July 1, 2022
Motortrivia Team (8041 articles)

Nissan Kicks e-POWER (2nd Generation) เพิ่มความแรงและความคุ้มค่า

เรื่อง – ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ คอมแพ็คเอสยูวีรุ่นปี 2022 มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เจเนอเรชั่น 2 (2nd Generation e-POWER) อัพเกรดสมรรถนะมอเตอร์ไฟฟ้า เพิ่มความจุแบตเตอรี่ ลดขนาดและน้ำหนักของชิ้นส่วนระบบไฟฟ้า ปรับปรุงระบบ e-Pedal step ให้ใช้งานง่ายขึ้น คุ้มค่าและทันสมัยด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน ปรับเปลี่ยนดีไซน์ใหม่หลายจุด เพิ่มรุ่นพิเศษ Autech (ออเทค) โดย ออเทค เจแปน (Autech Japan, Inc) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

2nd Generation e-POWER มอเตอร์แรงขึ้น แบตเตอรี่ใหญ่ขึ้น

●   นิสสัน คิกส์ ใหม่ ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่มีกำลังสูงสุด 136 แรงม้า (PS) ที่ 3,410-9,697 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร (Nm) ที่ 0-3,410 รอบต่อนาที (รุ่นเดิม 129 แรงม้า ที่ 4,000-8,992 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร ที่ 500-3,000 รอบต่อนาที)

●   เปลี่ยนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนใหม่ (Lithium-ion battery) เป็นแบบ 4 โมดูล 96 เซลล์ เพิ่มความจุเป็น 2.06 กิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) (เดิม 4 โมดูล 80 เซลส์ ความจุ 1.57 kWh) และรวมตัวแปลงกระแสไฟฟ้า (Inverter) กับมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ไว้เป็นยูนิตเดียวกัน ทำให้ส่วนของ Inverter มีขนาดเล็กลง 40 เปอร์เซ็นต์ น้ำหนักลดลง 30 เปอร์เซ็นต์ โดยยังสามารถแยกการบำรุงรักษาออกจากกันได้

●   ส่วนเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้ายังเป็นบล็อกเดิม HR12DE ขนาด 1.2 ลิตร 3 สูบแถวเรียง DOHC 12 วาล์ว โดยถูกกำหนดให้มีการทำงานในรอบที่เหมาะสมที่สุดในการผลิตกระแสไฟฟ้า ระบุอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร (ผลทดสอบตามมาตรฐานยุโรป UN ECE Reg.101 Rev.2, NEDC Mode. (Eco Sticker Combined mode) อัตราสิ้นเปลืองในเมือง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร (Eco Sticker Urban mode) (อัตราประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับ) ปรับปรุงลดการสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ ให้เครื่องยนต์ทำงานเพื่อชาร์จไฟฟ้าแต่ละครั้งเป็นเวลานานขึ้น ไม่ให้เครื่องยนต์ติดๆ ดับๆ บ่อยๆ เพื่อความนุ่มนวลในการขับ

●   มี 4 โหมดการขับ คือ Normal mode การขับในแบบปกติ มีโหมดย่อย D สำหรับการขับปกติ และ B ที่เพิ่มแรงหน่วงขณะลดความเร็ว ลดการใช้ผ้าเบรก และสร้างกระแสไฟฟ้ากลับคืนได้มากขึ้น Sport mode ตอบสนองอัตราเร่งและการชะลอความเร็วที่ดียิ่งขึ้น ECO mode เน้นการออกตัวที่นุ่มนวล ปรับการทำงานของระบบอี-พาวเวอร์ ให้ลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองลง ทำให้เครื่องยนต์และระบบมีการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และ EV mode ปรับเปลี่ยนให้รถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลือภายในแบตเตอรี่ โดยเครื่องยนต์จะไม่ทำงานจนกว่าไฟฟ้าจะใกล้หมด

e-Pedal Step ขับให้เนียนได้ง่ายขึ้น

●   อีกหนึ่งฟังก์ชั่นที่รองรับการใช้งานแบบ stop & go ได้ดี คือ อี-เพดดัล สเต็ป เทคโนโลยีคันเร่งที่ช่วยให้ผู้ขับสามารถเร่งและลดความเร็วเพียงการใช้แป้นคันเร่งเดียวเท่านั้น ในรุ่นแรกที่ใช้ชื่อ One-Padal อาจต้องทำความคุ้นเคยกันนานหน่อยกว่าจะขับได้นุ่มนวล ส่วนในรุ่นใหม่นี้ปรับปรุงเป็น e-Pedal Step ทำงานร่วมกับโหมดการขับ Sport MODE และ ECO MODE (ทั้งตำแหน่ง D และ B)

●   เมื่อผู้ขับยกเท้าจากคันเร่งหรือผ่อนแรงที่ใช้ในการเหยียบคันเร่ง รถจะชะลอความเร็วลงอย่างนุ่มนวล โดยความเร็วจะลดลงต่ำสุด 5 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุก และความลาดชันของเส้นทาง) เมื่อลดความเร็วลงในระดับหนึ่ง ไฟเบรกจะติดเหมือนเหยียบเบรกเพื่อเตือนผู้ที่ขับตามมา จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัย และมีการชาร์จไฟฟ้ากลับเข้าแบตเตอรี่ขณะลดความเร็ว เมื่อยกเท้าออกจากคันเร่งด้วย

ภายนอกภายในเปลี่ยนใหม่หลายจุด

●   นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ทุกรุ่นย่อย มาพร้อมพวงมาลัยสปอร์ตหุ้มด้วยหนังแท้แบบมัลติฟังก์ชั่นทรง D-Shape ปรับสูง-ต่ำได้ สามารถควบคุมระบบการทำงานของเครื่องเสียงและระบบเชื่อมต่ออื่นๆ ได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส และคอนโซลกลางใหม่ ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับแบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้หลายรูปแบบ และเพิ่มฟังก์ชั่นการแสดงสถานะไฟเบรกระหว่างใช้ระบบ อี-เพดดัล สเต็ป (e-Pedal Step)

●   หัวเกียร์ดีไซน์ใหม่ทันสมัย ตกแต่งด้วย Piano Black พร้อมไฟตกแต่งที่ขอบ ทำให้มองเห็นชัดเจน เพิ่มวัสดุบุนุ่มภายในถึง 3 จุด คือที่เท้าแขนตรงคอนโซลกลาง ขอบเบาะนั่ง และช่องเก็บของด้านหน้า เพิ่มขนาดพื้นที่วางแก้วน้ำระหว่างเบาะคู่หน้า 2 ตำแหน่ง สามารถปรับระดับและขนาดได้ เพื่อรองรับแก้วทรงสูงที่มีขนาดใหญ่ และแก้วกาแฟร้อนทรงเตี้ยได้เป็นอย่างดี

●   สะดวกสบายด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Intelligent Key I-Key) พร้อมทั้งระบบ Immobilizer และปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start Button) เบาะผู้ขับปรับสูง-ต่ำเพื่อความเหมาะสมกับขนาดร่างกาย ด้านหลังของเบาะมีช่องเก็บของ ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ กระจกไฟฟ้ารอบคัน พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Anti-jam Protection) ด้านผู้ขับ ที่วางขวดน้ำบริเวณแผงประตูหน้าและหลัง 4 ตำแหน่ง และกล่องเก็บของด้านหน้า

●   ไฟอ่านแผนที่ด้านหน้า ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และไฟห้องสัมภาระด้านท้าย

●   ที่เก็บสัมภาระด้านหลังรถกว้างขวางมากขึ้น จุดสัมภาระได้ถึง 423 ลิตร หรือสามารถบรรทุกกระเป๋าเดินทางใหญ่ 30 นิ้ว 2 ใบได้สบายๆ รวมถึงสามารถปรับเปลี่ยนการวางสัมภาระได้หลายรูปแบบ ที่นั่งตอนหลังสามารถพับแยกแบบ 60:40 และพับราบ

Nissan Kicks e-POWER AUTECH

●   คิกส์ อี-พาวเวอร์ เป็นรถยนต์รุ่นแรกในประเทศไทย ที่มีรุ่นพิเศษ ออเทค เวอร์ชั่น โดย Autech Japan, Inc ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของนิสสัน มอเตอร์ ที่มีชื่อเสียงในด้านงานออกแบบสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ด้วยความใส่ใจในรายละเอียดและการคัดเลือกวัสดุที่นำมาใช้ตกแต่งรถยนต์ นิสสัน และออเทค ทำงานร่วมกับฐานการผลิตนิสสันในประเทศต่างๆ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละประเทศ ทำให้การออกแบบรถยนต์นิสสัน รุ่นออเทค มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นที่ถูกใจของลูกค้ามากยิ่งขึ้น

●   ด้านการออกแบบภายนอกยังคงรูปลักษณ์ความสปอร์ต สไตล์พรีเมียมทูโทน ที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ของรุ่น AUTECH ด้วยสีหลังคาดำเงา และการออกแบบแนวเส้นหลังคาแบบทรงลอยตัว (Floating Roof Line) เสริมให้รูปลักษณ์ภายนอกมีพลัง และความแกร่ง เติมความสปอร์ตและพรีเมียมด้วยกระจังหน้าแบบ V-Motion พร้อมไฟหน้า และไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมวัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกคู่หน้า รับกับสเกิร์ตหน้าใหม่ สีเงินเมทัลลิค ทำให้ดูโฉบเฉี่ยว

●   ด้านข้างมาพร้อมสเกิร์ตข้างใหม่ สีเงินเมทัลลิค กระจกมองข้างสีเงินเมทัลลิคพร้อมไฟเลี้ยว LED และล้อแม็กดีไซน์ใหม่สีดำเงาขนาด 17 นิ้ว ด้านท้ายมาพร้อมไฟท้ายแบบ LED ทรงบูมเมอแรง เพิ่มแถบสีแดงเชื่อมต่อชุดไฟท้ายทั้ง 2 ด้าน กันชนหลังตกแต่งด้วยสเกิร์ตสีเงินเมทัลลิค

●   ภายในของรุ่น AUTECH เน้นโทนสีดำ ตกแต่งด้วยสีน้ำเงิน สอดคล้องกับคอนโซลหน้า ส่วนคอนโซลกลางตกแต่งด้วยวัสดุหนังสังเคราะห์สีดำ เดินด้ายสีน้ำเงินที่ตัดกันอย่างลงตัว เสริมด้วยวัสดุสีดำเงา

เทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน

●   นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ยังคงความปลอดภัยและความแข็งแกร่ง บนพื้นฐานโครงสร้างตัวถัง Zone body Concept อันเป็นมาตรฐานของนิสสัน ด้วยโครงสร้างตัวถังรถที่ถูกสร้างให้สามารถดูดซับพลังงาน รับแรงกระแทก จึงทำให้ตัวถังมีความแข็งแกร่งปลอดภัย เหมาะสมสำหรับการขับทั้งในเมืองและทางไกล เสริมความมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ขับขั้นสูงรอบคัน Nissan 360° Safety Shield ประกอบด้วย

●   ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ Lane Departure Warning (LDW) : ในนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ เพิ่มเทคโนโลยี LDW เข้ามาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับรักษาแนวการเดินรถในช่องทาง และจะแจ้งเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลยโดยไม่ตั้งใจเมื่อขับในระดับความเร็วสูงกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●   ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (High Beam Assist – HBA) ที่จะปรับระดับการส่องสว่างของไฟหน้า พร้อมตรวจจับและตอบสนองความเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของรถที่วิ่งสวนทางแบบอัตโนมัติ

●   ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติอัจฉริยะ (Intelligent Cruise Control – ICC) ควบคุมความเร็วที่สั่งการได้อัตโนมัติและช่วยลดภาระของผู้ขับ เมื่อรถคันหน้าลดความเร็วลง ระบบจะรักษาระยะห่างระหว่างกับรถคันหน้าตามที่ตั้งค่าไว้โดยอัตโนมัติจนถึงระดับรถหยุดนิ่งภายใน 2 วินาที และเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว ระบบจะปรับความเร็วขึ้นเองโดยอัตโนมัติกลับไปสู่ความเร็วที่ผู้ขับตั้งไว้ และสามารถตั้งค่าระยะห่างจากรถคันหน้าได้ 3 ระดับ

●   ระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้าอัจฉริยะ (Intelligent Forward Collision Warning – IFCW) จะส่งสัญญาณเสียงพร้อมสัญลักษณ์เตือนบนหน้าปัด หากพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการชนด้านหน้า

●   ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัจฉริยะ (Intelligent Emergency Braking – IEB) ทำงานร่วมกับระบบเตือนก่อนการชนด้านหน้า โดยวิเคราะห์ระยะห่างและความเร็วของรถยนต์ด้านหน้า เพื่อช่วยชะลอความเร็วและหยุดรถเพื่อลดความเสียหายที่จะเกิดจากอุบัติเหตุ

●   ระบบเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning – BSW)ช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อเปลี่ยนช่องทางการขับ ทันทีที่เปิดสัญญาณไฟเลี้ยว ระบบจะส่งเสียงพร้อมไฟกระพริบเตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าขณะนั้น มีรถคันอื่นอยู่ในช่องทางขับด้านข้าง ในตำแหน่งที่ผู้ขับมองไม่เห็น

●   ระบบเตือนรถในทางสวนขณะถอยรถ (Rear Cross Traffic Alert – RCTA) เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง หากระบบตรวจพบรถที่กำลังเคลื่อนเข้ามาทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวา จะส่งสัญญาณเตือนพร้อมไฟกระพริบเตือนในด้านเดียวกันกับที่มีรถเคลื่อนที่เข้ามา

●   กล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) และเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD)

●   เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้ผู้ขับมองเห็นพื้นที่ข้างรถได้รอบทิศทางผ่านกล้อง 4 จุดรอบคัน : กล้องทุกตัวจะจับภาพขณะเคลื่อนไหวจริง และแสดงผลเป็นภาพจากมุมสูงผ่านหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ซึ่งช่วยให้การจอดรถง่ายและปลอดภัยขึ้น และยังทำงานร่วมกับเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุและบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคันหรือ Moving Object Detection (MOD) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจพบบุคคลหรือวัตถุที่จับการเคลื่อนไหวได้

●   กระจกมองหลังอัจฉริยะ (Intelligent Rear View Mirror – IRVM)มีหน้าจอ LCD ที่แสดงภาพจากกล้องด้านหลังตัวรถ โดยภาพบนจอจะช่วยให้ผู้ขับเห็นทัศนวิสัยด้านหลังได้ในมุมที่กว้างขึ้น ผู้ขับสามารถเลือกปรับเปลี่ยนระหว่างจอแสดงภาพจากกล้องหรือจากกระจกได้ เพื่อช่วยให้เห็นสภาพการจราจรด้านหลังได้อย่างชัดเจนที่สุด เทคโนโลยี IRVM นี้ช่วยเสริมความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับในกรณีที่มีการบรรทุกสัมภาระหรือมีผู้โดยสารนั่งด้านหลัง

●   ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (Hill Start Assist – HSA) เมื่อขับรถขึ้นบนทางลาดชันระบบจะช่วยป้องกันไม่ให้รถไหลถอยหลังขณะออกตัว เมื่อยกเท้าออกจากแป้นเบรก ระบบจะสั่งให้เบรกทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ผู้ขับสามารถเหยียบคันเร่งและออกตัวได้อย่างนุ่มนวล

●   ส่วนระบบความปลอดภัยในส่วนของการช่วยเหลือขณะขับ ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวอัตโนมัติ (Vehicle Dynamic Control – VDC) ควบคุมการชะลอความเร็ว รวมถึงการตอบสนองของกำลังเครื่องยนต์ ช่วยรักษาเสถียรภาพการทรงตัวของรถขณะหักหลบกะทันหัน ตอบสนองทุกการขับอย่างฉับไว ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสถานการณ์คับขัน

●   ระบบช่วยควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง (Intelligent Trace Control – ITC) ตรวจสอบและแก้ไขการบังคับเลี้ยวหรือการเร่ง ซึ่งจะช่วยปรับและควบคุมและเบรกล้อทั้ง 4 ให้เป็นไปตามพฤติกรรมของผู้ขับ ที่ง่ายต่อการควบคุมเสถียรภาพขณะเข้าโค้ง โดยระบบจะประเมินจากพฤติกรรมการขับ ทั้งการบังคับพวงมาลัย การเบรก และการเร่งความเร็ว

●   ถุงลมนิรภัย SRS 6 จุด ประกอบด้วยคู่หน้าฝั่งผู้ขับและผู้โดยสาร, ถุงลมด้านข้างฝั่งผู้ขับและผู้โดยสาร และม่านนิรภัยด้านข้างซ้ายและขวา เป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในทุกรุ่นของนิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่

●   เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner and Load Limiter Seatbelts) ปรับระดับได้ เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า ELR แบบ 3 จุด ELR ดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยที่นั่งด้านหลัง ELR แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง เสริมความปลอดภัยด้วยจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็กแบบ ISOFIX

●   ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค (Anti-lock Braking System – ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (Electric Brake Force Distribution System – EBD) ระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assist – BA) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบหยุดรถอัตโนมัติ (Auto Brake Hold) และไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมไฟ LED

NissanConnect

●   สำหรับรุ่น V, VL และ AUTECH ระบบอินโฟเทนเมนต์ Nissan Connect สามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto (เฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นที่รองรับการใช้งาน) และ Apple CarPlay เพื่อใช้งานแอปพลิเคชันในมือถือผ่านจอเครื่องเสียงรถยนต์ระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว (สำหรับรุ่น V ขึ้นไป) และระบบเชื่อมต่อ Bluetooth, USB และ AUX-IN พร้อมระบบนำทาง (Navigation System) ผ่าน Google Map และระบบสั่งงานด้วยเสียงอัจฉริยะ (Voice Recognition) พร้อมกับลำโพงคุณภาพสูง 6 ตำแหน่ง เพื่อความเพลิดเพลินในทุกการเดินทาง ส่วนในรุ่น E เป็นระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน วิทยุ AM / FM พร้อมการเชื่อมต่อบลูทูธ USB และ AUX-in และลำโพงคุณภาพสูง 4 ตำแหน่ง

●   นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย E, V, VL และ AUTECH มาพร้อม 7 สีภายนอก ได้แก่ สีน้ำเงินไนท์บลู (Night Blue) สีเทากันเมทาลิค (Gun Metallic) สีขาวสตอร์มไวท์ (Storm White) สีดำแบล็คสตาร์ (Black Star) สีแดงเรเดียนท์เรด (Radiant Red) สีส้มโมนาร์ช (Monarch Orange) และสีเงินบริลเลียนท์ซิลเวอร์ (Brilliant Silver)

●   สีทูโทนทางเลือกใหม่ด้วยหลังคาแบบลอยตัวสีดำ มีให้เลือกเฉพาะในรุ่น VL และรุ่น AUTECH โดยในรุ่น VL มีสีภายนอกแบบทูโทน 4 สี ได้แก่ สีส้มโมนาร์ช สีแดง เรเดียนท์เรด สีเทากันเมทาลิค และสีขาวสตอร์มไวท์ ส่วนรุ่น AUTECH มี 4 สีภายนอกแบบทูโทน ที่มาพร้อมหลังคาสีดำ 3 สีได้แก่ สีน้ำเงินไนท์บลู สีเทากันเมทาลิค สีขาวสตอร์มไวท์ และ สีโมโนโทน สีดำ แบล็คสตาร์

ทดลองขับสั้นๆ ในสนามปทุมธานี สปีดเวย์

●   ลองขับรุ่น VL ในสนามที่จัดไว้ทั้งแบบสเตชั่นสลาลม หักหลบกะทันหัน ขับเป็นวงกลม และขับแบบกึ่งเซอร์กิต ได้ลองระบบหลักๆ เช่น ความแรงของมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบกันสะเทือนและพวงมาลัย รวมทั้งระบบเบรก และ e-Pedal Step

●   มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังเหลือเฟือแน่ๆ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เร่งออกตัวแบบกดคันเร่งสุด รถพุ่งออกตัวได้อย่างรวดเร็วตามสไตล์การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ไม่ต้องรอรอบ กดปุ๊ปมาปั๊ป เข้าสลาลอมและในช่วงขับเป็นวงกลม รู้สึกได้ว่าตัวรถมีความมั่นคง ไม่มีอาการท้ายเหวี่ยง ควบคุมรถให้ไปตามทิศทางที่ต้องการได้อย่างเฉียบคมและเบาแรง ไม่โยนตัวหรือโคลงมากจนควบคุมยาก เป็นรถที่ขับสนุก เกาะถนนดี ในช่วงขับแบบกึ่งเซอร์กิต ได้ลองเรื่องความนุ่มนวลและการซับแรงกระแทกจากผิวถนน ซึ่งก็ทำได้ดีเช่นกัน รู้สึกถึงความหนักแน่นของช่วงล่างและพวงมาลัย ระบบเบรกให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ สร้างแรงเบรกได้หนักหน่วงดี และควบคุมแรงเบรกได้ง่าย

●   ในส่วนของ e-Pedal Step ได้ลองตลอดการทดลองขับในสนาม การขับไปต่อแถวเพื่อเข้าสถานี หรือขับแบบกึ่งเซอร์กิตที่ใช้ความเร็วไม่สูงมาก น้อยครั้งที่จะต้องยกเท้ามากดแป้นเบรก แค่ใช้ความเร็วให้เหมาะสมก่อนถึงโค้ง แล้วผ่อนคันเร่งเล็กน้อย ระบบจะลดความเร็วลงถึงในระดับที่เหมาะสม จากนั้นก็เข้าโค้งแล้วกดคันเร่งออกจากโค้งได้เลย

●   ถ้าเป็นการใช้งานในเมืองที่การจราจรติดขัดสลับหยุดนิ่ง เมื่อเว้นระยะห่างจากคันหน้าให้เหมาะสม ก็น่าจะแทบไม่ต้องสลับเท้าจากแป้นคันเร่งมาเหยียบเบรก ช่วยลดความเมื่อยล้าได้แน่ๆ การหน่วงความเร็วก็มีความละเอียดและเหมาะสมกับสถานการณ์มากขึ้น ขับแล้วผู้โดยสารไม่บ่นเวียนหัว เพราะไม่มีอาการยกคันเร่งแล้วระบบหน่วงจนหน้าทิ่ม ระบบทำการหน่วงความเร็วได้เนียนมาก และคุมการหน่วงผ่านคันเร่งได้ง่ายมาก เมื่อมีการหน่วงความเร็วถึงในระดับหนึ่ง ไฟเบรกยังคงทำงานตามปกติแม้ไม่ได้เหยียบแป้นเบรก เรื่องความปลอดภัยจึงไม่ต้องกังวล     ●

ขอบคุณ บริษัท นิสสัน ประเทศไทย

Specification : Nissan Kicks e-POWER (2nd Generation)

  • ยาว x กว้าง x สูง (มม.) 4,290 (AUTECH 4,330) x1,760 x 1,610
  • ระยะห่างของล้อ หน้า/หลัง (มม.) 1,520/1,535
  • ฐานล้อ (มม.) 2,615
  • น้ำหนัก (กิโลกรัม) (VL) 1,358 / (AUTECH) 1,361
  • มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน  EM47AC3 Synchronous Motor
  • กำลังสูงสุด  136 แรงม้า (PS) ที่ 3,410-9,697 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร ที่ 0~3,410 รอบต่อนาที
  • ระบบส่งกำลัง  Automatic Single Speed Gear Reduction
  • เครื่องยนต์สำหรับสร้างกระแสไฟฟ้า HR12DE 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว CVTC
  • ระบบจ่ายเชื้อเพลิง Electronic Injection Multi-point (ECCS) 32 บิท
  • กระบอกสูบ x ระยะชัก (มม.) 78.0 x 83.6
  • ความจุ    1,198 ซีซี
  • อัตราส่วนการอัด 12.0 : 1
  • กำลังสูงสุด 82 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที
  • แรงบิดสูงสุด  103 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที
  • ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง 41 ลิตร     
  • ระบบกันสะเทือนหน้า  อิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง
  • ระบบกันสะเทือนหลัง ทอร์ชันบีม คอยล์สปริง
  • ระบบบังคับเลี้ยว พวงมาลัยเพาเวอร์ควบคุมด้วยไฟฟ้า
  • รัศมีวงเลี้ยว   5.1 เมตร
  • ระบบเบรก หน้า/หลัง  ดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน/ดิสก์
  • ล้อและยาง  17 x 6.5 J ยาง 205/55 R17

Report : 2022 Nissan Kicks e-POWER (2nd Generation)