมเป็นล้อแม็กนิเซียมน้ำหนักเบาด้วย ส่วนช่องดักอากาศเบรคหน้าใหม่ ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรคแบบใหม่อย่าง CCM-R brakes ที่พัฒนามาจากรถ F1 โดย Brembo

●  ทั้งนี้ ระบบเบรก CCM-R ซึ่งถ่ายทอดเทคโนโลยีมาจากสนามแข่ง จะช่วยให้การหยุดรถยังคงมีประสิทธิภาพแม้จะถูกใช้งานอย่างต่อเนื่อง โดยตัวระบบเบรค CCM-R สามารถทนความร้อนได้มากกว่าระบบเบรคเซรามิคทั่วไป 4 เท่า และทนทานต่อการใช้งานในสนามมากขึ้นถึง 60% รวมถึงเพิ่มขีดจำกัดของแรงเบรคมากขึ้นไปอีก 25% ทำให้ระยะเบรคสั้นลง 7%

●  ช่วงล่างใหม่ออกแบบให้เหมาะสมกับระยะแทร็คที่กว้างขึ้น ระบบ Lamborghini’s MagneRide 2.0 ช่วยให้ตัวรถถ่ายทอดอารมณ์ของรถแข่งได้เป็นอบ่างดีแม้ใช้งานบนถนนสาธารณะ ผู้ขับสะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบช่วยเลี้ยวล้อหลัง เพิ่มความคล่องตัวให้กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โหมดในการขับเลือกได้ 3 โหมดระหว่าง STO, Trofeo หรือ Pioggia

●  โหมด (1) STO เป็นโหมดที่เหมาะสำหรับการขับในชีวิตประจำวัน ระบบ Lamborghini Veicolo Dinamica Integrata (LDVI) จะช่วยให้การขับเป็นอย่างราบรื่นและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น, โหมด (2) Trofeo ตั้งค่าให้ตอบสนองกับการขับบนสนามแข่งแบบแทร็คแห้ง ระบบ LDVI จะจัดสรรแรงบิดไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุด ทำงานคู่กับระบบ performance traction control โดยมีระบบ Brake Temperature Monitoring (BTM) ใหม่คอยแจ้งสถานะอุณหภูมิของเบรคแบบรีลไทม์ ส่วนโหมด (3) Pioggia นั้น ตัวรถจะควบคุมให้ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบกระจายแรงบิด, ระบบเลี้ยวล้อหลัง และระบบเบรก ABS ทำงานให้เหมาะสมกับพื้นผิวที่เปียกลื่น โดยระบบ LDVI จะทำการวิเคราะห์แรงยึดเกาะของรถเพื่อถ่ายทอดแรงบิดไปที่ล้อสูงสุดโดยไม่ลื่นไถลในทางตรง รวมทั้งกระจายกำลังไปยังล้อที่มีแรงยึดเกาะสูงสุดในขณะกำลังเข้าโค้ง

●  พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ V10 แบบเดียวกับรถ Super Trofeo กำลังสูงสุดผลิตได้ 640 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 57.5 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 3 วินาที และ 0 – 200 กม./ชม. ภายใน 9 วินาที

●  สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ เรนาสโซ มอเตอร์ 02-512-5111 หรือเว็บไซท์ www.bangkok.lamborghini   ●

Grand Opening : 2021 Lamborghini Huracan STO

Drunk Dont Drive
Hyundai HNY Campaign