March 10, 2023
Motortrivia Team (10358 articles)

2023 Honda WR-V เจนเนอเรชั่น 2 เปิดตัวในไทย ราคาเริ่มต้น 7.99 แสนบาท

ภาพ : สุพรรณี ยังอยู่

●   ฮอนด้า ประเทศไทย เปิดตัวรถครอสโอเวอร์ SUV ขนาดซับคอมแพคท์รุ่นใหม่ Honda WR-V เจนเนอเรชั่น 2 ตัวรถเผยโฉมเป็นครั้งแรกที่อินโดนีเซียในช่วงปลายปี 2022 ที่ผ่านมา บ้านเราแยกการจำหน่ายเป็น 2 รุ่นย่อย SV หรือ RS การจัดแสดงต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 นี้ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

●   นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลาดรถเอสยูวีถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ฮอนด้าในฐานะผู้บุกเบิกเซกเมนต์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกกลุ่มทั้ง CR-V, HR-V และ BR-V และเป็นผู้นำตลาด SUV ในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน”

●   “ในครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่สไตล์คนเมืองยุคใหม่ที่รักอิสระ ชอบออกไปใช้ชีวิตข้างนอกกับ Honda WR-V ใหม่ ยนตรกรรม SUV อเนกประสงค์ 5 ที่นั่งรุ่นล่าสุดที่เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพทั้งในด้านสมรรถนะ และความอเนกประสงค์ โดยสามารถปรับการใช้งานให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายได้อย่างสะดวกสบาย โดยการเปิดตัว ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี ใหม่ ในครั้งนี้ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัพ SUV ของฮอนด้าอีกด้วย”

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

●   WR-V เป็นรถเอนกประสงค์ที่มีขนาดตัวกำลังเหมาะ ความยาวรวม 4,060 มม. กว้าง 1,780 มม. สูง 1,608 มม. ความยาวฐานล้อ 2,485 มม. ตัวรถตกแต่งด้วยกระจังหน้าโครเมียม, มือจับประตูด้านนอกสีเดียวกับตัวรถ, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ปรับ/พับไฟฟ้า, เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

●   รุ่นพื้นฐานเกรด SV อุปกรณ์มาตรฐานมีชุดไฟหน้าพร้อมไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ LED sequential, ไฟ DRL สำหรับวิ่งกลางวันแบบ LED, ชุดไฟท้ายแบบ LED, ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED, ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา และระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง

●   รุ่นย่อย RS ตกแต่งแบบสปอร์ตเฉพาะรุ่นมาจากโรงงานด้วยกระจังหน้าโครเมียมแบบสปอร์ต, เพิ่มตราสัญลักษณ์ RS, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED, กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับ/พับไฟฟ้า พร้อมฟังก์ชั่นพับเก็บอัตโนมัติ และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

●   ห้องโดยสารมี จอแสดงข้อมูลการขับแบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว, จอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto หรือ Apple CarPlay, รองรับคำสั่งเสียงผ่าน Siri, ไฟแสดงผลการขับแบบประหยัด Eco Indicator, ฟังก์ชั่น One Push Ignition System สตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ, ระบบ Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเปิดระบบปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท, ระบบ Honda Smart Key System ควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ

●   พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง และปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์, Paddle Shift (รุ่น RS), พอร์ท USB 2 ตำแหน่ง, ช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง, ชุดลำโพง 4 ตำแหน่งในรุ่น SV หรือ 6 ตำแหน่งในรุ่น RS และระบบ Honda CONNECT เทคโนโลยีเชื่อมต่อผู้ขับและรถยนต์เข้าไว้ด้วยกันผ่านแอพพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน (รุ่น RS) พวงมาลัยหุ้มหนัง ปรับระดับสูง/ต่ำได้, เบาะผู้ขับปรับระดับสูง/ต่ำได้, เบาะแถวหลังพับได้แบบ 60:40

●   นอกจากนี้ยังมี กระจกมองหลังแบบตัดแสง, แผงบังแดดพร้อมกระจกแต่งหน้าทั้งฝั่งผู้ขับและผู้โดยสาร, รุ่น RS เพิ่มฝาปิดพร้อมไฟส่องสว่าง, กระจกไฟฟ้า 4 บานพร้อมระบบปรับขึ้น/ลงอัตโนมัติฝั่งผู้ขับ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบทำความเย็นเร็ว และโหมดทิศทางลม, ที่วางแก้ว 6 ตำแหน่ง, ช่องเก็บของหลังเบาะผู้โดยสารด้านหน้า, ไฟภายในห้องโดยสาร 2 ตำแหน่ง, ที่แขวนในพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย และไฟส่องสว่างห้องสัมภาระท้าย

●   รุ่น RS ตกแต่งแบบสปอร์ตด้วยวัสดุสีดำ Piano black พร้อมแถบสีแดง, พวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งด้วยด้ายสีแดง, เบาะหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่งด้วยผ้าและด้ายสีแดง, คิ้วบันไดสเตนเลสที่ประตูหน้าพร้อมตราสัญลักษณ์ RS

●   ทั้งคู่ใช้พละกำลังจากเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT กำลังสูงสุดผลิตได้ 121 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดที่ 14.7 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบ/นาที อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.7 กม./ลิตร และรองรับการใช้เชื้อเพลิง E20

●   ไฮไลท์สำคัญคือ ทั้งคู่จะมาพร้อมชุดระบบความปลอดภัย Honda SENSING ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถ, มอเตอร์ไซค์, จักรยาน และคนเดินถนน ฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ประกอบด้วย : ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Lead Car Departure Notification System เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, ระบบ Collision Mitigation Braking System เตือนการชนพร้อมช่วยเบรค, ระบบ Lane Keeping Assist System ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning เตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อเบี่ยงออกนอกเลน และระบบ Auto High-Beam ปรับไฟสูงอัตโนมัติ

●   ระบบความปลอดภัยอื่นๆ มี ระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (รุ่น RS), กล้องส่องภาพด้านหลังแบบ Multi-Angle Rearview Camera ปรับมุมมอง 3 ระดับ, ถุงลมคู่หน้า Dual SRS, ถุงลมด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมด้านข้าง, ระบบ Walk Away Auto Lock ล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ, ฟังก์ชั่น Rear Seat Reminder ไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง, ระบบ Auto Door Lock by Speed ล็อคประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ, เซ็นทรัลล็อคพร้อมสวิตช์ควบคุมตำแหน่งผู้ขับ, ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยฝั่งผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ดึงกลับอัตโนมัติ, เข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารแถวที่ 2 แบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง, จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX & Child Anchor, กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย

●   ต่อด้วยฟังก์ชั่น ESS สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรคกะทันหัน, ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน} ระบบ Vehicle Stability Assist ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง, ระบบเบรค ABS ป้องกันล้อล็อค, ระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรค โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-CON และ ACETM ช่วยปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง

ราคาจำหน่าย

●   WR-V เลือกสีภายนอกได้ 5 สีระหว่าง สีเงินมุก Stellar Diamond Pearl (สีใหม่ เพิ่ม 6,000 บาท), สีทูโทน แดง Ignite Red Metallic จับคู่หลังคาสีดำ (เฉพาะรุ่น RS เพิ่ม 10,000 บาท), สีดำมุก Crystal Black Pearl (เพิ่ม 6,000 บาท), สีเทาเมทัลลิค Meteoroid Gray Metallic หรือสีขาว Taffeta White

  • WR-V SV ราคา 799,000 บาท
  • WR-V RS ราคา 869,000 บาท

●   สำหรับแพคเกจชุดแต่ง ฮอนด้ามีชุดแต่ง Modulo อาทิ คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท, คิ้วตกแต่งฝากระโปรงท้าย ราคา 1,900 บาท, คิ้วกันสาด ราคา 2,500 บาท, ฟิล์มตกแต่งเสาประตูหลัง ราคา 1,300 บาท, ฟิล์มสะท้อนแสงข้างประตู ราคา 1,250 บาท, ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส ราคา 600 บาท เป็นต้น

●   นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเป็นแบบแพคเกจชุดแต่งรอบคัน Modulo Sport Package ราคา 14,990 บาท ในชุดประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง และ สเกิร์ตหลัง

Part Name (EN)Part Name (TH)Package Price (THB)
FR, SD and RR Under Spoilerสเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง14,990
Cargo Trayกระบะใส่ของท้ายรถ1,100
RR Step Garnish คิ้วบันไดสเตนเลส (คู่หลัง)150
RR Panel Lining Coverแผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ750
FR Fender Garnishคิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า1,700
RR Chrome Garnishคิ้วตกแต่งฝากระโปรงท้าย1,900
Finisher EXH (45)ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส600
Door Visorคิ้วกันสาด2,500
Door Handle Coverชุดป้องกันรอยมือจับประตู900
Door Reflective Filmฟิล์มสะท้อนแสงข้างประตู1,250
Floor Matพรมปูพื้น1,250
Seat Back Protectorแผ่นกันรอยเบาะพนักพิงหลัง1,700
QTR Wind Decal ฟิล์มตกแต่งเสาประตูหลัง1,300
Door Mirror Garnishคิ้วตกแต่งกระจกมองข้าง800

หมายเหตุ : ราคาอุปกรณ์ตกแต่งรวมค่าติดตั้ง แต่ไม่รวม VAT 7% ดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์ hondaaccess.co.th

ข้อเสนอพิเศษ

●   ข้อเสนอพิเศษ ฟรีประกันภัย 1 ปี, ดอกเบี้ย 2.29% และฟรี Modulo Sport Collection มูลค่า 2,285 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2566*

●   ใครอยากทดลองขับ สามารถตรงไปได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป หรือที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2023 ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม – 2 เมษายน 2566 หรือแชทกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th นอกจากนี้ ผู้ที่ลงทะเบียนและร่วมกิจกรรมทดลองขับทาง www.honda.co.th/testdrive ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 จะได้รับบัตรของขวัญโลตัสมูลค่า 200 บาทฟรีด้วย*

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ : www.honda.co.th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : facebook.com/hondathailand หรือแอด LINE : Honda หรือติดต่อศูนย์บริการฮอนด้าตลอด 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777         ●

หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

Grand Opening : 2023 Honda WR-V