August 21, 2021
Motortrivia Team (8132 articles)

Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT ปรับโฉมครั้งใหญ่พร้อมใส่อุปกรณ์เพิ่ม

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   นิสสัน กระตุ้นตลาดในกลุ่มเอสยูวี ด้วยการเปิดตัว เทอร์ร่า รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ ภายนอกเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่หมดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พลิกโฉมห้องโดยสารด้วยการเปลี่ยนแผงคอนโซลทั้งชุดรวมถึงคอนโซลเกียร์ เบาะนั่งชุดใหม่ดูหรูหราทันสมัยยิ่งขึ้น อัดแน่นด้วยอุปกรณ์มาตรฐานเพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัย พร้อมปรับปรุงรายละเอียดปลีกย่อย ยกระดับคุณภาพการขับให้ดียิ่งขึ้น เครื่องยนต์ไม่เปลี่ยนแปลง ดีเซล 4 สูบ เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์ 2.3 ลิตร 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ

●   ทีมงานมอเตอร์ทริเวียลองขับรุ่นสูงสุด VL 4WD 7AT ราคา 1.499 ล้านบาท ทำตลาดพร้อมอีก 2 รุ่นย่อย 2.3 E 2WD 7AT 1.199 ล้านบาท และ 2.3 VL 2WD 7AT 1.449 ล้านบาท

ภายนอกเปลี่ยนใหม่เกือบทุกจุด

●   ไม่แปลกใจที่รูปลักษณ์โดยรวมของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ จะดูทันสมัยขึ้น เพราะมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนใหม่เกือบทั้งหมด ด้านหน้าและแก้มข้างเปลี่ยนใหม่ยกชุด เน้นความแกร่งและหรูหราด้วยการเพิ่มพื้นที่โครเมียมมากกว่ารุ่นเดิม 3.5 เท่า แต่ที่สวยและได้ใช้จริงจังคือ การเปลี่ยนโคมไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมระบบส่องสว่างแบบ Quad LED ข้างละ 4 ดวง ทรงโคมไฟเพรียวบางลง แต่การส่องสว่างเพิ่มขึ้น 34 เปอร์เซ็นต์ มาพร้อม DRL ทรงเพรียวรับกับตัวโคม ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับระดับความสูงไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบ Follow Me Home ไฟตัดหมอกก็เปลี่ยนเป็น LED เช่นกัน ให้แสงสีขาวดูทันสมัย น่าเสียดายที่ไม่ได้ลองขับกลางคืนเพราะเวลาจำกัด

●   ด้านข้างเปลี่ยนล้อแม็กลายใหม่ทันสมัยขึ้นพร้อมยาง 255/60 R18 เปลี่ยนราวหลังคาเป็นสีเงิน และเปลี่ยนเสาอากาศจากแบบแท่งเป็นครีบฉลาม ด้านท้ายสวยขึ้นผิดหูผิดตาด้วยการเปลี่ยนหลายชิ้นส่วนเช่น สปอยเลอร์บนหลังคาทรงใหม่ ชุดไฟท้ายใหม่แบบ LED Light Guide เส้นคู่ พร้อมไฟเบรก LED เพิ่มความยาวของตัวโคมส่วนที่ติดตั้งกับฝาท้าย เชื่อมโยงโคมทั้งสองฝั่งด้วยคิ้วโครเมียมขนาดใหญ่ พร้อมกันชนท้ายทรงใหม่สีทูโทน

●   ภายนอกโดยรวมของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ดูสวยทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจน น่าขับมากขึ้นและไม่น่าจะตกยุคง่ายๆ นับว่าคุ้มค่ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มิติตัวรถมีความยาว 4,890 มิลลิเมตร กว้าง 1,865 มิลลิเมตร สูง 1,865 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 225 มิลลิเมตร

ภายในเปลี่ยนแผงคอนโซลใหม่ทันสมัยยิ่งขึ้น

●   ห้องโดยสารเป็นอีกจุดที่สวยทันสมัยขึ้นแบบพลิกโฉม ด้วยการเปลี่ยนแผงคอนโซลใหม่ทั้งชุด รวมไปถึงคอนโซลเกียร์ และปรับแผงประตูให้รับกัน เปลี่ยนเบาะนั่งใหม่ยกชุด ปรับให้นุ่มขึ้นพร้อมวัสดุหุ้มที่ดูหรูหรากว่าเดิม เพิ่มเติมวัสดุที่ให้สัมผัสอ่อนนุ่มในจุดที่สัมผัสกับร่างกายบ่อยๆ เช่น ช่วงกลางแผงคอนโซล, ที่เท้าแขนบนแผงประตู และที่เท้าแขนกลางเบาะคู่หน้า รวมถึงบริเวณด้านข้างของคอนโซลเกียร์ พวงมาลัยก็เปลี่ยนใหม่เป็นทรงสปอร์ตขอบล่างปาดตรง ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของห้องโดยสารดูดีกว่ารุ่นเดิมแบบคนละเรื่อง

●   เพิ่มความกว้างของหน้าจอเอนกประสงค์ในชุดมาตรวัดจากเดิม 5 นิ้ว เป็น 7 นิ้ว นิสสันระบุว่าใหญ่ที่สุดในรถระดับเดียวกัน รองรับภาษาไทย และควบคุมผ่านปุ่มบนพวงมาลัยฝั่งขวา หน้าจอนี้แสดงข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถได้หลายหลาย รวมทั้งเป็นศูนย์กลางการปรับตั้งระบบต่างๆ ของรถด้วย

●   อีกหนึ่งไฮไลต์ภายในห้องโดยสารคือ หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว ความละเอียดระดับ WXGA 1024 x 768 ติดตั้งที่คอนโซลกลาง ชอบใจความคมชัดของจอภาพและการตอบสนองที่ฉับไว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สายผ่านสัญญาณ WiFi และไม่ต้องกลัวว่าจะใช้งานสมาร์ทโฟนจนแบตหมด เพราะมีแท่นชาร์จไร้สายมาให้ด้วย ลองใช้งานแล้วชอบใจเพราะไม่ต้องมีสายรุงรัง สมาร์ทโฟนที่ใส่เคสไม่หนามากก็ยังชาร์จได้ไม่มีปัญหา

●   ใส่ความบันเทิงมาให้เต็มรูปแบบด้วยจอขนาด 11 นิ้ว แบบพับได้ติดตั้งบนเพดานสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 มาพร้อม Mi TV Stick เปลี่ยนจอเป็น Andriod TV ดู NetFlix หรือ Youtube ได้ กระหึ่มด้วยระบบเสียง Bose Premium Audio System พร้อมแอมปลิฟายเออร์ 8 ลำโพง ออกแบบโดย Bose สำหรับเทอร์ร่าโดยเฉพาะ ตอบรับชีวิตยุคใหม่ด้วยช่องจ่ายไฟฟ้ามากถึง 5 จุด มีทั้ง USB-A และ USB-C สำหรับที่นั่งทั้ง 3 แถว

●   ระบบเครื่องเสียงชั้นดีจะถูกด้อยค่าลงทันที ถ้าตัวรถไม่มีการเก็บเสียงที่ดี เทอร์ร่าใหม่ ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ด้วยการเพิ่มวัสดุป้องกันเสียงแบบ 3 ชั้นที่ผนังห้องเครื่องฝั่งที่ติดกับห้องโดยสาร และเปลี่ยนกระจกประตูคู่หน้าเป็นแบบ Acoustic Glass เพิ่มจากรุ่นเดิมที่ใช้แค่กระจกบานหน้า ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่าจริงๆ เพราะแค่เริ่มทดลองขับก็รู้สึกแล้วว่าภายในห้องโดยสารค่อนข้างเงียบ ขับความเร็วต่ำแทบไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ และเสียงรอบข้างภายนอกก็ถูกลดทอนลงไปมากเช่นกัน

●   ขึ้นทางด่วนขยับความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์หมุนรอบต่ำแค่ 1,500 รอบต่อนาที ส่งผลให้เสียงเครื่องยนต์ยังค่อนข้างเงียบ เสียงลมปะทะก็มีแค่เพียงแผ่วๆ นับว่าทำได้ดีสำหรับรถทรงสูงหน้าตัดใหญ่ต้านลม ลองขับบนพื้นผิวถนนที่แตกต่างกันด้วยความเร็วตามกฎหมาย เสียงรบกวนจากยางก็อยู่ในระดับที่รับได้ ในส่วนนี้นอกจากการซับเสียงที่ดีแล้ว ยางก็มีส่วนสำคัญ การตัดตอนความสั่นสะเทือนก็ทำได้ดีเช่นกัน ในการขับใช้งานปกติแทบไม่รับรู้ถึงการสั่นของเครื่องยนต์ จึงขับได้อย่างนุ่มนวลผ่อนคลายและไม่เหนื่อยล้าเร็ว ในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ขับวนในเมืองได้เกือบ 200 กิโลเมตร เป็นเอสยูวีพื้นฐานกระบะที่ขับเพลินจริงๆ

ปรับปรุงพวงมาลัยเพิ่มความคล่องตัว

●   อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้นิสสัน เทอร์ร่า เป็นเอสยูวีที่ขับเพลินและผ่อนคลาย คือ การเซตช่วงล่างได้อย่างลงตัว ซับแรงกระแทกได้ดีที่ความเร็วต่ำ-ปานกลาง และหนักแน่นมั่นคงที่ความเร็วสูง เซตความหนืดช๊อคฯ มาพอดีๆ โดดคอสะพานด้วยความเร็ว ไม่มีอาการหน้าสับหรือเด้งขึ้นลงหลายครั้ง ช๊อคฯ ดึงรั้งการยืดยุบของสปริงได้ดี ขับนานๆ ไม่รู้สึกอ่อนเพลียจากการถูกเขย่าหรือกระแทก ด้านหน้าอิสระปีกนกคู่พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลัง 5 ลิงค์ คอยล์สปริง พร้อมเหล็กกันโคลง

●   พวงมาลัยรุ่นเดิมมีเสียงติว่าหนักไปนิด รุ่นใหม่จึงปรับปรุงให้เบาลงเล็กน้อย และลดอัตราทดพวงมาลัยจากเดิม 3.84 เป็น 3.42 องศาการหมุนพวงมาลัยขณะเปลี่ยนเลนลดลง 12 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ควบคุมรถคันใหญ่ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและเบาแรงกว่าเดิม ระบบเบรกปรับปรุงใหม่เป็นดิสก์ 4 ล้อ (ยกเว้นรุ่น E ดรัมเบรกหลัง) ด้านหน้าขนาด 350 มิลลิเมตร (รุ่นเดิม 296 มิลลิเมตร) ด้านหลัง 330 มิลลิเมตร จริงๆ ระบบเบรกของรุ่นเดิมก็ดีพอตัว แต่ในรุ่นใหม่ก็ดียิ่งขึ้นทั้งในด้านการสร้างแรงเบรกที่หนักหน่วง และความรู้สึกในการเหยียบเบรกดีที่ขึ้น มั่นใจขึ้น ทั้งการแตะเบรกเบาๆ เพื่อชลอความเร็ว และกดเบรกหนักๆ ระบบเบรกสร้างแรงเบรกได้สัมพันธ์กับน้ำหนักเท้าที่เหยียบแป้นเบรก และมีแรงเบรกมหาศาล สมน้ำสมเนื้อกับรถคันสูงใหญ่

เครื่องยนต์แรงแบบนุ่มนวล

●   นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ ทุกรุ่นย่อยใช้เครื่องยนต์รุ่นเดียวกันแบบดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบคู่ อินเตอร์คูลเลอร์ ความจุ 2,298 ซีซี 190 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500-2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ

●   ตัวเลขแรงม้าแรงบิดค่อนข้างดุเดือดเมื่อเทียบกับความจุ ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ช่วยรีดสมรรถนะ มีข้อดีคือ ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อใช้งานในเมืองหรือการจราจรติดขัด ขับเดินทางไกลมีกำลังสำรองเหลือเฟือ ถ้าต้องการเพิ่มความเร็วแบบไม่เร่งรีบ ใช้การค่อยๆ กดคันเร่งไล่รอบในเกียร์เดิมก็เพียงพอ ส่วนการเร่งแซงฉุกเฉินด้วยการคิ๊กดาวน์เปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ ไม่ได้รู้สึกว่าอัตราเร่งจะหวือหวามากนัก ไม่กระชาก ดึงไม่หนัก แต่ต่อเนื่อง ลองขับแบบจุ่มคันเร่งให้เกีย์เปลี่ยนเอง รู้สึกว่าก่อนจะเปลี่ยนขึ้นเกียร์สูง มีอาการหน่วงนิดๆ เหมือนมีระบบลดรอบเพื่อให้เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้นและลดความสึกหรอ แต่สอบถามเจ้าหน้าที่ของนิสสันแล้วไม่มีระบบนี้ อัตราสิ้นเปลืองไม่ใช่จุดเด่นของเครื่องยนต์รุ่นนี้ ขับในเมือง 3-4 ชั่วโมง ส่วนมากทางโล่ง ใช้ความเร็วปกติ มีเร็วบ้างแค่ช่วงสั้นๆ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยบนชุดมาตรวัด 14.4 กิโลเมตรต่อลิตร

●   นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รุ่นปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งภายนอกและภายใน ในเชิงเทคนิคเด่นที่ความเงียบและนุ่มนวลของห้องโดยสาร ขับใช้งานปกติแทบไม่มีเสียงรบกวนหรือความสั่นสะเทือน ช่วงล่างปรับเซตมาพอเหมาะลงตัวกับการใช้งานแบบครอบครัว นุ่มแต่ไม่นิ่ม ควบคุมรถคันสูงใหญ่ได้อยู่มือ พวงมาลัยปรับน้ำหนักและอัตราทดใหม่ขับคล่องและสบายขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกภายในก็ว่ากันตามรสนิยม อุปกรณ์มาตรฐานหรือระบบความปลอดภัยต่างๆ ก็ให้มาครบ และทำงานได้สอดคล้องกับการใช้งานจริง เครื่องยนต์อยู่กลางๆ ระหว่างความแรงกับความประหยัด เทียบความคุ้มค่าแล้วเป็นรถอีกรุ่นที่น่าสนใจกับราคารุ่นท๊อป 1.499 ล้านบาท    ●

ขอบคุณ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

Test Drive : 2021 Nissan Terra 2.3 VL 4WD 7AT

GRAND OPENING : 2021 NISSAN TERRA

Hyundai H-1 Elite NS