June 25, 2021
Motortrivia Team (7964 articles)

Honda ประเทศไทย เปิดตัว City Hatchback ใหม่เวอร์ชั่น e:HEV

motortrivia

●   ฮอนด้า ประเทศไทย เพิ่มทางเลือกให้ City ตัวถังแฮทช์แบคด้วยรุ่นย่อยใหม่พลังไฮบริด Honda City Hatchback e:HEV หลังจากที่เริ่มทำตลาดด้วยรุ่น 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ มาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020

●   มร. โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เมื่อปลายปี 2563 ฮอนด้า ได้เปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยมีจุดเด่นคือการผสานการขับขี่ที่สนุกสนานและความอเนกประสงค์อันเป็นเอกลักษณ์ของรถสไตล์แฮทช์แบ็กไว้ได้อย่างลงตัว มาในครั้งนี้ได้นำเทคโนโลยีด้านการขับเคลื่อนอันทรงพลังและล้ำสมัย กับระบบฟูลไฮบริด และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ผนวกกับเอกลักษณ์ความเป็นยนตรกรรมสไตล์แฮทช์แบ็ก ด้วยการแนะนำ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก อี:เอชอีวี ใหม่ จึงนับได้ว่าเป็นซิตี้คาร์ที่สมบูรณ์แบบและพร้อมมอบพลังใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและความปลอดภัยอันล้ำสมัย ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยราคาที่เข้าถึงได้”

มร. โนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัทฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

●   City Hatchback e:HEV มีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ อาทิ ตราสัญลักษณ์ H Mark แบบกรอบสีฟ้า, ตราสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย,ชุดแต่งแบบ RS รอบคัน ประกอบด้วยกระจังหน้าแบบ Gloss Black พร้อมตราสัญลักษณ์ RS, กันชนหน้า/หลังแบบสปอร์ต, ชุดไฟ LED รอบคัน, กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต ปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

●   ห้องโดยสารมีอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ จอแสดงผลข้อมูลการขับแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว, จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการใช้งานเทคโนโลยีเชื่อมต่อ Honda CONNECT, สามารถใช้งาน Google Maps ได้, ระบบเชื่อมสมาร์ทโฟนผ่าน Apple CarPlay พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน SIRI

●   นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังสามารถใช้งานได้อย่างอเนกประสงค์ด้วยชุดเบาะ ULTRA Seats (ULTR) แยกพับได้แบบ 60:40 ปรับเปลี่ยนได้ 4 โหมด ประกอบด้วย (1) Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง (2) Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว (3) Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง และ (4) Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง เพื่อเพิ่มพื้นที่ผ่อนคลาย

●   City Hatchback e:HEV ใช้ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive (i-MMD) ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว จัวแรกทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ตัวที่ 2 ทำหน้าที่หมุนล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องแบบไฟฟ้า หรือ E-CVT เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิด ลิเธียม-ไอออน กำลังสูงสุด 109 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 25.8 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 86 กรัม/กม. และรองรับการใช้งาน E20

●   ชุดระบบความปลอดภัย Honda SENSING มีระบบ Auto High-Beam ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Collision Mitigation Braking System เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค, ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทาง และระบบ Lane Keeping Assist System ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง

●   ชุดระบบอำนวยความสะดวกมีระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะ
เปลี่ยนเลน, ระบบ Multi-angle Rearview Camera ใช้กล้องแสดงภาพด้านหลังแบบปรับมุมมอง 3 ระดับ, เบรคมือไฟฟ้า Electric Parking Brake, ฟังค์ชั่น Auto Brake Hold, ระบบ Walk Away Auto Lock ล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ และฟังค์ชั่น Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท

ราคาจำหน่ายและข้อเสนอพิเศษ

●   ฮอนด้าเปิดราคาจำหน่าย City Hatchback e:HEV เริ่มต้นที่ 849,000 บาท สีภายนอกเลือกได้ 6 สีระหว่าง น้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic (สีใหม่เฉพาะรุ่น), แดง Ignite Red Metallic, ขาว Platinum White Pearl (เพิ่ม 10,000 บาท), ดำ Crystal Black Pearl (เพิ่ม 6,000 บาท), เทา Sonic Gray Pearl (เพิ่ม 6,000 บาท) หรือเทา Meteoroid Gray Metallic

●   ข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ย 2.99% และฟรีประกันภัย 1 ปี พิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2564 รับฟรีหูฟัง Skullcandy True Wireless Earbuds รุ่น Sesh Evo สี Deep Red มูลค่า 3,590 บาท

●   ฮอนด้ารับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี, รับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, โปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถ Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพรถอีก 2 ปี หรือระยะทาง 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุด รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

●   เสริมด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง Honda 24hr Roadside Assistance ปิดท้ายด้วยฟรีค่าแรงในการเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

●   ใครอยากได้อะไรเฉพาะตัวยิ่งขึ้น ฮอนด้ายังมีชุดแต่ง Modulo ประกอบด้วย ชุดป้องกันรอยบริเวณที่เปิดประตู ราคา 1,100 บาท, ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง ราคา 5,500 บาท, คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท, คิ้วบันไดสแตนเลส LED ราคา 4,400 บาท, แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ ราคา 900 บาท และกล้องวิดีโอติดรถยนต์ ราคา 3,850 บาท

●   หรือเลือกแพ็คเกจชุดแต่งรอบคันได้อีก 2 แพ็คเกจ ได้แก่ (1) Modulo Aero Sport Package ราคา 21,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าแบบ 2 ชิ้น, สเกิร์ตข้าง/สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง และ (2) Modulo Aero Package ราคา 16,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้าแบบ 2 ชิ้น และสเกิร์ตข้าง/สเกิร์ตหลังแบบ 2 ชิ้น

●   ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่ hondaaccess.co.th

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777   ●

2021 Honda City Hatchback e:HEV

Hyundai Smart Deal