March 9, 2021
Motortrivia Team (7761 articles)

2022 IONIQ 5 รถไฟฟ้ารุ่นแรกภายใต้ซับ-แบรนด์ไอออนิค

เรื่อง : AREA 54

●   ฮุนได มอเตอร์ คอมพานี เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ IONIQ 5 รถรุ่นที่สำคัญที่สุดรุ่นหนึ่งของฮุนได เนื่องจากรถรุ่นนี้จะถูกนับเป็น รถรุ่นแรกที่ผลิตและจำหน่ายภายใต้ซับ-แบรนด์ “ไอออนิค” ไม่มีชื่อฮุนไดกำกับ และนับเป็นรถคนละแบรนด์กับ Hyundai IONIQ รุ่นปัจจุบัน

●   IONIQ 5 เป็น 1 ใน 3 รถไฟฟ้าที่ไอออนิคจะเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นรุ่นรถประกอบด้วย (1) ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า IONIQ 5 ที่เราเห็นกันนี้ (2) ซีดานไฟฟ้า IONIQ 6 ในปี 2022 และ (3) รถ SUV ขนาดใหญ่ IONIQ 7 ในช่วงต้นปี 2024 ทั้งหมดได้รับการพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์มใหม่ “E-GMP” หรือ Electric Global Modular Platform ที่ฮุนไดออกแบบมาเพื่อผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะ

●   IONIQ 5 เป็นรถครอสโอเวอร์ SUV ในกลุ่มคอมแพคท์ ตัวถังแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง งานออกแบบคลี่คลายมาจากเค้าโครงของรถต้นแบบ Hyundai 45 EV Concept ที่จัดแสดงไปในงาน 2019 Frankfurt Motor Show คันจริงความยาวตัวรถ 4,635 มม. กว้าง 1,890 มม. สูง 1,605 มม. ระยะฐานล้อหน้าถึงหลังยาวสุดๆ 3,000 มม. การันตีความสะดวกสบายในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี… ซึ่งฐานล้อของ IONIQ 5 นั้นยาวกว่า Hyundai Palisade (+100 มม.) รถ SUV ในกลุ่มรถหรูที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของฮุนไดในปัจจุบันด้วยซ้ำ

●   ห้องโดยสารหรูและทันสมัยสุดๆ ด้วยการออกแบบภายใต้แนวคิด Living Space พื้นห้องโดยสารแบบเรียบ วัสดุที่ใช้ในห้องโดยสารแทบจะทุกจุดผลิตจากวัสดุรีไซเคิลแบบ PET (พอลิเอทิลีน เทเรฟทาเลต ตัวอย่างเช่นขวดพลาสติกจะถูกหลอมเป็นเส้นใย ก่อนจะผ่านกรรมวิธีผลิตเป็นเส้นด้ายและทอเป็นผ้าบุ เป็นต้น) เบาะหน้า, ที่วางขา พร้อมคอนโซลกลาง ปรับเลื่อนไปทางด้านหน้า/หลังได้ทั้งชุดสูงสุด 150 มม. เพื่อเพิ่มพื้นที่ผ่อนคลายให้ผู้ขับและผู้โดยสารทางด้านหน้าสามารถพักพ่อนในรถได้ขณะรอชาร์จแบตเตอรี่ หรืออื่นๆ ฟังก์ชั่นนี้ไอออนิคใช้ชื่อทางการค้าว่า “Universal Island”

●   อีกหนึ่งไฮไลท์คือชุดจอ dual-screen ที่ควบรวมมาตรวัดฟูลดิจิทัล และจอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์เอาไว้ในกรอบเดียวกัน ทั้งคู่มีขนาด 12 นิ้ว และแน่นอนว่าผู้ขับยังมีจอ Head-up display ช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างขับด้วย

●   ชุดระบบความปลอดภัย SmartSense มีให้เช่นเดียวกับรถภายใต้แบรนด์ฮุนได/เกีย ประกอบด้วย ระบบ Highway Driving Assist 2 ใช้ความสามารถของเซนเซอร์และข้อมูลจากแผนที่ช่วยขับแบบอัตโนมัติบนไฮเวย์, ระบบ Forward Collision-Avoidance Assist แจ้งเตือนและหลีกเลี่ยงการปะทะทางด้านหน้า, ระบบ Blind-Spot Collision-Avoidance Assist ตรวจจับรถในจุดบอดพร้อมฟังก์ชั่นดึงรถกลับเข้ามาอยู่ในเลน, ระบบ Intelligent Speed Limit Assist ตรวจสอบป้ายจราจรและจำกัดความเร็วสูงสุดตามกฎหมาย และระบบ Driver Attention Warning ช่วยเตือนเมื่อตรวจพบว่าผู้ขับอาจมีอาการเหนื่อยล้าจากการขับ

●   ระบบขับเคลื่อนเลือกได้ระหว่างมอเตอร์เดี่ยว ขับหลัง หรือมอเตอร์คู่ all-wheel drive ทั้ง 2 รูปแบบยังสามารถเลือกความจุแบตเตอรี่แพคให้เหมาะสมกับระยะทางในการขับได้ด้วย ดังนั้นทางเลือกหลักๆ ของ IONIQ 5 (ไม่นับรวมการตกแต่ง) จะมี 4 ทางเลือก ประกอบด้วย :

●   (1) รุ่นแบตเตอรี่ 58 กิโลวัทท์-ชม. : เวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวติดตั้งที่เพลาหลัง กำลังสูงสุด 170 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 8.5 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดเอาไว้ที่ 185 กม./ชม. ระยะทางในการขับไม่ระบุ

●   (2) เวอร์ชั่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ แยกติดตั้งที่เพลาหน้า/หลัง หมุนล้อแบบ AWD มอเตอร์ที่เพลาหน้ากำลังสูงสุด 72 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.9 กก.-ม. + มอเตอร์หลัง 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดเอาไว้ที่ 185 กม./ชม. ระยะทางในการขับไม่ระบุ

●   (3) รุ่นแบตเตอรี่ 72.6 กิโลวัทท์-ชม. : เวอร์ชั่นขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเท่ากับรุ่น 58 kWh คือ 35.6 กก.-ม. ทว่าอัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. จะดีกว่า โดยมีตัวเลขอยู่ที่ 7.4 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดเอาไว้ที่ 185 กม./ชม. เท่ากัน ระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้งประมาณ 480 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ของยุโรป

●   (4) เวอร์ชั่นมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD มอเตอร์ที่เพลาหน้ากำลังสูงสุด 95 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 25.9 กก.-ม. + มอเตอร์หลังทรงพลังที่สุดในไลน์อัพ 211 แรงม้า แรงบิดสูงสุดจำกัดเอาไว้ที่ 35.6 กก.-ม. กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 5.2 วินาที ความเร็วสูงสุดยังคงจำกัดเอาไว้ที่ 185 กม./ชม. ระยะทางในการขับไม่ระบุ

●   แพลทฟอร์มใหม่นี้รองรับการชาร์จด้วยกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงตั้งแต่ 400 จนถึง 800 โวลท์ ดังนั้นหากผู้ขับรีชาร์จแบตเตอรี่ด้วยชาร์จเจอร์ 350 กิโลวัทท์ จะสามารถรีชาร์จแบตเตอรี่ 80% จากจำนวนเต็มได้ภายในเวลาเพียง 18 นาที และในการชาร์จเพียง 5 นาทีจะได้ระยะทางในการขับเคลื่อนประมาณ 100 กม. (+/- ตามอุปนิสัยในการขับ) ตามมาตรฐาน WLTP

●   ไอออนิคจะเริ่มจำหน่ายในยุโรปราวกลางปี 2021 นี้ จากนั้นจะเป็นคิวของสหรัฐฯ ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง หรือประมาณเดือนกันยายนเป็นต้นไป ฐานการผลิตอยู่ที่โรงงานเมืองอุลซัน เกาหลีใต้ ราคาจำหน่ายยังไม่ระบุในเวลานี้ (สื่อต่างประเทศคาดว่าจะเริ่มต้นแถวๆ 45,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.39 ล้านบาท +/- ครับ)   ●

2022 IONIQ 5

Hyundai Smart Deal