March 19, 2023
Motortrivia Team (8768 articles)

Toyota พาชม Fuji Motorsports Museum

เรื่อง -ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●   ระหว่างวันที่ 13-17 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พาสื่อมวลชนสัมผัสอากาศหนาวที่ประเทศญี่ปุ่น ชมความงดงามของแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ โดยมีไฮไลท์อยู่ที่การเข้าชมพิพิธภัณฑ์มอเตอร์สปอร์ต Fuji Motorsports Museum ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ภูเขาไฟฟูจิและสนามแข่งรถชื่อดังอย่าง ฟูจิ สปีดเวย์ ภายในมีการแบ่งยุคสมัยของพัฒนาการด้านมอเตอร์สปอร์ต และประเภทของการแข่งรถไว้อย่างชัดเจน พร้อมจัดแสดงรถแข่งในยุคนั้นๆ ให้ได้ชมอย่างใกล้ชิด

●   ด้านในพิพิธภัณฑ์ต้อนรับโดยรถแข่ง Toyota 7 โครงการความรวมมือระหว่างโตโยต้ากับยามาฮ่าในช่วงกลางทศวรรษ 1960 เพื่อแข่งขันรายการ Japan Grand Prix และ Can-Am ซีรีส์ เสร็จสิ้นเป็นรถแข่งคันจริงในปี 1970 มีกำลัง 800 แรงม้า ต่อเนื่องด้วยการจัดแสดงรถแข่งรุ่นสำคัญในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต เริ่มจากช่วงก่อนสงครามโลกจนถึงยุคใหม่ๆ

Toyopet Racer รถแข่งที่เกิดจากความเชื่อมั่น

●   คิอิจิโระ โตโยดะ (Kiichiro Toyoda) ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัทโตโยต้า มีแผนอันยิ่งใหญ่ที่จะบุกเบิกอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นด้วยการเข้าร่วมในกีฬามอเตอร์สปอร์ต มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าโตโยต้ามีส่วนร่วมในการแข่งขัน Round Australia Rally ในปี 1957 แต่จากเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ปรากฏว่าก่อนหน้านั้น Kiichiro มีโครงการที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอยู่ในใจ นั่นคือ Toyopet Racer รถแข่งแฮนด์เมดใช้แชสซีส์แบบบันไดและเกียร์ของรถเก๋ง Toyopet รุ่น SD ปี 1949 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Type S สี่สูบ 995 ซีซี 27 แรงม้า

Panhard et Levassor Type B2 ปี 1899

●   รถแข่งสัญชาติฝรั่งเศสคันแรกที่ชนะการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตใช้เครื่องยนต์ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4 สูบ 3,562 ซีซี 12 แรงม้า ที่ 750 รอบต่อนาที ตัวรถมีความยาว 3,193 มิลลิเมตร กว้าง 1,875 มิลลิเมตร สูง 2,480 มิลลิเมตร ฐานล้อ 1,980 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,281 กิโลกรัม

●   Panhard et Levassor เป็นบริษัทรถที่เก่าแก่ที่สุดในฝรั่งเศส เปิดตัวระบบ FR ครั้งแรกในปี 1981 FR หรือ Front-Engine, Rear-Drive จัดเรียงคลัตช์และระบบถ่ายทอดกำลังไว้ด้านหลังเครื่องยนต์ ขับเคลื่อนล้อหลังด้วยโซ่ และระบบดิฟเฟอเรนเชียลแบบกลไก นับเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนารถยนต์ยุคใหม่

Thomas Flyer Model L ปี 1909

●   รถยนต์อเมริกันที่มีความโดดเด่นเรื่องความเชื่อถือได้และความทนทาน ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ระบายความร้อนด้วยน้ำ 4,377 ซีซี 40 แรงม้า ตัวรถมีความยาว 4,112 มิลลิเมตร กว้าง 1,681 มิลลิเมตร สูง 2,155 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,096 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,312 กิโลกรัม Thomas Flyer พิสูจน์ความทนทานด้วยการคว้าชัยชนะจากการแข่งขันขับ New York-Paris ซึ่งกลายเป็นการจุดชนวนให้รถยนต์มีความแพร่หลายอย่างกว้างขวาง

Ford 999 ต้นกำเนิดของฟอร์ด

●   เฮนรี่ ฟอร์ด ระดมทุนเพื่อพัฒนารถรุ่น 999 ซึ่งถ้าโครงการนี้ไม่สำเร็จ ก็อาจไม่มีรถรุ่น T-type Ford ที่มีการผลิตกว่า 1.5 ล้านคันก็เป็นได้ นับว่ารถรุ่น 999 ที่มีอายุกว่า 120 ปี มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในวางรากฐานความสำเสร็จให้ฟอร์ด

Stutz Bearcat Series F ปี 1914

●   เป็นรถสปอร์ตช่วงก่อนสงครามโลกที่ดีที่สุดในสหัรฐอเมริกา ใช้เครื่องยนต์ 4 สูบเรียง 6,394 ซีซี 60 แรงม้า ที่ 1,500 รอบต่อนาที รถต้นแบบคันแรกเข้าร่วมการแข่งขัน 1st Indianpolis 500-Mile Race ในปี 1911 และได้อันดับที่ 11 จากนั้นในปี 1913 สามารถคว้าอันดับ 3 ซึ่งผลการแข่งขันครั้งหลังสุดนี่เองที่ทำให้ Stutz Bearcat เริ่มผลิตเพื่อจำหน่ายในปี 1914 ใช้ระบบแดมเปอร์แบบจานฝืด ปรับลดระดับความฝืดได้ด้วยการไขนอต ตัวรถมีความยาว 4,189 มิลลิเมตร สูง 1,691 มิลลิเมตร สูง 1,670 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,048 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,362 กิโลกรัม

Mercedes-Benz W25 (Replica) ปี 1934

●   เครื่องยนต์ 8 สูบเรียง DOHC ซูเปอร์ชาร์จ 3,362 ซีซี 354 แรงม้า ที่ 5,800 รอบต่อนาที ตัวรถมีความยาว 4,040 มิลลิเมตร กว้าง 1,770 มิลลิเมตร สูง 1,160 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,725 มิลลิเมตร น้ำหนัก 750 กิโลกรัม

Motorsport in Asia

●   จุดเริ่มต้นของมอเตอร์สปอร์ตในญี่ปุ่นและเอเชีย ต้องย้อนกลับไปมากกว่า 100 ปี โดยในปี 1907 Okura Kishichiro ซึ่งขณะนั้นกำลังศึกษาอยู่ในสหราชอาณาจักร คว้าตำแหน่งที่ 2 ในการแข่งขันในสนามแข่งขันแบบถาวรซึ่งเปิดเป็นที่แรกในโลกที่บรูคแลนด์ และเป็นครั้งแรกที่ชาวญี่ปุ่นได้ยืนบนโพเดียม จากนั้นในปี 1936 เซอร์กิตแบบเต็มรูปแบบแห่งแรกของญี่ปุ่นก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ ตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำทามากาวะ

●   จากนั้นในเดือนมิถุนายนปีเดียวกันก็ประเดิมการแข่งขันครั้งแรกกับรายการ All Japan Auto Racing Tournament มีรถเข้าร่วมแข่งขัน 35 คัน และผู้ชมกว่า 3 หมื่นคน สนามแข่งรูปวงรีที่มีความยาว 1,200 เมตรแห่งนี้ รองรับรถแข่งสมรรถนะสูงของญี่ปุ่น และเป็นสถานที่สร้างทรัพยากรณ์บุคคลที่มีส่วนช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

●   ชาวเอเชียคนแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันรายการกรังด์ปรีซ์คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพีรพงศ์ภาณุเดช หรือ พระองค์เจ้าพีระ ชนะการแข่งขันรายการ Monaco Grand Prix ประเภท Light Car Class ในปี 1936 และเข้าร่วมการแข่งขันเลอมังส์ 24 ชั่วโมง ในปี 1939 ทำให้เป็นที่รู้จักดีในยุโรป พระองค์เจ้าพีระ มีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการแข่งขัน Bangkok Grand Prix โดยเชิญนักแข่งชั้นนำมาแข่งขันบนเส้นทางรอบสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง ระยะทางประมาณ 3.2 กิโลเมตร ในวันที่ 10 ธันวาคม 1939 แต่ต้องยกเลิกเพราะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

Honda

●   จัดแสดงรถแข่งรุ่น RA272 ใช้เครื่องยนต์ วี12 ความจุ 1.5 ลิตร รถสูตร 1 จากญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ชนะการแข่งขันรายการ Mexican GP ปี 1965 เป็นการปูทางให้ฮอนด้ามีส่วนร่วมในการแข่งขันรถสูตร 1 ในช่วงแรกจนถึงปี 1968

Datsun

●   ในปี 1958 เข้าแข่งขันรายการ Australian Rally ครั้งที่ 6 และทำผลงานได้ดีแม้ต้องขับในสภาวะที่สมบุกสมบันกว่า 17,000 กิโลเมตร ความสำเร็จในการแข่งขันแรลลี่ ทำให้รถนิสสันได้รับความสนใจในงาน New York Auto Show ปี 1959 ส่งผลให้นิสสันแข็งแกร่งขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์ และวางรากฐานสำหรับการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

Japan Grand Prix

●   ปิดท้ายชั้นล่างด้วย 2 รถแข่งรายการ Japan Grand Prix ที่จัดแข่งในช่วงปี 1963-1969 รถที่ลงแข่งขันในช่วงท้ายของรายการนี้มีกำลังมากกว่า 600 แรงม้า เป็นรถแข่งที่ทรงพลังที่สุดและเร็วที่สุดในโลกในเวลานั้น

●   นิสสันครองตำแหน่งสูงสุดในสมัยนั้น โดย R380, R381 และ R382 คว้าแชมป์รายการนี้ในปี 1966, 1968 และ 1969 ตามลำดับ ส่วนโตโยต้ามีรถแข่ง Toyota 7 เปิดตัวในปี 1970 ส่วนนิสสัน พัฒนารถแข่งรุ่นใหม่ R383 เทอร์โบคู่ ระบุว่ามีกำลัง 900 แรงม้า น้ำหนัก 600 กิโลกรัม

Porsche 904 GTS

●   รถแข่งรุ่นแรกที่ใช้ไฟเบอร์กลาสเป็นชิ้นส่วนเปลือกนอกกว่า 50 ชิ้น ผลิตและประกอบโดยบริษัท Heinkel Aircraft มีข้อได้เปรียบหลายอย่างทั้งเรื่องการไม่เป็นสนิม ซ่อมแซมง่าย และที่สำคัญที่สุดคือ น้ำหนักเบา ตัวรถทั้งคันมีน้ำหนักเพียง 640 กิโลกรัม ตัวรถมีความยาว 4,090 มิลลิเมตร กว้าง1,540 มิลลิเมตร สูง 1,065 มิลลิเมตร เครื่องยนต์สูบนอนวางกลาง ระบายความร้อนด้วยอากาศ DOHC 2 วาล์วต่อสูบ 1,966 ซีซี 180 แรงม้า เกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ

Newman / Haas Racing Lola b2/00

●   โตโยต้าเริ่มเข้าร่วมการแข่งขัน CART-Championship Auto Racing Teams หนึ่งในการแข่งขันที่ได้รับความนิยมสูงในอเมริกาเหนือ ในฐานะผู้ผลิตเครื่องยนต์ในปี 1996 เครื่องยนต์ใช้รอบสูงถึง 17,000 รอบต่อนาที สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปถึง 3 เท่า ต้องจำกัดความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่าวาล์วไอเสียจะทำงานได้อย่างถูกจังหวะ ด้วยการติดตั้ง Pendulum Damper ที่ข้อเหวี่ยง เป็นระบบกลไกที่ใช้พื้นฐานหลักการแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลาง

●   หลังจากความพยายามอย่างหนักตลอด 5 ปี ในที่สุดก็สามารถคว้าชัยชนะได้ในเดือนมิถุนายน ปี 2000 ส่วนรถที่จัดแสดงเป็นคันจริงที่ได้รับ 2 รางวัลคือ ประเภทนักแข่งคือ Cristiano de Matta และผู้ผลิตคือโตโยต้าในปี 2002 ตัวรถมีความยาว 4,978 มิลลิเมตร กว้าง 2,032 มิลลิเมตร เครื่องยนต์ วี8 DOHC เทอร์โบ 2,648 ซีซี 800 แรงม้า ที่ 16,000 รอบต่อนาที

AAR Toyota Eagle Mark III รถแข่งรายการ IMSA GTP Series Championship ปี 1993

●   หลังจากคว้าชัยชนะหลายครั้งในรายการ IMSA GTO ในที่สุด AAS และโตโยต้าก็เริ่มแข่งในรายการ GTP ในเดือนกรกฎาคม 1991 ด้วยรถ โตโยต้า Eagle Mark III เริ่มด้วยการชนะ 2 ครั้ง จากการลงแข่งขัน 4 ครั้งในปี 1991 รถแข่ง Mark III ก็ชนะ 9 ครั้งจาก 13 ครั้งในปี 1993 คว้าชัยชนะได้ทั้งประเภทผู้ขับและผู้ผลิต 2 ปีติดกัน รถคันที่จัดแสดงขับโดย Juan Manuel Fangio II

●   ตัวรถมีความยาว 4,801 มิลลิเมตร กว้าง 2,007 มิลลิเมตร สูง 1,016 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,667 มิลลิเมตร น้ำหนัก 912 กิโลกรัม เครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC เทอร์โบ 2,140 ซีซี 700 แรงม้า

NASCA Camry #18

●   รถแข่งคันแรกของโตโยต้า ที่ชนะการแข่งขันรายการนี้ NASCA เป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนือ โตโยต้าเข้าร่วมการแข่งรายการนี้ในปี 2004 และ 2007 ด้วยรถกระบะ ทุนดร้า และ คัมรี่ ในปี 2006 และคว้าชัยชนะทั้งประเภทผู้ขับและผู้ผลิตด้วยรถรุ่นทุนดร้า ส่วนคัมรี่ชนะรายการนี้ครั้งแรกในปีที่ 2 ที่ลงแข่งขัน แม้เครื่องยนต์จะใช้วัสดุที่ทันสมัย แต่ระบบภายในยังเป็นแบบอนุรักษ์นิยมแบบ วี8 โอเวอร์เฮดวาล์ว แต่ใช้รอบสูงประมาณ 9,000 รอบต่อนาที ข้อเหวี่ยงจึงต้องผลิตด้วยวัสดุพิเศษ แบริ่งที่ประกบกับข้อเหวี่ยงต้องมีระยะห่างที่พอดีเพื่อให้น้ำมันเครื่องเข้าไปหล่อลื่นและชั้นฟิล์มมีความหนาที่สม่ำเสมอคงที่ การผลิตและประกอบจึงต้องใช้มือ

Toyota TF109

●   โตโยต้าเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ในช่วงปี 2002-2009 ภายใต้ชื่อทีม Panasonic Toyota Racing โดยเป็นบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นแห่งที่ 2 ต่อจากฮอนด้าที่เป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์และแชสซีส์ด้วยตัวเอง โตโยต้าได้อันดับดีที่สุดคือ ที่ 2 จำนวน 5 ครั้ง รถคันที่จัดแสดงขับโดย Kamui Kobayashi ซึ่งได้ที่ 6 รายการ Abu Dhabi Grand Prix ปี 2009

●   ตัวรถมีความยาว 4,636 มิลลิเมตร กว้าง 1,800 มิลลิเมตร สูง 950 มิลลิเมตร น้ำหนัก 650 กิโลกรัม เครื่องยนต์ วี8 DOHC 2,398 ซีซี 700 แรงม้า ที่ 18,000 รอบต่อนาที

Toyota GT-One (TS020)

●   ปี 1999 รถแข่ง เลอมังส์ 24 ชั่วโมง ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโตโยต้า มอเตอร์ คอร์เปอเรชั่น (ญี่ปุ่น) และ TMG หรือ Toyota Motorsport GmbH ในเยอรมนี เพื่อพัฒนารถแข่งที่มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ดี โดยตัวมีความยาว 4,840 มิลลิเมตร กว้าง 2,000 มิลลิเมตร สูง 1,125 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร น้ำหนัก 900 กิโลกรัม เครื่องยนต์ วี8 DOHC เทอร์โบ 3,576 ซีซี 600 แรงม้า

Toyota Celica GT-Four (ST185)

●   สานต่อความสำเร็จจากรุ่น ST165 โดย ST185 คว้าชัยชนะรายการ WRC ประเภทนักขับในปี 1990 จากนั้นในปี 1993 ก็เป็นบริษัทรถญี่ปุ่นแห่งแรกที่ชนะทั้งประเภทนักขับและผู้ผลิตด้วยรถรุ่น ST185 เครื่องยนต์ 4 สูบ DOHC 1,998 ซีซี 299 แรงม้า ที่ 5,600 รอบต่อนาที ตัวรถมีความยาว 4,410 มิลลิเมตร กว้าง 1,745 มิลลิเมตร สูง 1,300 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,525 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม

Toyota 2000 GT ปี 1966

●   เข้าร่วมการแข่งขันในญี่ปุ่นทั้งรายการ Fuji 24 ชั่วโมงและรายการอื่นด้วยรถต้นแบบและรถในสายการผลิตเพื่อพัฒนาปรับปรุงสมรรถนะ มีเป้าหมายที่ท้าทายอยู่ที่ FIA Speed Record ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 1,988 ซีซี 150 แรงม้า ที่ 6,800 รอบต่อนาที วางในบอดี้ที่มีความยาว 4,160 มิลลิเมตร กว้าง 1,600 มิลลิเมตร สูง 1,140 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,300 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,150 กิโลกรัม

Toyota Supra Turbo A (MA70)

●   ในปี 1987 ซูปร้า เทอร์โบ A เข้าร่วมการแข่งขันรายการ All Japan Touring Car Championship และเมื่อชนะการแข่งขันก็ต้องเพิ่มน้ำหนักจากเดิม 1,325 เป็น 1,420 กิโลกรัม ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ DOHC เทอร์โบ 2,954 ซีซี ตัวรถมีความยาว 4,620 มิลลิเมตร กว้าง 1,745 มิลลิเมตร สูง 1,300 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,595 มิลลิเมตร

●   ในปี 1990 เมื่อนิสสันเข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ด้วยรถ R32 GT-R โตโยต้าก็ถอนตัวในรอบสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน

GR Supra Drift by HKS

●   ใช้พื้นฐานจาก GR Supra โดย HKS ปรับปรุงให้รถเหมาะกับการแข่งขันดริฟต์ด้วยชุดแต่งจาก HKS รถรุ่นนี้ขับโชว์ในงาน Goodwood Festival of Speed ในปี 2019 เป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในงานที่จัดขึ้นที่สหราชอาณาจักรทุกปี ใช้เครื่องยนต์ 6 สูบ DOHC เทอร์โบ 3,352 ซีซี 700 แรงม้า วางในตัวรถที่มีความยาว 4,640 มิลลิเมตร กว้าง 2,070 มิลลิเมตร สูง 1,290 มิลลิเมตร ฐานล้อ 2,470 มิลลิเมตร น้ำหนัก 1,520 กิโลกรัม

เกี่ยวกับ Fuji Motorsports Museum

●   พิพิธภัณฑ์มอเตอร์สปอร์ตแห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นจากความต้องการนำเสนอประวัติศาสตร์อันน่าตื่นเต้นของการพัฒนามอเตอร์สปอร์ตและขับเคลื่อนวิวัฒนาการของรถยนต์ เป็นความพยายามครั้งแรกของโลกที่จะจัดนิทรรศการด้านมอเตอร์สปอร์ตอย่างถาวร โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในละต่างประเทศ 10 ราย

●   กีฬามอเตอร์สปอร์ตเริ่มขึ้นเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ในการแข่งขันรถยนต์ของฝรั่งเศส ซึ่งยานยนต์ที่ใช้แหล่งพลังงานต่างๆ เช่น ไอน้ำ ไฟฟ้า และน้ำมันเบนซิน แข่งขันกันเพื่อพิสูจน์ความเหนือชั้นทางเทคโนโลยี

●   ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา กีฬามอเตอร์สปอร์ตได้นำความฝันและแรงบันดาลใจมาสู่ยุคสมัย ด้วยการแสวงหาสุดยอดสมรรถนะและความทนทานของรถยนต์ และนำเทคโนโลยีนั้นไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์ที่ใช้งานบนถนน

●   พิพิธภัณฑ์แห่งนี้รวบรวมประวัติศาสตร์ของกีฬามอเตอร์สปอร์ตย้อนหลังไปกว่า 130 ปีของการแข่งรถ รวมถึงนิทรรศการประมาณ 40 รายการ เรียบเรียงการนำเสนออย่างเป็นระบบ จัดแสดงยานยนต์ในตำนานที่มีส่วนร่วมในการแข่งขันระดับสูงสุด ตลอดจนรถยนต์ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังเจาะลึกแนวคิดของผู้ก่อตั้งแบรนด์รถยนต์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนายานยนต์สำหรับมอเตอร์สปอร์ต

●   ภารกิจของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือ การถ่ายทอดให้ผู้เข้าชมได้รับรู้ถึงเสน่ห์และความสำคัญของกีฬามอเตอร์สปอร์ต รวมถึงความตื่นเต้นของการแข่งรถ โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ที่หลงใหลกีฬามอเตอร์สปอร์ต เพิ่มการพัฒนาวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ต และช่วยเหลือชุมชนท้องถิ่นด้วย         ●

ขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

Report : 2023 Fuji Motorsports Museum