September 21, 2022
Motortrivia Team (7953 articles)

Audi เปิดตัว Q5 55 TFSI e และ Q5 Sportback 55 TFSI e

motortrivia

●   อาวดี้ ประเทศไทย เปิดตัวครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพคท์ พลังปลั๊ก-อิน ไฮบริด Audi Q5 รุ่นปรับโฉม แยกเป็น 2 รุ่นหลัก ประกอบด้วย Audi Q5 55 TFSI e quattro S line เสริมด้วยรุ่นตกแต่งแบบสปอร์ต Audi Q5 55 TFSI e quattro S line Black Edition และรุ่นท๊อป Audi Q5 Sportback 55 TFSI e quattro S line Black Edition หรือเวอร์ชั่นสปอร์ตบอดี้ท้ายลาดสไตล์รถคูเป้ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไลน์อัพของ Audi Q5

●   Audi Q5 55 TFSI e เลือกได้ 2 รุ่นย่อยระหว่างรุ่นพื้นฐาน S line อุปกรณ์มาตรฐานมีชุดแต่งโครเมียม S line, ชุดไฟหน้า LED, ไฟ DRL สำหรับวิ่งกลางวัน, ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ห้องโดยสารมี Virtual cockpit ประกอบด้วยมาตรวัดฟูลดิจิทัล พร้อมจอทัชสกรีนขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto หรือ Apple CarPlay, เบาะคู่หน้าแบบสปอร์ตปรับไฟฟ้า, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบแยกอิสระ 3 โซน, ระบบช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารก่อนขับ และ Comfort key

●   ชุดระบบช่วยขับในกลุ่ม ADAS ประกอบด้วย ระบบ Adaptive cruise control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Lane change assist แจ้งเตือนจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ระบบ Exit warning แจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเปิดประตูลงจากรถ, ระบบ Rear cross-traffic assist แจ้งเตือนสภาพแวดล้อมด้านข้างและด้านท้ายรถเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง และระบบช่วยจอด Park Assist

Audi Q5 55 TFSI e quattro S line

●   รุ่น S line Black Edition เพิ่มความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง S line Black Edition, ล้อขนาด 20 นิ้ว ภายในคกแต่งแบบ S line พวงมาลัยสปอร์ตท้ายตัดพร้อมตราสัญลักษณ์ S line, เบาะแบบสปอร์ตลาย Diamond cut หุ้มหนัง Fine Nappa พร้อมตราสัญลักษณ์ S line, ชุดเครื่องเสียงพรีเมียม Bang & Olufsen ระบบเสียง 3 มิติ

●   ส่วนรุ่นท๊อป Audi Q5 Sportback 55 TFSI e ซึ่งเป็นรุ่นตัวถังท้ายลาดแบบรถคูเป้ ตัวรถมากับชุดแต่ง S line Black Edition, ล้อขนาด 20 นิ้ว ห้องโดยสารตกแต่งแบบ S line เช่นกัน

●   Audi Q5 55 TFSI e quattro และ Audi Q5 Sportback 55 TFSI e quattro ใช้เครื่องยนต์เบนซิน TFSI แบบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 37.7 กก.-ม. จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้าเอาท์พุท 143 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 35.6 กก.-ม. กำลังรวมทั้งระบบ 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุดถึง 50.9 กก.-ม. ส่งกำลังด้วยเกียร์ S tronic 7 จังหวะ พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro with ultra technology อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที ความเร็วสูงสุดจำกัดเอาไว้ที่ 239 กม./ชม.

Audi Q5 55 TFSI e quattro S line Black Edition

●   ทั้งนี้ ชุดระบบขับเคลื่อน quattro สามารถใช้งานระบบขับเคลื่อน 2 ล้อหน้าได้แบบอัตโนมัติในกรณีที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงน้อยลง ทั้งนี้ตัวระบบสามารถปรับเปลี่ยนเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ทันทีตามสถานการณ์

●   การเก็บประจุไฟฟ้าเป็นหน้าที่ของแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไอออน ติดตั้งอยู่ใต้พื้นที่เก็บสัมภาระ ความจุ 17.9 กิโลวัทท์-ชม. อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยรุ่นพื้นฐาน Q5 55 TFSI e quattro อยู่ที่ 52.6 กม./ลิตร อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสีย 44.5 กรัม/กม. โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 54 กม. ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 135 กม./ชม. หากผู้ขับใช้ความเร็วมากกว่านี้ ระบบไฮบริดจะทำงานโดยอัตโนมัติ

●   ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง หากชาร์จด้วยแรงดันไฟฟ้า 400 โวลต์ 16 แอมป์ หรือ Wallbox ที่มีกำลังไฟ 7.4 กิโลวัทท์-ชม. ขึ้นไป ทั้งนี้ Q5 ทุกรุ่นจะมาพร้อมกับเครื่องชาร์จแบบ Compact สำหรับการชาร์จด้วยไฟบ้านด้วย

Audi Q5 Sportback 55 TFSI e quattro S line Black Edition

●   เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด ของ Q5 สามารถเลือกรูปแบบในการขับได้ 2 แบบ คือ EV mode และ Hybrid โดยการจัดการพลังงานแบบ EV mode ถูกออกแบบมาให้ใช้งานในชีวิตประจำวัน เมื่อผู้ขับสตาร์ทรถ ตัวรถจะขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนไปจนกระทั่งผู้ขับเหยียบคันเร่งลึกกว่าจุดที่กำหนด ในขณะที่การจัดการพลังงานแบบ Hybrid จะแบ่งออกเป็น 3 โหมด คือ (1) Auto Hybrid ระบบจะจัดการการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบอัตโนมัติตามสภาวะการขับ (2) Battery Hold โหมดรักษาระดับพลังงานของแบตเตอรี่ไว้ให้คงเดิม และ (3) Battery Charge ตัวระบบจะทำการชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ให้ได้มากที่สุด

●   ระบบชาร์จไฟกลับ หรือ Energy Recuperation ของ Q5 จะแยกการทำงานเป็น 2 รูปแบบ ประกอบด้วยการขับด้วยความเร็วคงที่ หรือ Coasting Recuperation ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำการลดความเร็วลง จากนั้นระบบจะชาร์จไฟกลับไปยังแบตเตอรี่ คิดเป็นความจุสูงสุด 25 กิโลวัทท์ ส่วนอีกระบบก็คือ ระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรค/ยกคันเร่ง หรือ Brake Recuperation ระบบนี้จะสามารถชาร์จไฟกลับได้สูงสุด 80 กิโลวัทท์

●   นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำยานยนต์พรีเมียมไฟฟ้า 100% ด้วยยอดส่งมอบลูกค้าสูงสุดถึงกว่า 160,000 คันทั่วโลก และจากความสำเร็จของยนตรกรรมอาวดี้เทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด 2 รุ่นแรก คือ Audi Q7 TFSI e และ Audi Q8 TFSI e ที่ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ อาวดี้ อย่างดีเยี่ยม หลังจากนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อต้นปี ด้วยความก้าวล้ำของเทคโนโลยีปลั๊ก-อิน ไฮบริด ของอาวดี้ ที่นับเป็นเทคโนโลยีที่ดีที่สุด และสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา (The Best Plug-in Hybrid Ever) คือทรงพลังเป็นเยี่ยม ขับสนุกสุดๆ และประหยัดน้ำมัน อาวดี้ ประเทศไทย จึงเดินหน้าทยอยนำยนตรกรรมปลั๊ก-อิน ไฮบริด เข้ามาทำตลาด โดยรุ่นที่นำเข้ามาเปิดตัวล่าสุด เป็นพรีเมียม SUV รุ่นที่ลูกค้ารอคอยและถามถึงมากที่สุด นั่นคือ The New Audi Q5 PHEV ซึ่งนำเข้าเปิดตัวพร้อมกันมา 2 รุ่น คือ Audi Q5 55 TFSI e และที่พิเศษกว่านั้นคือการเปิดตัว Audi Q5 Sportback 55 TFSI e ซึ่งนับเป็นการเปิดตัว Sport SUV ขนาดกลางครั้งแรกในประเทศไทย”

●   “จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้า 100% และกระแสความนิยมของผู้บริโภคในรถยนต์พลังงานทางเลือก ประกอบกับสมรรถนะของรถยนต์ Audi Q5 นับป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบันมากที่สุด ทั้งระยะการวิ่งด้วยไฟฟ้าที่เหมาะกับการใช้งานในเมืองที่ประหยัดน้ำมันสุดๆ และการเดินทางไกลที่สะดวก คล่องตัว ไร้กังวลเรื่องสถานีชาร์จ จึงมั่นใจว่า การมาของ Q5 ปลั๊กอินไฮบริดจะได้รับการตอบรับอย่างสูงจากลูกค้าที่กำลังรอคอยรุ่นนี้”

Audi Q5 Sportback 55 TFSI e quattro S line Black Edition

ราคาจำหน่าย

●   Audi Q5 55 TFSI e S line เลือกได้ 3 สีระหว่าง Glacier White metallic, Mythos Black metallic จับคู่กับสีภายใน Okapi brown หรือสี Chronos Grey metallic จับคู่กับสีภายในดำล้วน ส่วน Audi Q5 55 TFSI e Black Edition และ Audi Q5 Sportback 55 TFSI e Black Edition เลือกได้ 5 สีระหว่าง Glacier white metallic, Mythos black metallic, Ultra blue metallic, District green metallic และ Chronos grey metallic จับคู่กับภายในสีดำ

●   อาวดี้ ประเทศไทย เปิดราคาจำหน่าย Audi Q5 55 TFSI e quattro S line ที่ 3,699,000 บาท, Audi Q5 55 TFSI e quattro S line Black Edition ราคา 3,950,000 บาท ส่วนรุ่นท๊อป Audi Q5 Sportback 55 TFSI e quattro S line Black Edition ราคา 4,190,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสั่งจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตัวรถจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566

●   ทุกรุ่นรับ Audi Protection รับประกัน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน, รถ PHEV TFSI e ทุกรุ่นรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง 5 ปี

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ Audi Centre Thailand 02-765-8888, Audi New Petchburi 02-023-4888, Audi Pattaya 038-197-888, Audi Phuket 076-646-666, Audi Service Chiang Mai 052-081-188, Audi Service Ratchapruek 02-034-5888 หรือ Audi Udonthani 093-161-5588 ●

Grand Opening : 2022 Audi Q5 55 TFSI e and Q5 Sportback 55 TFSI e