June 18, 2022
Motortrivia Team (7928 articles)

เผยเสปค ORA Good Cat GT พร้อมประกาศราคา 29 มิถุนายน 2565

motortrivia

●   หลังปล่อยภาพและข้อมูลบางส่วนไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา วันนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย ก็เผยสเปคของซับคอมแพคท์ไฟฟ้า ORA Good Cat GT แบบครบทุกประการออกมาแล้ว ตัวรถจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาในวันพุธที่ 29 มิถุนายน 2565 เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์ Facebook: GWM Thailand และ Facebook: ORA Thailand หรือ TikTok: GWM Thailand

สเปคอย่างเป็นทางการของ ORA Good Cat GT

●   ORA Good Cat GT มากับสีภายนอกเฉพาะรุ่น เทา Aqua Grey ตกแต่งด้วยลายคาร์บอนไฟเบอร์ตามจุดต่างๆ, สปอยเลอร์หลังคา, ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว, คาลิเปอร์เบรคสีแดง และตราสัญลักษณ์ GT ขนาดตัวรถกว้าง 1,848 มม. ยาว 4,254 มม. สูง 1,596 มม.

●   ห้องโดยสารตกแต่งแบบทูโทนด้วยสีแดง-ดำ อุปกรณ์มาตรฐานมี ชุดจอ Interactive Double Screen มาตรวัดดิจิทัล TFT และจอทัชสกรีนแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนเมนท์ ควบรวมไว้ในกรอบเดียวกัน ขนาดรวม 17.25 นิ้ว รองรับการอัพเดทเฟิร์มแวร์แบบออนไลน์ (FOTA)* พร้อมลำโพง 6 ตัว รองรับคำสั่งเสียงที่ควบคุมด้วย AI และสามารถสั่งงานเปิด-ปิดเครื่องปรับอากาศ, หน้าต่าง, ดูสถานะของรถ และการชาร์จแบตเตอรี่ได้ผ่านแอพฯ GWM บนสมาร์ทโฟน และรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto หรือ Apple CarPlay และยังรองรับการใช้งาน Siri, Google Assistant และแอพฯ ยอดนิยมเช่น JOOX

●   หมายเหตุ : เกรท วอลล์ ระบุว่า การอัพเดทเฟิร์มแวร์นี้ รวมถึงการอัพเดทระบบควบคุมการขับเคลื่อน, ระบบส่งกำลัง, ฟังก์ชั่นต่างๆ ของระบบช่วยขับ รวมถึงระบบอินโฟเทนเมนท์ และระบบควบคุมอื่นๆ ภายในรถ

●   เกียร์ของ Good Cat GT เป็นระบบ Electronic Shifter ช่วยลดขนาดพื้นที่คอนโซลกลาง, เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่ง, เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง, พนักพิงศีรษะปักตราสัญลักษณ์ GT, เข็มขัดนิรภัยสีแดง, ฟังก์ชั่น Welcome Seat ช่วยให้ผู้ขับเข้า-ออกรถได้สะดวก, ระบบเบาะนวดไฟฟ้าและระบบระบายอากาศ, พนักพิงเบาะหลังพับได้แบบ 60:40, หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า, ฟังก์ชั่นประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบแฮนด์ฟรี

●   ต่อด้วยถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, ระบบ Cockpit air filter system พร้อมระบบกรองอากาศ PM2.5 ช่วยเปิดการไหลเวียนของอากาศจากภายนอกจากระยะไกล ช่วยลดปริมาณฝุ่น PM2.5 เมื่อเข้าสู่ห้องโดยสาร

ชุดระบบช่วยขับอัจฉริยะ

●   ชุดระบบช่วยขับแบบอัจฉริยะมี ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และควบคุมการเข้าโค้งแบบอัจฉริยะ Intelligent Turn ใช้กล้องติดรถทำงานร่วมกับชิปควบคุม EyeQ4® ของ Mobileye ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่วงความเร็วเต็มพิกัดที่กำหนดไว้ เมื่อระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันทำงาน กล้องจะตรวจสอบแนวโค้งของถนน และความเร็วจะถูกปรับอัตโนมัติหากจำเป็นต้องลดความเร็วในขณะเข้าโค้งเพื่อความปลอดภัย และเมื่อผ่านโค้งไปแล้ว ตัวรถจะกลับเข้าสู่ความเร็วเดิมที่ตั้งไว้

●   ระบบ Auto emergency breaking + Intersection เบรคฉุกเฉินอัตโนมัติบนทางตรงและทางแยก พร้อมฟังก์ชั่นตรวจจับจักรยานและคนเดินถนนทั้งบนทางตรงและทางแยก, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา ประกอบไปด้วยกล้องรอบคัน 4 ตัว ระบบจะรวมเอามุมมองภาพจากทั้ง 4 กล้องมาสร้างภาพที่มีมุมมอง 360 องศารอบทิศทาง

●   ระบบ Auto Reversing Assistance ช่วยถอยหลังอัตโนมัติที่ความเร็วต่ำกว่า 30 กม./ชม. ตัวระบบจะบันทึกเส้นทางและสามารถถอยหลังกลับได้ในระยะ 50 เมตรโดยอัตโนมัติ และหากเลือกเกียร์ถอย ตัวรถจะสามารถถอยหลังกลับได้เองโดยใช้ข้อมูลสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่ถูกบันทึกไว้ หากระบบตรวจพบสิ่งกีดขวาง, คนเดินถนน หรือรถยนต์ ระบบเบรคอัตโนมัติจะทำงานและช่วยหยุดรถทันที

●   ทั้งนี้ ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ 3 รูปแบบ หรือ Integration Intelligent Parking จะทำงานโดยใช้เซนเซอร์และกล้องในการตรวจสอบวัตถุและเครื่องหมายบริเวณช่องจอดหรือจุดจอดรถ และช่วยจอดทั้งแบบแนวตรง, แนวเฉียง และจอดเทียบฟุทพาธ โดยตัวระบบจะนำรถเข้าจอดด้วยตัวเอง ด้วยการควบคุมพวงมาลัย, เบรค และคันเร่งทั้งหมด

●   ระบบ Wisdom Dodge System ช่วยเลี่ยงการเข้าใกล้รถใหญ่จากด้านข้าง ระบบจะตรวจสอบรถบรรทุกขนาดใหญ่หรือรถที่มีขนาดยาวโดยอัตโนมัติ โดยในระหว่างเร่งแซง ตัว ระบบจะรักษาช่องว่างระหว่างรถตามระยะที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และจะประคองรถให้กลับสู่เลนเดิมโดยอัตโนมัติ

●   ชุดระบบ Intelligent LED Headlamp ช่วยเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติ, ปรับไฟสููง-ต่ำอัตโนมัติ และมีฟังก์ชั่น Welcome light แบบพิเศษ พร้อมฟังก์ชั่นหน่วงเวลาดับไฟหลังจอดรถและดับเครื่อง

ชุดระบบในกลุ่ม ADAS ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

●   นอกจากนี้ ชุดระบบช่วยขับในกลุ่ม ADAS ที่นับเป็น ระบบช่วยขับแบบกึ่งอัตโนมัติในระดับ L2+ ยังมี ระบบ Intelligent Cruise Assist ควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ระบบ Traffic Jam Assist ควบคุมความเร็วอัตโนมัติขณะใช้ความเร็วต่ำ, ระบบ Lane Departure Warning ช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน, ระบบ Land Keeping Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Lane Center Keeping ช่วยควบคุมรถให้อยู่กึ่งกลางเลน และระบบ Emergency Lane Keeping ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลนในภาวะฉุกเฉิน

●   เสริมด้วยระบบ Low Speed Emergency Braking ช่วยเบรคฉุกเฉินที่ความเร็วต่ำ (ส่วนความเร็วขณะถอยจะต้องไม่เกิน 8 กม./ชม.), ระบบ Rear Cross Traffic Alert ช่วยเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวบนทางชัน, ระบบ Tire-pressure monitoring system ตรวจความดันลมยาง และระบบ DFM : Driver Fatigue Monitor ช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับ โดยระบบจะช่วยวิเคราะห์ลักษณะการขับ เช่น มุมบังคับเลี้ยว, การเบรค, การควบคุมไฟส่องสว่าง, ใบปัดน้ำฝน และระยะเวลาในการขับ หากพบว่าผู้ขับมีลักษณะเหนื่อยล้า หรือหลังจากขับรถด้วยความเร็วเกิน 80 กม./ชม. และขับรถมากกว่า 4 ชม. ระบบจะเตือนด้วยภาพและเสียงนาน 20 วินาที ทุกๆ 10 นาที ผู้ขับจะสามารถตั้งค่าใหม่ได้ก็ต่อเมื่อทำการหยุดรถเท่านั้น โดยรถจะทำการแจ้งเตือนและแนะนำให้หยุดพัก

●   ปิดท้ายด้วยระบบความปลอดภัยเชิงแก้ไข หรือ Passive Safety อาทิ ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง โดยในกรณีที่ถุงลมนิรภัยทำงาน สัญญาณเตือนอันตรายจะทำงาน ประตูจะถูกปลดล็อค จากนั้นระบบจะโทรติดต่อศูนย์ช่วยเหลือฉุกเฉิน และสามารถส่งตำแหน่งเพื่อขอความช่วยเหลือได้

ระบบขับเคลื่อน

●   Good Cat GT ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor กำลังสูงสุด 171 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 25.4 กก.-ม. ความเร็วสูงสุด 152 กม./ชม. โหมดในการขับเลือกได้ 5 แบบระหว่าง Normal, Sport, ECO, ECO+ และ Auto สามารถปรับได้เองตามปริมาณแบตเตอรี่ที่คงเหลือ ส่วนระบบชาร์จไฟกลับ หรือ Energy Regeneration เลือกได้ 3 ระดับคือ Low, Standard หรือ High พร้อมระบบตรวจสอบพฤติกรรมการขับเพื่อให้คะแนน และให้คำแนะนำในการขับ

●   แบตเตอรี่แพคชนิด Ternary-Lithium หรือ NMC ความจุ 63.139 กิโลวัทท์-ชม. รองรับการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟกระแสตรง (DC) สูงสุด 60 กิโลวัทท์ และการชาร์จด้วยไฟบ้านแบบ (AC) 6.6กิโลวัทท์ ระยะเวลาในการชาร์จแบบเร็วด้วยไฟ DC จาก 0 – 80% ใช้เวลา 60 นาที หรือแบบ 30 – 80% ใช้เวลา 40 นาที ส่วนการชาร์จแบบธรรมดาด้วยไฟ AC จะใช้เวลาทั้งหมด 10 ชั่วโมง

●   ทั้งนี้ ตัวแบตเตอรี่แพคสามารถใช้งานได้ในอุณหภูมิ -30°C จนถึง 55°C สามารถชาร์จไฟได้ในภายใต้อุณหภูมิ -20°C จนถึง 55°C แบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติในช่วงความกดอากาศ -150 ถึง 5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และภายใต้สภาวะความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ 2 – 98%

●   ด้านการป้องกัน แบตเตอรี่มีความสามารถในการป้องกันมาตรฐาน IPX9K และ IP67 ซึ่งสามารถป้องกันน้ำ, การกัดกร่อน, การชน, อัคคีภัย และการกระแทกได้ โดยเมื่อเกิดการกระแทก ระบบไฟฟ้าจะตัดการทำงานภายใน 0.1 วินาที เพื่อความปลอดภัย โดยเซลล์แบตเตอรี่นั้นจะถูกห่อหุ้มด้วยกล่องที่มีความแข็งแรงแบบ 3 มิติ พร้อมควบคุมอุณหภูมิและมีระบบระบายความร้อน

●   นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “จากกระแสตอบรับที่ดีของผู้บริโภคชาวไทยที่มีมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยินดีอย่างยิ่งที่จะส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษของเจ้าเหมียวไฟฟ้าทรงสปอร์ต ORA Good Cat GT ให้ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการพร้อมกันในวันที่ 29 มิถุนายนนี้ พร้อมตอกย้ำประสบการณ์สุนทรียภาพแห่งการขับขี่ขั้นสุดกับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวที่ปราดเปรียวยิ่งขึ้น พร้อมความพรีเมียมล้ำสมัย (Wild & Elegance) ในเจ้าเหมียวไฟฟ้าดีไซน์สปอร์ตรุ่นนี้ ที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำใครเท่านั้น แต่ยังเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มอบสมรรถนะอย่างเต็มพิกัด และยังพกพาระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มาอย่างเต็มเปี่ยม

●   เกรท วอลล์ มอเตอร์ เชื่อว่า ORA Good Cat GT จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% อีกคันหนึ่งที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทยที่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวในทุกการขับขี่และไลฟ์สไตล์”

●   ใครสนใจรอลุ้นราคาจำหน่ายกันได้ในวันที่ 29 มิถุนายน 2565 นี้ครับ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถรุ่นอื่นๆ ของ GWM ในประเทศไทย เชิญได้ที่ www.gwm.co.th หรือ facebook.com/GWMThai      ●