August 16, 2021
Motortrivia Team (8026 articles)

Honda ประกาศปรับไลน์อัพ Accord ใหม่ในประเทศไทย

motortrivia

●   ฮอนด้าปรับไลน์อัพ Honda Accord ในประเทศไทยใหม่ เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน เติมเทคโนโลยีความปลอดภัย Honda SENSING เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เพิ่มความสะดวกด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสาร Honda CONNECT และเปลี่ยนชื่อรุ่นไฮบริดเป็นรุ่น e:HEV

●   Accord ใหม่ MY2021 ทุกรุ่นใช้กระจังหน้าแบบโครเมียม เชื่อมต่อกับไฟหน้าและไฟ DRL LED สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED, ไฟท้ายแบบ LED, ท่อไอเสียคู่พร้อมปลอกท่อไอเสียสเตนเลส (รุ่น EL) ส่วนรุ่นไฮบริด e:HEV จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยตราสัญลักษณ์ H Mark แบบกรอบสีฟ้า พร้อมตราสัญลักษณ์ e:HEV ที่ด้านท้าย

●   รุ่น EL มากับล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ในขณะที่รุ่น e:HEV จะขยายขนาดเป็น 18 นิ้ว และมีสปอยเลอร์หลังเฉพาะรุ่น ปิดท้ายด้วยรุ่นย่อย e:HEV TECH เพิ่มความหรูด้วยซันรูฟไฟฟ้าพร้อมระบบ One-Touch

●   ในเบื้องต้น Accord ทุกรุ่นย่อยจะมากับระบบความปลอดภัย Honda SENSING ซึ่งประกอบด้วย ระบบ Auto High-Beam ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Collision Mitigation Braking System เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค, ระบบ Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ, ระบบ Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning เตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน และระบบ Lane Keeping Assist System ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน

●   รุ่นย่อยไฮบริด e:HEV TECH เพิ่มฟังก์ชั่น Multi-view Camera System กล้องมองภาพรอบทิศทาง, ระบบ Cross Traffic Monitor ช่วยเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย และระบบ Honda Smart Parking Assist System ช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรคขณะฉุกเฉิน

●   อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ มี เบรคมือไฟฟ้า Electric Parking Brake, ระบบ Auto Brake Hold, ระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ระบบ Driver Attention Monitor ช่วยเตือนในกรณีที่ผู้ขับอาจมีการเหนื่อยล้าขณะขับ และระบบ Walk Away Auto Lock ล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ

●   ห้องโดยสารมากับมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว, จอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนฝั่ง iOS ด้วย Apple CarPlay, ระบบสั่งการด้วยเสียงผ่าน SIRI, เบาะหนังสีน้ำตาลและสีดำ, เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง, ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งผู้ขับพร้อมฟังก์ชั่นเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น-ลงรถ (Memory Seat with Easy Entry/Exit), ชุดตกแต่งลายไม้, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone ปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย/ขวา

●   นอกจากนี้ยังมีระบบฟอกอากาศเทคโนโลยี Plasmacluster ให้เฉพาะรุ่น e:HEV EL+ และ e:HEV TECH และจอ Head-up Display เฉพาะรุ่น e:HEV TECH

●   รุ่น EL มากับอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ จุดชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless Charger, กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ Auto Dimming Rearview Mirror, ม่านบังแดดกระจกข้างด้านหลัง Rear Door Window Sunshades, พอร์ท USB ด้านหลัง 2 ตำแหน่ง และเทคโนโลยี Honda CONNECT ทำงานผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

●   รุ่น EL ใช้งานเครื่องยนต์แบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราทดแปรผันต่อเนื่อง กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 24.7 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 16.4 กม./ลิตร รองรับการใช้งานน้ำมันเชื้อเพลิง E85

●   รุ่น e:HEV ใช้ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Sport Hybrid Intelligent Multi-Mode Drive หรือ i-MMD เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 16 วาล์ว จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว แยกเป็นมอเตอร์ผลิตกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่หมุนล้อ (Motor Drive) ส่งกำลังด้วยเกียร์ไฟฟ้า E-CVT เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไอออน กำลังสูงสุด 215 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 32 กก.-ม. อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 24.4 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 97 กรัม/กม.

●   โหมดในการขับเลือกได้ 3 โหมดระหว่าง EV Drive Mode, Hybrid Drive Mode และ Engine Drive Mode เสริมด้วยโหมดการขับแบบสปอร์ต (Sport Mode) โดยสามารถใช้งานได้อย่างง่ายๆ เพียงกดปุ่ม SPORT ที่อยู่บริเวณด้านล่างของคันเกียร์ โดยสัญลักษณ์ SPORT จะแสดงขึ้นบนมาตรวัดในขณะที่ใช้ระบบ หรือเลือกใช้ระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง ระบบจะปรับการทำงานของเครื่องยนต์และระบบเกียร์ให้สัมพันธ์กัน พร้อมปรับการทำงานของระบบปรับอากาศและการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม เพื่อช่วยให้เครื่องยนต์ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ราคาและโปรโมชั่นพิเศษ

●   ทุกรุ่นเลือกสีภายนอกได้ 4 สี ประกอบด้วย สีเทา Meteoroid Gray Metallic (สีใหม่), ขาว Platinum White Pearl หรือดำ Crystal Black Pearl ซึ่งทั้ง 3 สีนี้จะมากับห้องโดยสารสีน้ำตาล ส่วนสีเงิน Lunar Silver Metallic จะมากับห้องโดยสารสีดำ

  • Accord e:HEV TECH ราคา 1,799,000 บาท
  • Accord e:HEV EL+ ราคา 1,639,000 บาท
  • Accord EL ราคา 1,499,000 บาท

●   ด้านบริการหลังการขาย ฮอนด้าจะมีแพคเกจค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในระยะเวลา 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร* รวมเริ่มต้น 23,196 บาท* ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร* (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) พร้อมโปรแกรมการให้บริการพิเศษด้านคุณภาพรถยนต์ Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพรถใหม่ โดยเพิ่มระยะเวลาอีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร ต่อจากระยะเวลาหรือระยะทางการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรแรกสิ้นสุดลง รวมสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง Honda 24hr Roadside Assistance ส่วนรุ่น e:HEV รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

●   ข้อเสนอพิเศษ จองและรับรถตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2564 ดอกเบี้ย 0.99% สำหรับรุ่น e:HEV EL+ และ รุ่น e:HEV TECH หรือดอกเบี้ย 1.99% สำหรับรุ่น EL ทุกรุ่นมาพร้อม ฟรีประกันภัย 1 ปี

●   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแชทกับที่ปรึกษาการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th ติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/accord    ●

Honda Accord EL

Honda Accord e:HEV

2021 Honda Accord (Thailand)

Hyundai Smart Deal