September 5, 2022
Motortrivia Team (7954 articles)

2023 Dodge Hornet ครอสโอเวอร์ PHEV รุ่นสำคัญของดอดจ์

เรื่อง : AREA 54

●   ดอดจ์ แบรนด์อเมริกัน มัสเซิล คาร์ พันธุ์แท้ ปรับตัวตามกระแสความต้องการของตลาด เปิดตัว Dodge Hornet รถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพคท์รุ่นแรกของแบรนด์ เพื่อแชร์ส่วนแบ่งทางการตลาดกับเขาบ้าง การผลิตและการส่งมอบรถลอทแรกในสหรัฐฯ จะเริ่มขึ้นภายในปี 2022 นี้

●   แม้จะเป็นรถรุ่นสำคัญ (สำหรับการทำตลาดในเชิงปริมาณ) ทว่าในยุคที่อุตสาหกรรมยานยนต์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง Hornet นั้นไม่ใช่รถที่ดอดจ์ลงทุนเริ่มต้นขึ้นมาจากศูนย์… โดยพื้นฐาน Hornet ใช้แพลทฟอร์มและชิ้นส่วนหลักๆ จากรถของบริษัทในเครือ Stellantis อย่าง Alfa Romeo Tonale ในการผลิต นั่นทำให้เราสามารถเรียก Hornet ว่าเป็นรถรีแบดจ์ได้อย่างเต็มปาก

●   Hornet มีความยาวอยู่ที่ 4,528 มม. กว้าง 2,082 มม. สูง 1,620 มม. ฐานล้อ 2,636 มม. โดยรวมใกล้เคียงกับ Ford Escape, Subaru Forester หรือ Toyota RAV4 และเมื่อเทียบกับเจ้าของแพลทฟอร์มอย่าง Alfa Romeo Tonale งานออกแบบของ Hornet จะดูดุดันกว่าจากการใช้ภาพลักษณ์ของอเมริกัน มัสเซิล คาร์ ตามแบบฉบับของดอดจ์มาผสมผสานบนร่างของครอสโอเวอร์ SUV

●   การจำหน่ายจะแยกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่นพื้นฐานพลัง ICE เกรด GT และรุ่น PHEV เกรด R/T (รหัส R/T หมายถึง Road/Track ซึ่งเป็นเกรดรุ่นย่อยสำหรับรถสมรรถนะสูงของดอดจ์ และอยู่คู่กับแบรนด์มาตั้งแต่ยุคปลาย 60s ซึ่งแฟนๆ บางส่วนของดอดจ์คิดว่ามันไม่ควรนำมาใช้กับ Hornet) ทั้งคู่ต่างกันที่อุปกรณ์มาตรฐานและการตกแต่งเช่นเดียวกับรถทั่วไป เช่น ขนาดของล้ออัลลอย 17 หรือ 18 นิ้ว, ปลายท่อไอเสีย, เบาะผ้าหรือหนัง เป็นต้น

●   ไฮไลท์เพิ่มเติมคือ 2 แพคเกจตกแต่ง แยกเป็นแพคเกจ Blacktop เพิ่มตราสัญลักษณ์สีดำ, ครอบกระจกมองข้างสีดำ และล้ออัลลอย 18 นิ้ว และแพคเกจ Track Pack เพิ่มล้ออัลลอย 20 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรคหน้า Brembo พร้อมตราสัญลักษณ์ดอดจ์

●   ห้องโดยสารมากับมาตรวัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 10.25 นิ้ว จัดวางแบบลอยตัว พร้อมระบบอินโฟเทนเมนท์ Uconnect 5 รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto แบบไร้สาย และ Apple CarPlay แบบไร้สาย, ถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, เครื่องเสียง Harman-Kardon กำลังขับ 465 วัทท์ พร้อมลำโพง 14 ตำแหน่ง, ห้องบรรทุกสัมภาระรุ่น GT มีความจุ 765 ลิตร พับเบาะเพิ่มขึ้นสูงสุด 1,549 ลิตร ส่วนรุ่น R/T ความจุ 648 ลิตร สูงสุด 1,430 ลิตร

●   รุ่นพื้นฐาน Dodge Hornet GT ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ หมุนล้อแบบ All-wheel drive กำลังสูงสุด 268 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 40.7 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 96 กม./ชม. ภายใน 6.5 วินาที

●   รุ่นธง Dodge Hornet R/T ใช้ระบบขับเคลื่อน ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.3 ลิตร จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ติดตั้งที่เพลาหลัง ส่งกำลังไปหมุนล้อทั้ง 4 ด้วยเกียร์ดูอัลคลัทช์ 6 จังหวะ เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไอออน ความจุ 15.5 กิโลวัทท์-ชม. กำลังรวมทั้งระบบ 288 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 52.8 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 96 กม./ชม. ภายใน 6.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 206 กม./ชม. โหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 48 กม.

●   ชุดระบบความปลอดภัยพื้นฐานมี ระบบ Automatic Emergency Braking ช่วยหยุดรถอัตโนมัติในกรณีฉุกเฉิน, ระบบ Lane Support System ช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน และระบบ Blind Spot Detection with Rear Cross Path เตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้างและตรวจสอบรถที่วิ่งตัดมาทางด้านข้างขณะถอย

●   ออปชั่น Tech Pack ติดตั้งเพิ่มเติม มีระบบ Intelligent Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Traffic Jam Assist ช่วยเบรคและเร่งความเร็วในขณะขับท่ามกลางการจราจรที่ติดขัด, ระบบ Intelligent Speed Assist จำกัดความเร็วสูงสุดตามกฎหมาย, ระบบ Traffic sign recognition ช่วยสังเกตป้ายสัญญาณเตือน

●   ดอดจ์เปิดราคาจำหน่าย Hornet GT เริ่มต้นที่ 29,995 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1.2 ล้านบาท การส่งมอบรถจะเริ่มขึ้นภายในปี 2022 นี้ ส่วนเวอร์ชั่นปลั๊ก-อิน ไฮบริด Hornet R/T จะเปิดตัวในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า หรือตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2023 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 39,995 ดอลลาร์ หรือราวๆ 1.5 ล้านบาทครับ     ●

2023 Dodge Hornet