November 19, 2021
Motortrivia Team (8140 articles)

GMW Haval Jolion Ultra : H6 ย่อส่วน แรง ประหยัด อุปกรณ์ครบ

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

●   รุกหนักอย่างต่อเนื่อง สำหรับค่ายรถแบรนด์จีนน้องใหม่ของตลาดเมืองไทยอย่าง GWM ที่ล่าสุด เปิดตัวเอสยูวีไซส์เล็กรุ่นโจไลออน-Jolion ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด ที่ยกชุดมาจากรุ่นพี่อย่าง H6 ต่างกันที่เครื่องยนต์ไม่มีเทอร์โบ มิติตัวรถเล็กกว่า H6 เพียงเล็กน้อย ภายในกว้างขวางแทบไม่ต่างกัน ใส่อุปกรณ์มาตรฐานมาแบบล้นๆ เหลือแค่ลุ้นราคาวันเปิดตัว 25 พฤศจิกายน 2564 นี้

เอสยูวีไซส์กระชับ

●   รูปลักษณ์ของโจไลออน โดยรวมดูสวยแบบสากลร่วมสมัย ไฟหน้าไฟท้าย Full LED เวลาปลดล็อกไฟหน้ามีลูกเล่นเป็นไฟวิ่งวิบวับ กระจังโครเมียมขนาดใหญ่ Star Matrix แต่ส่วนที่เป็นโครเมียมไม่เยอะเท่า H6 ทำให้ดูสวยกำลังดี ล้อแม็ก 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/55 R18 ชุดไฟท้ายออกแบบสไตล์เดียวกับไฟหน้า ตัวโคมสีแดงล้วนทำให้ดูกลมกลืน แต่ไฟเลี้ยวยังเป็นสีเหลืองตามปกติ

●   มิติตัวรถเมื่อเทียบกับ H6 มีความยาว 4,472 มิลลิเมตร (-181) กว้าง 1,841 มิลลิเมตร (-45) สูง 1,619 มิลลิเมตร (-105) ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร (-38) ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,577/1,597 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 168 มิลลิเมตร ตัวรถเล็กกว่า H6 พอสมควร แต่ฐานล้อต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้โจไลออน เป็นรถที่ขับคล่อง แต่เบาะหลังยังคงกว้างขวางนั่งสบาย

●   ภายนอกโดยรวมถือว่าออกแบบได้ดี ทั้งเส้นสายของตัวถังหลัก และการประดับตกแต่ง วัสดุที่ใช้ก็ดูดีมีคุณภาพ ทำให้ภายนอกโดยรวมดูดีน่าขับ

ภายในล้ำสมัย กว้างขวางเกินตัว

●   ห้องโดยสารแบบ 360 องศา ออกแบบด้วยแนวคิด Future Inteligent Cockpit เน้นความกว้างขวาง สะดวกสบาย ตกแต่งแบบทูโทนตัดด้วยลายเส้นสีโรสโกลด์ที่ดูเหมือนสีทองแดง เข้ากับสีการตกแต่งโดยรวมได้ดี น่าเสียดายที่รุ่นสูงสุดมีเฉพาะสีทูโทน ถ้าอยากได้ภายในดำล้วนต้องเป็นรุ่นย่อยรองลงไป

●   เช่นเดียวกับรุ่นพี่ H6 ห้องโดยสารของโจไลออน ดูดีทั้งการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ และการประกอบ ให้บรรยากาศที่น่าขับ อุปกรณ์มาตรฐานก็แทบจะยกมาจากรุ่นพี่ มาตรวัดฟูลดิจิตอล Multi Information Display ความละเอียดสูง ขนาด 7 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Head-up Display ฉายข้อมูลการขับไปที่กระจกหน้า คอนโซลกลางติดตั้งจอสัมผัส Touch Screen Audio Display ความละเอียดสูง ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay การเล่น MP3 รวมไปถึง JOOX การสัมผัสเพื่อสั่งงานรวดเร็วทันใจ ตอบสนองติดมือ หน้าจอคมชัดใสสว่างโดยเฉพาะเมื่อใช้งานกล้องมองรอบคัน จะเห็นได้ถึงความชัดเจน

●   ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระช้าย-ขวา พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 มีแท่นชาร์จไร้สาย Wireless Charger ที่สามารถวางสมาร์ทโฟนเพื่อซาร์จได้อย่างสะดวกสบาย เกียร์ไฟฟ้าดีไซน์หรู พร้อมสีพิเศษแบบ High-Gloss มีเบรกมือไฟฟ้าและ Auto Brake Hold ยกชุดมาจาก H6 เช่นกัน หลังคาซันรูฟพร้อมม่านบังแดดระบบไฟฟ้ สะดวกสบายด้วยกุญแจ Smart Key และระบบ Push Start

●   เบาะหนังสังเคราะห์ดีไซน์สปอร์ต ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ คู่หน้าปรับทิศทางด้วยไฟฟ้า 6 ทิศทางในฝั่งผู้ขับ พร้อมระบบระบายอากาศ และ 4 ทิศทาง สำหรับผู้โดยสาร เบาะหลังมาพร้อมที่เท้าแขนกลาง ช่องแอร์และช่องจ่ายไฟฟ้าแบบ USB พนักพิงเบาะหลังแยกพับได้ เมื่อพับลงทั้ง 2 ฝั่งจะมีความจุ 1,069 ลิตร ประตูบานท้ายแบบกลไก ไม่ใช่ประตูท้ายไฟฟ้า ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วชอบแบบนี้มากกว่าเพราะเปิดปิดรวดเร็วทันใจ

●   มิติภายนอกที่เล็กกว่า H6 ในทุกมิติ ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ในห้องโดยสารมากนัก ด้วยความที่เป็นรถทรงสูงอยู่แล้ว พื้นที่เหนือศีรษะจึงยังเหลือเฟือสำหรับความสูง 170 เซนติเมตร พื้นที่ระหว่างหัวไหล่ผู้ขับและผู้โดยสารก็ยังกว้าง

●   ที่สำคัญคือ ห้องโดยสารด้านหลังที่มีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ ลองไปนั่งเบาะหลังฝั่งผู้ขับที่มีความสูงระดับ 175 เซนติเมตร ระหว่างหัวเข่ากับด้านหลังของเบาะผู้ขับ ยังเหลือระยะเกือบฟุต ศีรษะห่างจากเพดานประมาณ 10 เซนติเมตร นั่งได้นานโดยไม่อึดอัด รถคันที่ทดลองขับไม่ได้ติดฟิล์ม แต่นั่งเบาะหลังก็ไม่ร้อนเพราะมีช่องแอร์บริเวณด้านหลังของที่เท้าแขนกลางเบาะหน้า

●   ที่เก็บของด้านหลังมีความจุอยู่ในระดับกลางๆ ตามขนาดของตัวรถ ไม่มากไม่น้อย ถ้าสัมภาระเยอะและนั่งเต็มความจุ พับพนักพิงเบาะหลังไม่ได้ ก็ต้องอาศัยการจัดวางที่ดี การเก็บเสียงทำได้ดีทั้งเสียงลมปะทะและเสียงยาง โดยเสียงจะเริ่มดังขึ้นตามลำดับเมื่อความเร็วเกิน 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ส่วนเสียงเครื่องยนต์ก็ค่อนข้างเงียบถ้าขับด้วยรอบปกติ ช่วงลองอัตราเร่งจุ่มคันเร่งลากรอบสูงก็มีเสียงดังบ้าง โดยรวมเป็นรถที่ขับเองก็คล่องแคล่วไม่ใหญ่เทอะทะ นั่งเบาะหลังก็กว้างสบายไม่อึดอัด

ยกชุดขับเคลื่อนจาก H6 แค่ไม่มีเทอร์โบ

●   ตอนขับฮาวาล H6 ก็เพลิดเพลินกับพละกำลังของเครื่องยนต์จนลืมเรื่องความประหยัดไปเลย สำหรับโจไลออน ใช้เครื่องยนต์ มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ไฮบริด แบบเดียวกับ H6 ต่างกันที่เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ไม่มีเทอร์โบ 95 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 125 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400-5,200 รอบต่อนาที ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลัง 156 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตัน-เมตร กำลังขับเคลื่อนรวมทั้งระบบ 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 375 นิวตันเมตร เมื่อวางในตัวรถที่เล็กกว่าก็น่าจะขับสนุกไม่แพ้กัน

●   ช่วงขับทดสอบอัตราเร่งในสนาม รู้สึกถึงแรงดึงที่ทันใจและต่อเนื่อง บางคนที่กดคันเร่งหนักๆ มีเสียงล้อฟรีให้ได้ยิน ออกมายืนดูนอกรถ เห็นรถพุ่งออกตัวหน้าเชิดท้ายยุบ เร่งได้พรวดพราดทันใจ พอได้ลองขับเองมุ่งหน้าเขาใหญ่ ก็รู้สึกได้ว่ารถเร่งได้ทันใจจริงๆ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำ-ปานกลาง แม้จะแต่ต้องลากรอบสูงช่วยบ้างแต่ก็ยังเร่งได้ทันใจ

●   ถ้าไม่ใช่สายโหดจริงๆ คงไม่บ่นว่าอืด ส่วนสายชิลอย่างผมขับลัดเลาะไปตามสภาพการจราจรได้อย่างสบาย ไม่ต้องรีดเค้นเครื่องยนต์ จังหวะที่ต้องแซงอย่างรวดเร็วก็ทำได้อย่างปลอดภัย ขับไปกินมื้อกลางวันที่เขาใหญ่ ส่วนขากลับเป็นหน้าที่ของเพื่อนอีก 2 คน ขับเร็วบ้างช้าบาง ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 14.9 กิโลเมตรต่อลิตร ดีกว่าที่เดาๆ กันไว้

●   เพื่อนลองวัดอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในโหมด Sport ได้ประมาณ 10 วินาที ส่วนโหมด Normal ประมาณ 11 วินาที ความเร็วสูงสุดล็อกไว้แถวๆ 158 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ช่วงล่างเอาใจวัยรุ่น

●   โจไลออน ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังทอร์ชั่นบีม เซตมาหนืดๆ ไม่ยวบยาบ บวกกับไซส์ตัวรถที่ไม่ใหญ่มาก ทำให้การขับมีความกระชับคล่องแคล่วกระฉับกระเฉง ตอนทดลองขับสลาลมและเปลี่ยนเลนกระทันหันในสนาม ใส่กันจนยางร้องโหยหวลก็ยังเอาอยู่ แม้จะดูจากข้างนอกว่าตัวรถเอียงมาก แต่นั่งแล้วไม่เหวี่ยงรุนแรง ที่นั่งด้านหลังไม่โคลง

●   ส่วนการขับบนถนนจริงมีความนุ่มนวลขับสบายไม่เหนื่อย และหนึบแน่นในระดับที่พอเหมาะ ไม่แข็งกระด้างจนกระแทกหรือสะเทือนเกินไป การดูดซับแรงสั่นสะเทือนก็ทำได้ดี การยึดเกาะถนนที่ความเร็วสูง ลองแล้วในช่วงวัดอัตราเร่ง แช่อยู่ที่ความเร็วสูงระดับ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่นาน นั่งเบาะหลังไม่รู้สึกว่ารถส่ายเลื้อยหรือเริ่มไม่เกาถะถนน ยังคงไปแบบนิ่งๆ

●   พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้าให้ความสมูธในการหมุนพวงมาลัย ส่วนการตอบสนองอยู่ในระดับปานกลาง ไม่ถึงกับเฉียบคมแต่ก็ไม่เฉื่อยชา ระบบเบรกดิสก์ 4 ล้อ ให้แรงเบรกสมน้ำสมเนื้อกับความแรง ควบคุมแรงเบรกได้ง่ายตั้งแต่ครั้งแรกที่ขับ

ระบบความปลอดภัยครบถ้วน

●   ระบบความปลอดภัยให้มาเพียบตามโบรชัวร์ บางระบบใช้งานได้ดี ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยได้จริง อย่างระบบที่ลองใช้งานในสนามปิด เช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำ มีระบบเบรกและเคลื่อนตัวตามคันหน้าได้ ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อขับท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด และช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้ด้วย แต่บางระบบก็ต้องขอปิดไว้ก่อน เพราะเตือนบ่อยเกินไป หรือขยันทำงานมากเกินไปจนรบกวนการขับ เช่น ระบบรักษารถให้อยู่ในเลนและอยู่กลางเลน ยังดีที่สามารถปิดระบบที่ไม่ต้องการได้ง่ายๆ ด้วยการจิ้มหน้าจอที่คอนโซลกลางแค่ไม่กี่ครั้ง

●   หลังจากทดลองขับแล้วนับว่าโจไลออน เป็นรถที่น่าสนใจอีกหนึ่งรุ่น หน้าตาดี วัสดุดี การประกอบดี มี 3 รุ่นย่อย Tech, Pro และ Ultra อุปกรณ์มาตรฐานก็ลดหลั่นกันลงไป เหลือแค่ราคาเท่านั้นที่จะตัดสินว่ารถรุ่นนี้คุ้มค่าหรือไม่ หรือรุ่นย่อยไหนน่าใช้ที่สุด ดูจากราคาของรุ่นพี่ H6 ที่ตั้งไว้ ล้านต้นๆ กับล้านนิดในรุ่นท๊อป ถ้าคิดว่าน่าจะมีช่องว่างของราคาอย่างน้อยๆ 1.5 แสน โจไลออนรุ่นสูงสุดก็ไม่ควรทะลุ 1 ล้านบาท แต่ก็ยังหวั่นใจเพราะให้ของมาเยอะจริงๆ     ●

Group Test : 2021 Haval Jolion Ultra

Hyundai H-1 Elite NS