March 10, 2022
Motortrivia Team (10352 articles)

Audi RS Driving Experience 2022 ลองของแรง 3 รุ่น 3 สไตล์

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   ระหว่าง วันที่ 7-10 มีนาคม 2565 บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย จัดกิจกรรม Audi RS Driving Experience ทดลองขับอาวดี้ตระกูล RS ครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าตระกูล RS และสื่อมวลชนสายยานยนต์ได้สัมผัสสมรรถนะของยนตรกรรมตระกูล RS เพิ่มทักษะการควบคุมรถและการขับอย่างปลอดภัย ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์

●   นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด หรือ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “กิจกรรม Audi RS Driving Experience แบบครบทั้งไลน์อัพจัดขึ้นเป็นพิเศษครั้งแรกในประเทศไทยบนสนามแข่ง เพื่อให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้เข้าถึงประสิทธิภาพและสมรรถนะของยนตรกรรม RS ซึ่งเป็นรถในตระกูล High performance อย่างแท้จริงครบทุกรุ่น พร้อมเรียนรู้ประสบการณ์และเทคนิคในการขับจาก Certified Instructor กับโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าเข้าใจรถมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทดลองขับแบบสลาลม การควบคุมพวงมาลัย การเบรก การเข้าโค้ง และการควบคุมรถ อันเป็นการเสริมสร้างทักษะการขับให้ปลอดภัยในสถานการณ์ต่างๆ และเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ในตระกูล RS อย่างมั่นใจ”

●   “Born on the track, Built for the road.” คือแนวคิดหลักในการพัฒนายนตรกรรม RS โมเดลทุกรุ่น ที่สะท้อนการถ่ายทอดเทคโนโลยี แรงบันดาลใจและประสบการณ์ความสำเร็จบนสนามแข่ง ซึ่งอาวดี้สามารถคว้าชัยรายการแข่งขันรถยนต์ระดับโลกมานับครั้งไม่ถ้วน สู่การพัฒนาสุดยอดยนตรกรรมให้มีความล้ำหน้าและสมบูรณ์แบบตอบโจทย์ทุกมิติ ซึ่งเบื้องหลังความสำเร็จการทำงานอย่างไม่หยุดยั้งของทีมวิศวกร Audi Sport GmbH ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด และทำการทดสอบอย่างเข้มข้น Audi ทุกรุ่น จึงมีความลงตัวและสมบูรณ์แบบที่สุด   

●   สำหรับยนตรกรรมตระกูล RS ของ Audi ได้ถือกำเนิดขึ้นด้วยความภาคภูมิแห่งศักดิ์ศรีและความโดดเด่นจากรถยนต์จากสนามแข่งมามากกว่า 27 ปี เริ่มจากความสำเร็จที่โด่งดังไปทั่วโลกของ RS 2 Avant ในปี 1994 แสดงให้เห็นถึงปรัชญาอันมุ่งมั่นในเรื่องสมรรถนะของเครื่องยนต์อันทรงพลัง การมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และที่สำคัญสามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ

●   ในประเทศไทย อาวดี้ ประเทศไทย ได้นำยนตรกรรมรุ่น RS มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อปี 2019 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชอบความเร็ว และยนตรกรรมสมรรถนะสูง โดยรถยนต์ตระกูล RS ทุกรุ่นได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างล้นหลามและบอกต่อ โดยความโดดเด่นที่มีการพูดถึงเสมอ คือ ความเป็น Super Car ในราคาจับต้องได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบความเร็ว แรงม้า และอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มาในแต่ละรุ่น ถือว่าคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งไว้ ลูกค้าที่ซื้อไปขับก็ประทับใจในสมรรถนะอันเยี่ยมยอดทรงพลังขับสนุก สัมผัสได้ถึง DNA แห่ง Racing Sport

●   ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม 1 วัน ทีมงานมอเตอร์ทริเวียได้ทดสอบ ATK เพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตัวเองแล้วผลเป็นลบ วันงานทางทีมอาวดี้ก็ตรวจซ้ำอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เมื่อผลตรวจเป็นลบจึงสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ รถที่มีให้ทดลองขับเป็นตระกูล RS ทั้งหมด ประกอบด้วย TT RS Coupé, RS Q3 Sportback quattro, RS 4 Avant quattro, RS 5 Coupé quattro, RS 6 Avant quattro และล่าสุดกับ Plug-in Hybrid TFSI e ครบทั้ง Q8 60 TFSI e quattro และ Q7 60 TFSI e quattro เริ่มขับคันแรกด้วยวิธีจับฉลาก และเมื่อต้องสลับรถก็ใช้วิธีขยับไปขับรถคันที่อยู่ข้างหน้า

RS Q3 Sportback quattro

●   ทีมงานมอเตอร์ทริเวียโชคดี จับฉลากได้รถรุ่นที่ชอบพอดีคือ RS Q3 Sportback quattro ราคา 4,850,000 บาท ชอบที่คันไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป ยกสูงนิดๆ ขึ้นลงสะดวก ทัศนวิสัยดี ขับไปได้ทุกทีไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพถนนมากนัก มีความยาว 4,507 มิลลิเมตร กว้างรวมกระจกมองข้าง 2,024 มิลลิเมตร สูง 1,557 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,590/1,583 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,680 มิลลิเมตร ล้อ 8.5×21 นิ้ว พร้อมยาง 255/35 R21

●   เครื่องยนต์เบนซิน TFSI ไดเร็คอินเจ็คชั่น 5 สูบ 2,480 ซีซี DOHC 20 วาล์ว เทอร์โบ กำลังสูงสุด 400 แรงม้า ที่ 5,850-7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตัน-เมตร ที่ 1,950-5,850 รอบต่อนาที ขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ S Tronic 7 จังหวะ เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถังน้ำมันจุ 63 ลิตร

●   รอบแรกขับดูสนาม บางช่วงถ้าใช้ความเร็วสูงได้ Instructor ก็จะบอก เริ่มต้นด้วยอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางให้เร่งไกลพอควร กว่าจะถึงจุดที่ต้องผ่อนคันเร่งความเร็วก็ไหลไปถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงหรือมากกว่านั้น ผ่านจุดผ่อนคันเร่งไปแล้ว เติมคันเร่งเบาๆ ได้ต่อ เข้าสู่โค้งขวา ต่อเนื่องด้วย Lane Change ขวา-ซ้าย เพื่อให้ชลอความเร็วก่อนเข้าโค้งขวาหักศอก จอดรอสัญญาณเพื่อเข้าสลาลอมที่วางไพลอนไว้ค่อนข้างกว้าง ทำความเร็วได้สูง จากนั้นต่อเนื่องด้วยการทดสอบ Handling หรือการบังคับควบคุมรถ เป็นแนวเซอร์กิตย่อมๆ มีโค้งขวากว้าง ตามด้วย Lane Change ขวา-ซ้าย และโค้งซ้ายต่อเนื่อง 2 โค้ง แล้วไปจอดรถเพื่อทำ Moose Test หักหลบฉุกเฉินโดยไม่เบรก จากนั้นวนไปต่อแถวเพื่อขับอีก 1 รอบแล้วจึงสลับรถ

●   เห็นตัวเลขแรงม้าแรงบิด ก็คงพอจะเดาได้ว่าอัตราเร่งของ RS Q3 quattro จะทันใจขนาดไหน เรียกได้ว่าถึงกับต้องยกคันเร่งก่อนถึงจุดเบรกด้วยซ้ำ ช่วงออกตัวจากจุดหยุดนิ่งแล้วกดคันเร่งสุด จะมีอาการรอนิดๆ ไม่ใช่เพราะเทอร์โบแลค แต่เพราะคันเร่งไฟฟ้าจะค่อยๆ เปิดให้ตามความเหมาะสมเพื่อเซฟเครื่องยนต์และเกียร์ เมื่อพ้นช่วง 1 วินาทีแรกที่กดคันเร่งสุดไปแล้ว ความสนุกจะมาเยือน ทั้งอัตราเร่งที่ดึงกระชากอย่างแรง แต่มั่นคงควบคุมง่ายไม่มีปัดเป๋ กับเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียที่คำรามดุดันเร้าใจ

●   แอบผ่อนคันเร่งก่อนถึงจุดที่กำหนดเล็กน้อย เพื่อเตรียมความเร็วให้เหมาะสมกับโค้งขวา ตัวรถที่ยกสูงไม่มีอาการโยนตัวเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินปกติไปเล็กน้อย ช่วง Lane Change รู้สึกว่ารถมีความหนึบแน่น ช่วงล่างกระชับ พวงมาลัยแม่นและปรับน้ำหนักมากำลังเหมาะ ทำให้ควบคุมรถได้ง่ายและเบาแรง ตัวรถไม่เหวี่ยงโยน ถึงช่วงสลาลมจึงใช้ความเร็วสูงขึ้นอีกนิด รถพริ้วไปตามช่องว่างได้อย่างง่ายดาย

●   ในช่วง Handling แทบไม่รู้สึกเลยว่ากำลังขับรถทรงสูง เพราะตัวรถแทบไม่โคลงหรือโยนแม้จะเข้าโค้งหนักๆ แต่ยังไม่ถึงกับเอี๊ยดอ๊าด ไปเท่าที่ผู้ขับจะมีความสามารถในการควบคุมรถได้ ช่วงขับช้าๆ ก็รู้สึกว่าช่วงล่างไม่ได้กระด้างหรือสะเทือนจนเกินไป ขับใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย ปิดท้ายด้วยการหักหลบฉุกเฉิน รถไปได้ตามที่สั่งผ่านพวงมาลัย ไม่มีขาดไม่มีเกิน เป็นรถแรงที่ขับง่าย ไม่ต้องใช้ฝีมือในการควบคุมมากนัก

TT RS Coupé

●   ครบ 2 รอบแล้วสลับไปขับรถคันที่อยู่ข้างหน้า ซึ่งก็คือ  TT RS Coupé ราคา 5,399,000 บาท เป็นรถระดับไอคอนของอาวดี้ ดีตรงที่ใช้เครื่องยนต์เดียวกับ RS Q3 จึงได้เปรียบเทียบความรู้สึกเมื่อเปลี่ยนประเภทของรถจากเอสยูวียกสูงนิดๆ มาเป็นรถคูเป้ทรงสปอร์ต มาพร้อมช่วงล่างแบบสปอร์ตพร้อมระบบ Audi Magnetic Ride และท่อไอเสีย RS Sports Exhaust เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถังน้ำมันจุ 55 ลิตร

●   ตัวรถมีความยาว 4,201 มิลลิเมตร กว้างรวมกระจกมองข้าง 1,966 มิลลิเมตร สูง 1,344 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,564/1,543 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,505 มิลลิเมตร ล้อ 9×20 นิ้ว พร้อมยาง 255/30 R20

●   ขับมาแล้ว 2 รอบเริ่มชินทาง 2 รอบใน TT RS Coupé จึงเต็มไปด้วยความสนุกสนาน รถคันเล็กเตี้ยติดดิน เซตช่วงล่างมาเพื่อรองรับแรงม้าแรงบิดที่สูง ขับสนุกเหนือคำบรรยาย รู้สึกว่ารถกับผู้ขับเป็นหนึ่งเดียวกัน การควบคุมรถว่องไวเฉียบขาดและแม่นยำสุดๆ แต่ก็แลกมาด้วยห้องโดยสารที่เล็ก การเข้า-ออก อาจจะไม่สะดวกนัก และช่วงล่างที่หนึบแน่นค่อนไปทางแข็ง เป็นรถที่เหมาะเอาไว้ขับเล่นสนุกๆ ใช้งานในชีวิตประจำวันก็พอได้ แต่เหนื่อยหน่อย แม้จะใช้เครื่องยนต์เดียวกัน แต่ TT RS Coupé ให้ความรู้สึกในการขับที่แตกต่างจาก RS Q3 อย่างสิ้นเชิง เป็นรถที่เด่นเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว แต่ยังมีความมั่นคง ขับง่าย และไว้ใจได้ เหมาะมากกับการขับในสนามปิดแบบนี้

RS 6 Avant quattro

●   ขับครบ 2 คันตามกำหนดแล้ว ยังมีเวลาเหลือ ทีมงานอาวดี้ จึงให้ขับอีกรุ่นเป็น RS 6 Avant quattro ราคา 10,200,000 บาท เป็นรถสปอร์ตแวกอนที่ทรงสวยสุดๆ แม้จะดูคันใหญ่ไปนิด โดยมีความยาว 4,995 มิลลิเมตร กว้างรวมกระจกมองข้าง 2,120 มิลลิเมตร สูง 1,460 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,668/1,650 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,929 มิลลิเมตร ล้อ 10.5×22 นิ้ว ยาง 285/30 R22

●   ใช้เครื่องยนต์เดียวกับ RS 7 Sportback quattro ที่เพิ่งเปิดตัว ใช้เครื่องยนต์เบนซินไดเร็คอินเจ็คชั่น Mild hybrid (MHEV) วี8 สูบ 32 วาล์ว ความจุ 3,996 ซีซี ทวินเทอร์โบ 600 แรงม้า ที่ 6,000-6,250 รอบต่อนาที แรงบิด 800 นิวตัน-เมตร ที่ 2,050-4,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ Tiptronic 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with sports differential และระบบเลี้ยว 4 ล้อ All-wheel steering ซึ่งช่วยเพิ่มการทรงตัวขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วและลดรัศมีวงเลี้ยวในขณะใช้ความเร็ว เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 3.6 วินาที พร้อม ความเร็วสูงสุด 280 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถังน้ำมันจุ 73 ลิตร

●   ตัวรถแวกอนทรงยาว ไม่ได้ลดทอนความสนุกในการขับลงไปเลย ด้วยเครื่องยนต์ที่ขยับพิกัดแรงขึ้น กับระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้ขับรถรุ่นนี้ได้พริ้วสนุก แม้ความเป็นหนึ่งเดียวกับตัวรถจะไม่เท่า TT แต่ที่ได้กลับมาคือ ความมั่นคงและความนุ่มนวล ด้วยตัวรถที่ค่อนข้างใหญ่และฐานล้อยาว ทำให้มีการยึดเกาะถนนที่ดีเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเซตช่วงล่างแข็งมาก รวมทั้งเป็นสไตล์รถครอบครัวที่เน้นการโดยสารด้วย ช่วงสลาลอมรู้สึกได้ว่าตัวรถไปด้วยกันทั้งคัน ส่วนท้ายที่ยาวออกไปไม่ได้เป็นตัวถ่วงของความคล่องตัวเลย ยังคงเปลี่ยนเลนฉุกเฉินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว พวงมาลัยหนึบแน่นมั่นคง ส่วนเครื่องยนต์นั้นหายห่วงเรื่องความแรง ไม่มีจังหวะไหนเลยที่รู้สึกว่าไม่ทันใจ

ต่างสไตล์แต่แรงสะใจเหมือนกัน

●   หลังจากได้ทดลองขับอาวดี้ RS ในตัวรถที่แตกต่างกัน 3 แบบ คอมแพคต์เอสยูวี, สปอร์ตคูเป้ และแวกอนขนาดกลางกึ่งใหญ่ แน่นอนว่าความรู้สึกในการขับย่อมแตกต่างกัน จะฟันธงว่าแบบไหนดีกว่ากันคงไม่ได้ เพราะขึ้นอยู่กับรสนิยมและความคาดหวังของแต่ละคนว่าอยากได้รถไปใช้งานแนวไหน ขับได้ทุกวัน ขับเล่น หรือใช้งานแบบครอบครัว แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ เครื่องยนต์ที่แรงเหมาะสมกับตัวรถแต่ละประเภท อัตราเร่งทันใจเหลือเฟือ พวงมาลัยและช่วงล่างที่ช่วยควบคุมแรงม้าแรงบิดมหาศาลได้อยู่มือ และไม่ต้องใช้ทักษะมากนักถ้าไม่เล่นแรงเกินไป เป็นรถที่ขับสนุกทั้ง 3 รุ่น แต่เป็นความสนุกที่แตกต่างกันในรายละเอียด

●   อาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศเยอรมันทุกรุ่น ลูกค้าที่ซื้อรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection       การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน รถ Plug-in Hybrid TFSI e ใหม่ ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าอาวดี้สามารถมั่นใจกับงานบริการหลังการขาย ซึ่งมีมาตรฐานคุณภาพเดียวกันทุกสาขา โดยในช่วงสถานการณ์โควิดนี้ เปิดบริการในวันจันทร์ถึงวันเสาร์ เวลา 08.00-18.00 น. วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-18.00 น.

●   สนใจโทรนัดหมายได้ที่ Audi Centre Thailand 02-765-8888, Audi New Petchburi 02-023-4888, Audi Pattaya 038-197-888, Audi Phuket 076-646-666, Audi Service Chiang Mai 052-081-188, Audi Service Ratchapruek 02-034-5888 หรือ Audi Udornthani 093-161-5588     ●

Report : Audi RS Driving Experience 2022