September 13, 2022
Motortrivia Team (7953 articles)

หุ่นยนต์และเทคโนโลยีเสมือน ช่วยพัฒนา Ranger / Everest ใหม่

ประชาสัมพันธ์

●   ที่สนามทดสอบของฟอร์ดในประเทศออสเตรเลีย เรย์, โรซี และ โรแบร์โต (Ray, Rosie and Roberto) คือหุ่นยนต์ซึ่งเป็นสมาชิกสำคัญในทีมพัฒนาเทคโนโลยีความปลอดภัยของฟอร์ดที่มีส่วนช่วยพัฒนาระบบป้องกันการชน และเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงมากมายเพื่อเสริมความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่

●   ระหว่างการทดสอบฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ (2) หุ่นยนต์ทั้ง 3 ตัว ทำงานในสภาวะเสี่ยงอันตรายและยังทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน โดยพักเพียงช่วงสั้นๆ เพื่อชาร์จแบตเตอรี แถมยังไม่ต้องพักรับประทานอาหารกลางวันด้วย

●   หุ่นยนต์อัจฉริยะ 3 ตัวนี้ทำหน้าที่ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ของฟอร์ด ทั้งระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบช่วยหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ ระบบตรวจจับรถในจุดบอด ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลังi  และอื่นๆ อีกมากมาย

●   หุ่นยนต์แต่ละตัวมีบทบาทแตกต่างกันในการทดสอบเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ โดย ‘โรซี’ เป็นหุ่นยานพาหนะจำลองสำหรับทดสอบการชน (Guided Soft Target Vehicle หรือ GST) ‘เรย์’ รับหน้าที่เป็นผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยงต่ออันตราย (Vulnerable Road User หรือ VRU) และ ‘โรแบร์โต’ เป็นหุ่นยนต์ขับรถ ดังนั้น หุ่นยนต์เหล่านี้จึงช่วยให้ฟอร์ดมั่นใจได้ว่าเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูง (ADAS)i ของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ จะทำงานได้ดีเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบนท้องถนน ทั้งจากยานพาหนะ คนเดินเท้า และผู้ขับขี่จักรยาน

●   เชท ยาคุปิติยาจ (Chet Yakupitiyaj) วิศวกรด้านเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด กล่าวว่า “หุ่นยนต์ 3 ตัวนี้ช่วยให้เราทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงi ได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการใช้ถนนร่วมกับรถคันอื่นๆ การจราจรบริเวณทางแยก จำลองรูปแบบคนเดินเท้า ผู้ขับขี่จักรยาน และอีกหลายสถานการณ์ อีกยังช่วยร่นเวลาทดสอบให้สั้นลง และทดสอบได้ทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่าเคย”

●   ในอดีตวิศวกรด้านเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด ต้องใช้รถจำลองแบบมีสายกระตุกเพื่อทดสอบและปรับแต่งระบบ เช่น ระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) แต่ข้อผิดพลาดของคนขับและสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจก็อาจทำให้ผลการทดสอบคลาดเคลื่อนจนต้องยืดระยะเวลาในการทดสอบออกไป แต่หุ่นยนต์ 3 ตัวนี้ทำให้การทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ทำได้หลากหลายขึ้นทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งยังปรับความแม่นยำได้ในระดับเซนติเมตร

●   หุ่นยนต์โรซี และเรย์ เชื่อมต่อกับรถทดสอบได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่ารถคันนั้นจะขับด้วยหุ่นยนต์โรแบร์โต หรือโดยวิศวกร เพื่อจำลองสถานการณ์ที่ซับซ้อนระหว่างการทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูง (1)

●   เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จสมบูรณ์ โรซี หรือหุ่นยนต์ GST จะมีเรดาร์เสมือนรถยนต์จริง ทำให้ทดสอบระบบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ขั้นสูงในสถานการณ์จริงได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อให้แน่ใจว่าระบบต่างๆ เช่น ระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทำงานได้อย่างเหมาะสม

●   ในขณะที่โรแบร์โต ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ขับรถที่มีเทคโนโลยีควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างซับซ้อนเพื่อผสานการทำงานอย่างแม่นยำระหว่างหุ่นยนต์โรซีและเรย์ ได้ติดตั้งไว้ในรถยนต์ทดสอบเพื่อควบคุมพวงมาลัย เบรก และคันเร่ง นอกจากนี้เพื่อความปลอดภัย วิศวกรฟอร์ดจะนั่งประจำที่นั่งคนขับเพื่อช่วยควบคุมรถทดสอบเมื่อจำเป็น ในขณะที่วิศวกรอีกคนคอยสังเกตการทำงานของโรซีและเรย์ และเข้าควบคุมแทนได้เมื่อจำเป็น

●   ขณะที่ เรย์ ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ใช้ถนนที่อาจเสี่ยงอันตราย มาพร้อมเครื่องปล่อยตัวเพื่อสวมบทบาทเป็นคนเดินถนน เด็ก และผู้ขับขี่จักรยาน ได้ทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน

●   “บทบาทของเรย์คือการจำลองเป็นเด็กที่วิ่งผ่านหน้ารถที่จอดอยู่ ผู้ขับขี่จักรยาน หรือแม้กระทั่งคนเดินเท้าที่อาจเดินตัดหน้ารถในเวลากลางคืน เพื่อนร่วมงานของผมในประเทศอื่น ๆ ก็ใช้หุ่นยนต์แบบเดียวกันในการทดสอบ ทำให้เราแบ่งปันข้อมูลและสถานการณ์การทดสอบระหว่างกันได้ ที่ผ่านมาเรามีการทดสอบในออสเตรเลียเพื่อส่งข้อมูลให้แก่ทีมในยุโรปและอเมริกาด้วย เพื่อให้เทคโนโลยีช่วยขับขี่ของเราได้มาตรฐานตามเกณฑ์การทดสอบที่เข้มงวดของฟอร์ดและเกณฑ์ NCAP ทั่วโลก” เชท กล่าวต่อ

●   “หุ่นยนต์เรย์ โรซีและโรแบร์โตไม่เพียงช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและสม่ำเสมอมากขึ้นในการทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ซับซ้อน แต่ยังช่วยให้เราจำลองสถานการณ์ได้เสมือนจริงยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ขั้นสูงของฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่จะรองรับทุกสถานการณ์บนท้องถนนได้แทบทุกรูปแบบ” เชท กล่าวเสริม

มุ่งส่งมอบความปลอดภัยเหนือระดับให้ผู้ใช้รถ

●   ทีมความปลอดภัยและทีมพัฒนาเทคโนโลยีช่วยขับขี่ของฟอร์ด ทุ่มเทใส่ใจพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ให้มีความปลอดภัยที่เหนือชั้น นับตั้งแต่การทดสอบกายภาพที่ศูนย์ทดสอบการชนของฟอร์ดทั่วโลก ไปจนถึงการทดสอบชนด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริงหลายพันชั่วโมง และการใช้หุ่นยนต์ทดสอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่

●   ฟรังโก โมราส (Franco Moras) ผู้จัดการด้านความปลอดภัยรถยนต์ฟอร์ด กล่าวว่า “โครงสร้างห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแรงสูง เพื่อให้ห้องโดยสารมีความปลอดภัย วัสดุที่ใช้บริเวณเสา A ด้านหน้าคนขับ และเสา B ระหว่างห้องโดยสารตอนหน้าและตอนหลัง รวมถึงเสา C บริเวณกระจกหลังรวมถึงขอบประตูด้านล่าง ทำจากเหล็กกล้าที่แข็งแรง เพื่อช่วยกระจายแรงปะทะออกจากตัวผู้โดยสาร”

●   วิศวกรของฟอร์ดใช้ข้อมูลทั้งจากการทดสอบเสมือนจริงและการทดสอบกายภาพ ในการวิเคราะห์เพื่อพัฒนาความปลอดภัยสูงสุด

●   ฟอร์ดใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เพื่องานวิศวกรรม (Computer-Aided Engineering หรือ CAE) มาสร้างและวิเคราะห์รถฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่กว่า 150 คัน โดยจำลองการชนในหลากหลายสถานการณ์ เช่น การเฉี่ยวชนด้านหน้า การกระแทกจากด้านหลังและด้านข้าง นอกจากนี้ยังจำลองสถานการณ์การชนแบบที่มีผู้โดยสารอยู่ภายในรถหลายสิบครั้ง เพื่อวิเคราะห์ความเสียหายและการซ่อมแซมชิ้นส่วนขนาดเล็ก และการปกป้องผู้โดยสารในทุกช่วงวัยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงการชนด้วยความเร็วต่ำที่อาจพบบริเวณลานจอดรถ

●   “ก่อนที่จะสร้างรถต้นแบบขึ้นมา เราได้ทดสอบ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีเสมือนจริงเพื่อดูการชนจนรถเสียหายทั้งคัน ซึ่งทำให้เราปรับปรุงโครงสร้างสถาปัตยกรรมของรถได้รวดเร็ว เพื่อพัฒนารถยนต์ฟอร์ดที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น” ฟรังโก กล่าว

●   นอกจากนี้ ทีมวิศวกรยังนำรถยนต์ฟอร์ด เจเนอเรชันใหม่ทั้งสองรุ่น ไปทดสอบการชนจริงอีกหลายสิบครั้ง โดยจำลองการชนด้วยรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงหุ่นจิงโจ้จำลองที่ถูกชนในขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูง รวมถึงการชนกับรถอีกคัน โดยรวมแล้ว วิศวกรฟอร์ดทดสอบการชนรอบคันกว่า 100 ครั้ง และยังทดสอบการชนแบบรางเลื่อนอีกหลายร้อยครั้งเพื่อจำลองการชนตลอดทั้งคันขณะมีผู้โดยสารนั่งอยู่ภายใน และยังมีการทดสอบย่อยๆ และการทดสอบความปลอดภัยของชิ้นส่วนต่างๆ อีกหลายร้อยรายการ

●   “ภายในห้องโดยสารของรถฟอร์ดเต็มไปด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่ใหม่ล่าสุด เพื่อมอบความปลอดภัยที่เหนือกว่าให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน” ฟรังโก กล่าวเสริม

●   ด้วยระบบการทดสอบความปลอดภัยที่เข้มงวดของฟอร์ด และการทำงานของทีมความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงหุ่นยนต์เรย์ โรซี และโรแบร์โต ทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจากสถาบันทดสอบการชนประเทศออสเตรเลีย (Australian New Car Assessment Programme – ANCAP)

มาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว

●   ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เป็นรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ได้รับรางวัลมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก ANCAP นับเป็นการรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นก่อนหน้าเคยได้รับ

●   ตามหลักเกณฑ์การทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยล่าสุดของ ANCAP ในปี 2565 ฟอร์ด เรนเจอร์ เจเนอเรชันใหม่ ได้คะแนนสูงในการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection หรือ AOP)  จากการทดสอบชนแบบประสานงา การชนจากด้านข้าง และการชนจากฝั่งตรงข้ามห้องโดยสาร นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวเรอสต์ เจเนอเรชันใหม่ ยังได้รับคะแนนสูงสุด (ระดับ ‘ดี’) ในการปกป้องผู้โดยสารที่เป็นเด็กจากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง

●   คาร์ล่า ฮูร์เวก (Carla Hurweg) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ANCAP กล่าวว่า “การที่รถสักคันจะได้คะแนนความปลอดภัยระดับ 5 ดาวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงการใช้งานที่หลากหลายของ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์”

●   เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ และฟอร์ด เรนเจอร์  รวมถึงระบบป้องกันการชนพร้อมระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางพร้อมระบบตรวจจับขอบถนน กล้องมุมกว้างใหม่ที่ช่วยตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะที่สวนทางมาใน “ทางเลี้ยว ทางแยก” ทั้งหมดได้คะแนนสูงในการทดสอบ ANCAP

●   “นับเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ เป็นรถของครอบครัว หรือรถส่วนตัวเพื่อประกอบธุรกิจ รวมถึงผู้บริโภคทุกคนที่ใช้รถทั้งเพื่อการทำงานและการท่องเที่ยวพักผ่อน” ฮูร์เวก กล่าว

●   ทั้งนี้ ระเบียบการทดสอบล่าสุดของ ANCAP นับว่ามีความเข้มงวดที่สุดเท่าที่เคยมีมา เช่น ความเร็วของการทดสอบชนจากด้านข้างเพิ่มขึ้นเป็น 60 กม./ชม. (จาก 50 กม./ชม.) ในขณะที่น้ำหนักของรถพ่วงที่พุ่งชนเพิ่มขึ้นเป็น 1,400 กก. (จาก 1,300 กก. ) การทดสอบระบบปกป้องความปลอดภัยก่อนเกิดการชนมีมากขึ้น (เมื่อเทียบกับปี 2018) ทำให้ยากต่อการได้รับคะแนนระดับ 5 ดาว และยังมีการทดสอบประสิทธิภาพของระบบ AEB ระหว่างยานพาหนะและผู้โดยสารบริเวณทางแยก ซึ่งกล้องมุมกว้างรุ่นใหม่ของเรนเจอร์ และเอเวอเรสต์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รถได้คะแนนสูงในการทดสอบระบบปกป้องความปลอดภัยก่อนเกิดการชนของ ANCAP

●   เอียน ฟอสตัน (Ian Foston) หัวหน้าวิศวกรแพลตฟอร์ม ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ กล่าวว่า “ฟอร์ดรู้ว่าผู้ใช้รถให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากเพียงใด เราอยากให้ลูกค้ามั่นใจว่าฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ พร้อมดูแลผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคนในรถ”

●   “ในระหว่างการพัฒนาฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ เจเนอเรชันใหม่ เราจึงทดสอบการชนมากมายทั้งในออสเตรเลีย อเมริกาเหนือ และยุโรป เพื่อให้ครอบคลุมกฎระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานสาธารณะ (เช่น NCAP) รวมถึงข้อกำหนดของเราเองที่หลายครั้งมีความเข้มงวดมากกว่ามาตรฐานที่หน่วยงานภาครัฐในหลายๆ ประเทศบังคับใช้ เพราะฟอร์ดต้องการมอบความปลอดภัยที่ดีเยี่ยมในฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์” เอียน กล่าว

●   “ทีมความปลอดภัยทั้งหมดของฟอร์ด รวมถึงหุ่นยนต์เรย์ โรซี และโรแบร์โต ทำงานอย่างทุ่มเทเพื่อส่งมอบเทคโนโลยีช่วยขับขี่ที่ล้ำสมัย และได้มาตรฐานตามที่ผู้ใช้รถยุคใหม่คาดหวัง” เอียน กล่าวสรุป     ●

หมายเหตุ :

1. ระบบช่วยขับขี่ต่าง ๆ เป็นเพียงระบบช่วยเหลือเท่านั้น แต่ไม่ได้แทนที่ผู้ขับขี่ใส่ใจและตัดสินใจในการขับขี่ ระบบดังกล่าวอาจไม่ทำงานในบางสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับอัตราความเร็วในการขับขี่ ลักษณะการขับขี่ สภาพถนน หรือสภาพอากาศ โปรดศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขการทำงานของระบบต่างๆ ในคู่มือผู้ใช้รถ

2. อุปกรณ์มาตรฐานและคุณสมบัติอาจแตกต่างไปจากรถรุ่นที่จำหน่ายในประเทศของท่าน รายละเอียดด้านคุณสมบัติของรถจะเปิดเผยเมื่อมีการให้เปิดจองและจำหน่ายอย่างเป็นทางการ