February 27, 2023
Motortrivia Team (10191 articles)

Mitsubishi Xpander Cross เพิ่มความทันสมัย เติมความคุ้มค่า

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

●   ทิ้งช่วงหลังการเปิดตัวแค่ 7 วัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ก็จัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับ Xpander Cross รุ่นใหม่ ภายนอกดุดันคมเข้มขึ้นด้วยชุดแต่งสไตล์ออฟโรด เน้นความเป็นเอสยูวีที่มีความหรูหราประณีต สะดวกสบายเอนกประสงค์ และมีการขับที่ดี ผสมผสานข้อดีของ MPV และ SUV เพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานได้หลายรูปแบบทั้งในเมืองและการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ภายในปรับปรุงใหม่พร้อมเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐาน คงความเอนกประสงค์ด้วยเบาะ 7 ที่นั่ง ปรับเปลี่ยนได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์ไม่เปลี่ยนแปลง เบนซิน 1.5 ลิตร 105 แรงม้า เน้นความคุ้มค่าด้วยราคา 946,000 บาท

ปรับรูปลักษณ์ใหม่ทันสมัยยิ่งขึ้น

●   Xpander Cross ได้รับการปรับโฉมใหม่รอบคันพร้อมชุดแต่งเฉพาะรุ่น Cross Design เริ่มจากด้านหน้าติดตั้งกระจังหน้าทรงไดนามิคชิลด์เหลี่ยม ประกบด้วยไฟหน้าแบบใหม่ T-Shape LED และไฟ DRL ใหม่ เปลี่ยนทรงกันชนหน้าทรงแกร่งสไตล์ออฟโรด พร้อมไฟตัดหมอก LED ด้านข้างเสริมบุคลิกรถให้ดูแข็งแกร่งยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มโป่งล้อสีดำด้าน รับกับสเกิร์ตข้างสีเดียวกัน พร้อมตกแต่งด้วยคิ้วสีเมทัลลิก ล้อขนาด 6.5×17 นิ้ว ยาง 205/55/17 ถ้าเพิ่มเงิน 20,000 บาท จะได้สีตัวถังทูโทน ขาว-ดำ หรือ เขียว-ดำ ดูเท่ไปอีกแบบ บนหลังคาติดตั้งราวหลังคาสีดำ กันชนท้ายทรงแกร่งเช่นเดียวกับด้านหน้า พร้อมไฟท้ายแบบ LED รูปลักษณ์โดยรวมผสมผสานทั้งความล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และดูบึกบึนพร้อมลุย วัสดุที่ใช้ตกแต่งภายนอกดูมีคุณภาพดี น่าจะใช้งานได้ทนทาน และการประกอบก็ดูประณีตสวยงาม

●   มิติตัวรถมีความยาว 4,595 มิลลิเมตร (ยาวขึ้น 95 มิลลิเมตร) กว้าง 1,790 มิลลิเมตร (แคบลง 10 มิลลิเมตร) สูง 1,750 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,775 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหน้า/หลัง 1,520/1,510 มิลลิเมตร ระยะยื่นหน้าหลัง 900/920 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 220 มิลลิเมตร วงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร

เอนกประสงค์บนความเรียบง่ายแต่ทันสมัย

●   ภายในห้องโดยสารของ Xpander Cross ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่หลายจุด เน้นความเงียบด้วยการเพิ่มวัสดุซับเสียงและฉนวนกันเสียงรอบห้องโดยสาร รวมทั้งผนังห้องเครื่องยนต์ และฉนวนกันเสียงใต้ฝากระโปรงหน้า ออกแบบด้วยแนวคิด Horizontal Axis เพื่อให้ผู้ขับใช้งานสะดวกจากความเรียบง่ายโปร่งสบาย แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัย และให้อุปกรณ์มาตรฐานที่รองรับการใช้งานตามประเภทรถได้อย่างครบถ้วน ตกแต่งด้วยเบาะหนังที่มีคุณสมบัติสะท้อนความร้อนสีทูโทน ดำ-น้ำเงิน Black-Navy Blue จัดวางสวิตช์ควบคุมระบบต่างๆ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 4 ก้านหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ ใช้ร่วมกับรุ่นใหญ่อย่างปาเจโร่สปอร์ต มีสวิตช์ควบคุมความเร็ว สวิตช์ควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์

●   อีกจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือ ชุดมาตรวัด LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ รวมทั้งจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่ 9 นิ้ว รองรับ Bluetooth และการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto มีช่องเชื่อมต่อแบบ USB-A และ USB-C สำหรับเบาะแถว 2 ซึ่งน่าจะได้ใช้งานบ่อย รวมทั้งช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ สำหรับเบาะแถวหน้าและแถว 3 อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่เหมาะกับรถเบาะ 3 แถวก็คือ ระบบปรับอากาศด้านหลังแบบแยกอิสระพร้อมสวิตช์ควบคุม อุปกรณ์อื่นๆ ก็ให้มาค่อนข้างดี เช่น ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ, เบรกมือไฟฟ้าพร้อม Brake Auto Hold, เพิ่มกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และแอร์ดิจิตอล เพิ่มแผ่นกรองอากาศ PM 2.5

●   จากการทดลองนั่งเบาะหน้าและทดลองขับ พบว่าว่าทัศนวิสัยรอบคันค่อนข้างโปร่งสบาย พวงมาลัยปรับได้ 4 ทิศทาง และเบาะผู้ขับปรับระดับได้ ทำให้ผู้ขับอยู่ในตำแหน่งท่าขับที่ถูกต้องและสะดวกสบายได้ในเวลาเดียวกัน แต่โดยส่วนตัวแล้วอยากให้เบาะผู้ขับสูงขึ้นอีกนิด เบาะคู่หน้านั่งได้สบาย รองรับสรีระได้ดี ไม่ได้นุ่มนิ่มแบบนั่งแล้วจมลงไป ฟองน้ำมีความแข็งพอเหมาะ ทำให้กระจายแรงกดได้ดี นั่งนานๆ แล้วไม่เมื่อยก้น เลือกใช้วัสดุค่อนข้างดี โดยเฉพาะในจุดที่เห็นได้ชัดหรือต้องสัมผัสบ่อยๆ ห้องโดยสารด้านหน้าจึงให้ความรู้สึกหรือสภาพแวดล้อมที่ดีเกินราคารถ ส่วนเบาะแถว 2 และ 3 ถ้ามีโอกาสจะขอยืมรถมาทดลองขับอีกครั้ง

●   การเก็บเสียงทำได้ดีสมความตั้งใจ ทั้งจากเสียงลมปะทะ เสียงยาง และเสียงเครื่องยนต์เมื่อลากรอบสูง ขับความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แทบไม่ได้ยินเสียงลมปะทะ ขับบนผิวถนนที่ไม่ค่อยดีนัก เสียงยางก็ไม่ได้ดังน่ารำคาญ ลองลากรอบสูงแล้วเสียงเครื่องยนต์ก็ดังในระดับที่พอรับได้ การประกอบแน่นหนาและเก็บงานได้ดี สังเกตจากช่วงขับรูดบนทางขรุขระกึ่งออฟโรด ภายในห้องโดยสารไม่มีเสียงก๊อกแก๊กกวนใจ

●   มาตรวัด LCD ขนาด 8 นิ้ว ปรับเปลี่ยนการแสดงผลได้ 3 รูปแบบ ควบคุมด้วยปุ่มบนพวงมาลัยฝั่งซ้าย ใช้งานง่ายลองเล่นไม่นานก็คล่องแทบไม่ต้องละสายตาจากถนน ส่วนจอกลางระบบสัมผัสขนาดใหญ่สะใจ 9 นิ้ว ตอบสนองการทำงานได้รวดเร็วลื่นไหลดี เชื่อมต่อ Apple CarPlay ด้วยสาย USB-A ของแท้เท่านั้น ทริปนี้หยิบสายไปผิดเส้นเลยไม่ได้ใช้งาน Google Map ถ้าระบบรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายได้ก็หมดปัญหา ส่วนช่องเชื่อมต่อสำหรับชาร์จไฟฟ้าทั้ง USB และ 12 โวลต์ มีให้เพียงพอไม่ต้องแย่งกัน

●   ความกว้างขวางที่โดยเฉพาะเบาะแถว 2 ที่มิตซูบิชิเคลมว่ากว้างที่สุดในคลาส ก็น่าจะไม่เกินความจริงนัก เพราะได้ลองนั่ง 3 คนบนเบาะแถว 2 ในระยะทางสั้นๆ จากสนามบินไปที่พัก ผู้ใหญ่ 3 คน ก็ยังพอนั่งได้ แต่ต้องสลับฟันปลากันพิง หรือไม่ก็ใช้การเอียงตัวช่วยบ้างเล็กน้อย ส่วนเรื่องการกระจายความเย็นนั้นหายห่วง เพราะบนเพดานเบาะแถว 2 มีช่องแอร์พร้อมสวิตช์ปรับ เป็นแอร์แยก ไม่ใช่แค่ตัวดูดลมจากด้านหน้าแล้วเป่าไปด้านหลัง จึงเย็นฉ่ำทั่วถึงพอดีทั้งคัน ไม่ใช่ข้างหน้าหนาว ข้างหลังร้อน

เครื่องยนต์เน้นความราบเรียบนุ่มนวล

●   เครื่องยนต์เดิม 4A91 เบนซิน 4 สูบ DOHC MIVEC 16 วาล์ว 1,499 ซีซี กระบอกสูบ 75.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 84.8 มิลลิเมตร กำลังอัด 10.0:1 กำลังสูงสุด 77 กิโลวัตต์ หรือ 105 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 141 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที รองรับ E20 ถังน้ำมันจุ 45 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ CVT Eco-Dynamic CVT อัตราทดเท่าเดิมทั้งเกียร์เดินหน้า ถอยหลัง และเฟืองท้ายเบอร์ 5.698

●   คันที่ทดลองขับนั่งกัน 4 คนรวมผู้ขับกับสัมภาระประจำตัว ช่วงแรกและช่วงที่ 2 เพื่อนรับหน้าที่เหมาขับเพราะเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นลงเขา เพื่อนกลัวเมารถเลยต้องขับเอง ช่วงทางราบ ลองปั้นตัวเลขอัตราสิ้นเปลือง ทำได้ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าทำได้ดีสำหรับเครื่องยนต์ที่ไม่ได้เด่นเรื่องอัตราสิ้นเปลือง และเมื่อเริ่มขึ้นทางชันตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองก็ลดลงตามสัดส่วน

●   ลองขับเองรู้สึกว่าอัตราเร่งช่วงออกตัวทำได้ดีกว่าที่คิด โดยเฉพาะถ้าเป็นการกดคันเร่งต่อเนื่อง แต่ถ้าผ่อนคันเร่งแล้วกดซ้ำอย่างนุ่มนวลเพราะไม่ต้องการให้เกียร์คิ๊กดาวน์ ในบางจังหวะรู้สึกว่าเกียร์ตอบสนองช้าไปนิด เข้าใจว่าน่าจะเซตเกียร์มาเพื่อการขับที่นุ่มนวลเป็นหลัก ขับความเร็วนิ่งๆ แล้วลองเข้าโหมดสปอร์ตด้วยการกดปุ่มที่หัวเกียร์ รอบเครื่องยนต์ก็ยังนิ่งๆ เท่าเดิม จนกว่าจะมีการเติมคันเร่งเล็กน้อย รอบจึงจะตวัดสูงขึ้นกว่าโหมดปกติที่ความเร็วเท่ากัน เกียร์น่าจะอ่านพฤติกรรมจากคันเร่งที่นิ่งๆ ว่ายังไม่ต้องการเร่งหรือเพิ่มความเร็ว ก็เลยไม่ได้ขยับรอบขึ้นสูงให้ ช่วงลงเนินชันลองดึงเกียร์มาที่ตำแหน่ง L เพื่อลดภาระของเบรก เกียร์ก็ไม่ได้ฉุดมากนัก แต่จะพยายามปรับการหน่วงให้รอบเครื่องยนต์ไม่สูงเกินไป ทางลาดลงองศาไม่มากนัก รอบเครื่องยนต์จะอยู่แถวๆ 4,000 รอบต่อนาที ต้องแตะเบรกเบาๆ ช่วยบ้าง แต่ก็ลดการใช้เบรกไปได้พอสมควร

ระบบกันสะเทือนพร้อมลุยเล็กๆ

●   ไฮไลต์ของการทดลองขับครั้งนี้ คงจะหนีไม่พ้นการขับบนทางฝุ่นในไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์ค จังหวัดเชียงราย จะได้ทดลองระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งใหม่อย่าง AYC หรือ Active Yaw Control ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง ทำงานร่วมกับระบบเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น ASC -Active Stability Control ระบบควบคุมเสถียรภาพการตรงตัว, HSA – Hill Start Assist ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน และ TCL – Traction Control System หรือระบบป้องกันการลื่นไถล TCL ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะทางเรียบเท่านั้น

●   Xpander Cross ใช้ระบบกันสะเทือนหน้าอิสระ แม็กเฟอร์สันสตรัต พร้อมเหล็กกันโคลงและเหล็กค้ำหัวช๊อกฯ ส่วนด้านหลังทอร์ชั่นบีม เพิ่มขนาดช๊อกฯ หลัง เพิ่มความสะดวกสบาย ลดการโคลงตัวของรถ พวงมาลัยแร็คแอนด์พิเนียน EPS เพาเวอร์ไฟฟ้า เบรกหน้าดิสก์หลังดรัม พร้อม ABS, EBD และ BA ระบบกันสะเทือนชุดนี้ให้ความรู้สึกหนักแน่นดี แม้ตัวรถจะเป็นแบบกึ่งยกสูงแต่เท่าที่ลองเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงเกินปกติไปบ้าง ตัวรถก็ยังเกาะไล่ไปตามโค้งได้ดี มีการเอียงไม่มากนักและเอียงแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่วูบวาบ บนทางเรียบตรงใช้ความเร็วสูงได้อย่างมั่นใจ เพียงพอกับการใช้งานและตรงกับประเภทรถที่เน้นใช้งานแบบครอบครัว แต่โดยส่วนตัวแล้วก็ยังอยากได้ช่วงล่างที่หนึบกว่านี้อีกนิด

●   พวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้ามีการตอบสนองที่ดี แม่นยำรวดเร็วและไม่วูบวาบ แปรผันการผ่อนแรงได้สอดคล้องกับความเร็ว ขับช้าเบาสบาย ขับเร็วหนืดแน่นไม่เบาหวิว ระบบเบรกหน้าดิสก์หลังดรัม แม้จะสร้างแรงเบรกได้ดี แต่ต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับรถบ้าง เพราะดูเหมือนต้องใช้แรงเหยียบค่อนข้างเยอะ ถ้าแตะเบรกเบาๆ เหมือนรถจะไหลต่อจนต้องเพิ่มแรงเบรก

●   ช่วงที่ขับบนทางฝุ่น ช่วงล่างที่โดยส่วนตัวรู้สึกว่านุ่มไปนิด กลับส่งผลดีในแง่การดูดซับแรงสั่นสะเทือน มีช่วงการยืดยุบตัวค่อยข้างเยอะ ทำให้ขับทางวิบากได้นุ่มนวล ไม่กระแทกในจังหวะยุบ และไม่กระชากในจังหวะยืด ยางขนาด 205/55 R17 แก้มไม่สูงมาก แต่ยังพอลุยได้เล็กน้อย เสียงการทำงานของช่วงล่างออกไปทางหนักแน่น เช่นเดียวกับความรู้สึกที่ส่งผ่านพวงมาลัยมาถึงมือ แม้จะลุยได้จริง แต่ถ้าเบาได้ก็ควรจะเบาเพื่อความทนทานในระยะยาว

●   ช่วงทางฝุ่นมีสเตชั่นให้ลองระบบ TCL โดยจอดสนิทบนเนินชันพื้นผิวเป็นฝุ่นดิน จากนั้นเหยียบคันเร่งออกตัวไปตามปกติ ระบบจะทำงานเองเมื่อล้อใดล้อหนึ่งมีการหมุนฟรี รถไต่ขึ้นเนินไปได้สบายๆ แทบไม่ต้องใช้ความสามารถใดๆ ลองแกล้งรถด้วยการกดคันเร่งหนักๆ รถก็ยังไต่ขึ้นเนินได้อย่างต่อเนื่องเป็นแนวตรง ไม่มีปัดเป๋ พวงมาลัยนิ่งตรงไม่ดึงซ้ายขวา

●   อีกระบบที่ต้องกัดฟันลองคือ AYC เป็นสเตชั่นให้สาดโค้งซ้ายบนทางฝุ่น กดคันเร่งใช้ความเร็วตามที่กำหนด แล้วไปกดคันเร่งเพิ่มในโค้ง ในบางจังหวะรู้สึกว่าระบบช่วยเบรกให้ที่ล้อหน้า มีเสียงคล้าย ABS ทำงาน รถไม่มีอาการลื่นไถลแหกโค้งหรือ Understeer แต่ในความเป็นจริงคงไม่มีใครสาดโค้งแรงขนาดนั้นในรถที่มีคนในครอบครัวนั่งไปด้วย ระบบน่าจะทำไว้เผื่อเผลอหรือกรณีฉุกเฉินมากกว่า AYC มีการทำงาน 5 ระดับ ถ้าทำถึงระดับ 5 แล้วรถยังไม่กลับมาอยู่ในการควบคุม ก็ยังมีระบบ ASC -Active Stability Control ที่จะเข้ามารับงานต่อ เพื่อรักษาเสถียรภาพของรถ

●   รถรุ่นนี้รองรับกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย สำหรับครอบครัวเล็กที่กำลังมองหารถ 7 ที่นั่ง คันไม่ใหญ่ ไม่แพงทั้งราคารถ เซอร์วิส และประกันภัย ขับได้ทั้งในเมือง ทางไกล และทางฝุ่น หรือผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ส่วนตัวที่ใช้งานเอนกประสงค์ รถรุ่นนี้ก็น่าสนใจเช่นกัน เพราะมิติรถพอๆ กับเก๋ง พื้นที่ภายในกว้างขวางตามแบบฉบับทรงรถ 5 ประตู ช่วงล่างที่ยกสูงช่วยลดความกังวลเรื่องสภาพถนนหรือเนินชันต่างๆ เมื่อใช้งานในเมือง เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี 105 แรงม้า อยู่กลางๆ ทั้งในด้านสมรรถนะและความประหยัด

●   Xpander Cross รุ่นใหม่ มีรุ่นย่อยเดียว ราคาเปิดตัว  946,000 บาท เพิ่มขึ้น 7,000 บาท จากรุ่นก่อนปรับโฉม ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับอุปกรณ์ที่ได้เพิ่มเติม ถ้าอยากได้ตัวถังสีขาวหรือสีเขียว Green Bronze ซึ่งเป็นสีใหม่ ต้องจ่ายเพิ่ม + 10,000 บาท และถ้าอยากได้สีทูโทน ขาว-ดำ หรือ เขียว,ดำ จ่ายเพิ่ม 20,000 บาท อุ่นใจด้วยการรับประกัน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมประกันภัยชั้น 1 บริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง 02-039-5785 และคอลเซ็นเตอร์ 02-079-9500         ●

ขอบคุณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

Group Test : 2023 Mitsubishi Xpander Cross