November 9, 2022
Motortrivia Team (8264 articles)

Toyota bZ4X คอมแพคท์ ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า เปิดตัวในประเทศไทย

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   โตโยต้า เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่รุ่นแรกในประเทศไทย Toyota bZ4X รถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพคท์รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในตลาดโลกไปเมื่อช่วงกลางปี 2022 ที่ผ่านมา ตัวรถพัฒนาขึ้นภายใต้รหัส bZ หรือ “Beyond Zero” ซึ่งรหัสนี้จะถูกนำไปใช้กับรถใหม่ 7 รุ่นใหม่ในอนาคตเพื่อสื่อถึงสถานะของรุ่นรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่

●   bZ4X เป็นรถที่โตโยต้าพัฒนามาจากรถต้นแบบ Toyota bZ4X Concept ในปี 2021 คันจริงพัฒนาคู่กันกับ Subaru Solterra ซึ่งเป็นรถรีแบดจ์ของ bZ4X ทั้งคู่ผลิตขึ้นบนแพลทฟอร์ม e-TNGA ซึ่งนับเป็นแพลทฟอร์มย่อยรุ่นใหม่ในกลุ่ม Toyota New Global Architecture (TNGA) ที่ได้รับการดัดแปลงมาเพื่อผลิตรถยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยเฉพาะ ความยาวตัวรถอยู่ที่ 4,690 มม. กว้าง 1,860 มม. สูง 1,650 มม. ระยะฐานล้อ 2,850 มม. น้ำหนักตัว 2,275 กก.

●   อุปกรณ์มาตรฐานในห้องโดยสารมี มาตรวัดดิจิทัลแบบ LED ขนาด 7 นิ้ว, จอทัชสกรีนแสดงผลระบบ Toyota Audio Multimedia ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto แบบไร้สาย หรือ Apple CarPlay แบบไร้สาย และรองรับคำสั่งเสียงเริ่มต้น “Hey, Toyota”, ถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สายมาตรฐาน Qi, ชุดเครื่องเสียง JBL® Premium Audio System พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง, ระบบปรับอากาศแบบดูอัลโซน, ชุดไฟแอมเบียนท์สร้างบรรยากาศ, พอร์ท USB-A 1 ตำแหน่ง, พอร์ท USB-C 4 ตำแหน่ง และรองรับการใช้งาน Digital Key

●   bZ4X มาพร้อมบริการ T-Connect แบบใหม่ล่าสุด ผ่านแอพฯ T-Connect โดยมีฟังก์ชันใหม่ 4 แบบ ประกอบด้วย [1] Battery remaining : ตรวจสอบปริมาณคงเหลือในแบตเตอรี่แพค พร้อมลิงค์ไปยังแผนที่เพื่อค้นหาสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด [2] Charging Station POIs : ฟังก์ชั่นต้นหาและนำทางไปยังสถานีชาร์จ รวมถึงการค้นหาตำแหน่งสถานีชาร์จทั่วประเทศบน Google Map

●   ต่อด้วย [3] SOS Roadside & Accident : บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม. อาทิ บริการรถสไลด์ไปยังสถานีชาร์จที่ใกล้ที่สุด หรือไปยังศูนย์บริการของโตโยต้า* พร้อมประสานงานประกันภัย, รถพยาบาล หรือในกรณีรถเสียอื่นๆ เช่น ยางรั่ว, แบตเตอรี่หมด หรือลืมกุญแจไว้ในรถ เป็นต้น และ [4] Blue Line : บริการสายด่วน Exclusive Line เฉพาะผู้ขับ bZ4X เท่านั้น โดยบริการนี้จะให้ความช่วยเหลือด้านข้อมูลรถ เช่น วิธีการใช้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของรถ หรือปัญหาทางเทคนิคอื่นๆ เป็นต้น

*เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทฯ กำหนด

ระบบขับเคลื่อนมาเฉพาะรุ่นท๊อป AWD

●   สำหรับระบบขับเคลื่อน บ้านเราจะทำตลาด bZ4X ด้วยรุ่นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ All-wheel drive เท่านั้น (ตลาดโลกมีรุ่น มอเตอร์เดี่ยว / ขับหน้า เป็นอีกหนึ่งทางเลือก) ตัวรถใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบกระแสสลับ แม่เหล็กถาวร แยกหมุนเพลาหน้า/หลัง ส่งกำลังด้วย e-Axle ซึ่งเป็นชุดระบบส่งกำลังไปยังเพลาโดยตรง ออกแบบให้ควบรวมมอเตอร์ไฟฟ้า, เกียร์ และอินเวอร์เตอร์เอาไว้ในหน่วยเดียวกัน ผลงานของบริษัทร่วมทุน Aisin และ Denso ในนาม BluE Nexus

●   bZ4X เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิดลิเธียม-ไออน ความจุ 71.4 กิโลวัทท์-ชม. เสริมความปลอดภัยในการลุยน้ำด้วยฉนวนหุ้มระบบไฟฟ้าแรงดันสูงกันน้ำ 3 ชั้น พร้อมระบบล็อคข้อต่อสายไฟ 2 ชั้น ป้องกันน้ำรั่วซึมเข้าถึงระบบไฟฟ้าแรงดันสูง กำลังสูงสุดผลิตได้ 218 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 34.2 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.9 วินาที ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้สูงสุดประมาณ 411 กม. จากการทดสอบตามมาตรฐาน WLTC ของยุโรป ชาร์จเร็วจาก 0 – 80% ภายใน 30 นาที

●   ระบบบังคับเลี้ยวเป็นแบบไฟฟ้า Steer-by-wire ซึ่งติดตั้งใน bZ4X เป็นรุ่นแรก รัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.7 เมตร เพิ่มความสะดวกด้วยฟังก์ชั่น Single pedal drive ควบคุมรถโดยใช้แป้นคันเร่งเพียงแป้นเดียว… อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อด้วยโหมดในการขับใหม่ X-MODE (เทคโนโลยีเดียวกับรถในเครือซูบารุ) ตัวระบบจะทำหน้าที่ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์, ระบบ AWD และเบรค ให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อตรวจพบอาการลื่นไถลของล้อ

●   ชุดระบบความปลอดภัยรุ่นใหม่ล่าสุด Toyota Safety Sense™ 3.0 (TSS) มีอาทิ ระบบ Pre-Collision System with Pedestrian Detection เตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน จักรยาน มอเตอร์ไซด์ และรถที่ตัดหน้า, ระบบ Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติโดยใช้เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้า, ระบบ Lane Departure Alert เตือนให้ผู้ขับรักษารถอยู่ในเลน, ระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน

●   ต่อด้วยระบบ Proactive Driving Assist คาดการณ์ความเสี่ยงตามสถานการณ์การขับ เช่น คนเดินเท้าข้ามถนน หรือรถอาจจะไม่สามารถควบคุมได้ และช่วยสนับสนุนผู้ขับเพื่อไม่ให้เข้าใกล้อันตรายมากเกินไป โดยตัวระบบจะช่วยลดความเร็วตามรถคันข้างหน้า หรือทางโค้งข้างหน้า และลดความจำเป็นในการเปลี่ยนการเหยียบแป้นบ่อยครั้ง และระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Inteligont Parking Assist ซึ่งใช้ความสามารถของกล้อง 4 ตัว และเซ็นเซอร์ 12 จุด

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้ามุ่งบรรลุพันธกิจสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2593 หากแต่โลกที่เราอาศัยอยู่นั้น เต็มไปด้วยความหลากลาย ทั้งยังเป็นยุคสมัยที่ยากจะคาดเดาอนาคตได้ ดังนั้นโตโยต้าจึงเตรียมทางเลือกของเทคโนโลยีให้มากที่สุด เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการอันหลากหลายของลูกค้โตโยต้าทั่วโลก”

●   “ทั้งนี้ โดโยต้าได้ริเริ่มหลักการเตรียมความพร้อมในหลากหลายทางเลือก หรือ Muli Pathway Approach เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยนำเสนอหลากหลายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฮบริด HEV: Hybrid Electric Vehicle, รถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด PHEV: Plug-in Hybrid Electric Vehicle, รถยนต์แบตเตอรี่ไฟฟ้า BEV: Battery Electric Vehicle และsถยนต์ไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงที่ใช้พลังงานไฮโดรเจน หรือ FCEV: Fuel Cell Electic Vehicle รวมถึงทางเลือกด้านเทคโนโลยีอื่นๆ ภายใต้หลักการเพื่อมุ่งสร้างความสุขผ่านการขับเคลื่อนสำหรับทุกคน Mobily for all โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง Leave No One Behind”

ดร.สุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   “ในโอกาสครบรอบ 60 ปีการดำเนินงานของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เราได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากกระบวนการต่างๆ หรือ Carbon Footprint เริ่มจากการบุกเบิกยนตรกรรมไฟฟ้าระบบไฮบริดใน Toyota Camry ในทศวรรษที่ผ่านมา และได้นำเสนอรถอีกหลายรุ่นที่ใช้เทคโนโลยีไฮบริด โดยรถเหล่านั้นมีส่วนช่วยลดการปล่อยมลพิษได้อย่างมาก ปัจจุบันยอดจำหน่ายรถไฟฟ้าของโตโยต้าในประเทศไทยกว่า 150,000 คัน ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดซ์ออกไซค์กว่า 800,00 ตัน หรือเทียบเท่ากับพื้นที่ 97,000 ไร่ หรือต้นไม้กว่า 2.4 ล้านต้น ภายใต้หลักการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง เพื่อบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน”

●   “วันนี้ เรามีความยินดีที่จะแนะนำ Toyota bZ4X รถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ไฟฟ้ารุ่นแรกที่จำหน่ายภายใต้แบรนด์โตโยต้า รถรุ่นนี้จะเข้าร่วมนโยบายส่งเสริมโครงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นนโยบายของทางภาครัฐ เพื่อส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย”

คุณจักรกฤษณ์ รัตนกำเนิด รองผู้อำนวยการโครงการฝ่ายบริหารการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

●   “ด้านการบริการ เราพร้อมรองรับการบริการรถยนต์ไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ด้วยเครื่องมือต่างๆ ตลอดจนทีมช่างกว่า 3,500 คน และ BEV Master Technician กว่า 920 คน นอกจากนั้นในเดือนธันวาคม 2565 เราวางแผนอบรมคณาจารย์จากวิทยาลัยเทคนิคที่ร่วมโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ (T-TEP) ทั้ง 19 สถาบัน เพื่อกระจายความรู้ให้กับ
นักศึกษาและชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ และเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ขับในกรณีฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย เรามีแผนอบรมความรู้แห่หน่วยงานต่างๆ อาทิ หน่วยงานกู้ภัย หรือตำรวจจราจร เป็นต้น”

●   “และจากสถานการณ์การผลิตที่มีจำนวนจำกัดทั่วโลกในปัจจุบัน เราจึงจำเป็นต้องเปิดการจองให้ลูกค้าทั่วไปผ่านช่องทาง Online เท่านั้น และสำหรับลูกค้าองค์กรที่มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก ลดการปล่อยคาร์บอน เรายินดีเสนอบริการ Full service / ease โดยสามารถติดต่อได้ที่ฝ่ายขายลูกค้ารายใหญ่ของบริษัทโดยตรง”

ราคาจำหน่าย

●   bZ4X เลือกสีภายนอกได้ 6 สีระหว่าง เทา Precious Metal Black roof, เงิน Precious Silver Black roof, แดง Emotional Red Black roof, ขาวมุก Platinum White Pearl Black roof, น้ำเงิน Dark Blue Black roof หรือดำล้วน Black ส่วนสีภายในมี 2 โทนสี ประกอบด้วยโทนสีเข้ม Black หรือโทนสีอ่อน Natural Chic

●   ราคาจำหน่ายเปิดออกมาที่ 1,836,000 บาท

●   สิทธิพิเศษ* : รับประกันแบตเตอรี่แพค 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน, แพคเกจขยายการรับประกันจาก 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร เป็น 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน พร้อมฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี 10,000 – 100,000 กิโลเมตร, บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside service 5 ปี และส่วนลด Wall Charger มูลค่า 30,000 บาท

●   สำหรับบริการ KINTO จากโตโยต้า ลีสซิ่ง ผู้ที่ไม่อยากวุ่นวายยังคงสามารถใช้ Toyota bZ4X ได้โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของผ่านบริการ Onine KINTO ONE ไม่ต้องดาวน์ ไม่มีภาระ สามารถสมัคร และส่งเอกสารง่ายๆ ผ่านช่องทาง Online : www.kinto-th.com พร้อมบริการครบวงจรแบบ Full Service ฟรี ค่าบำรุงรักษาและเปลี่ยนอุปกรณ์วัสดุสิ้นเปลืองทุกรายการ, ฟรี บริการพิเศษช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม., ฟรี บริการรถทดแทนระหว่างซ่อม และฟรี ประกันภัยชั้น 1 จากโตโยต้าแคร์

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงจองสิทธิ์ได้ที่ URL : store.toyota.co.th/register/bz4x ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Toyota Contact Center โทร. 1486 หรือ facebook.com/toyotamotor.th หรือแอด LINE : @Toyota Thailand ส่วนผู้ที่ต้องการทดลองขับ bZ4X เชิญได้ที่ Toyota ALIVE Space บางนา กม. 3 ตั้งแต่ 9 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป       ●

*เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทฯ กำหนด

Grand Opening : 2023 Toyota bZ4X