May 22, 2023
Motortrivia Team (10674 articles)

Toyota Tacoma รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น 4 ผลิตบนแพลทฟอร์ม TNGA

เรื่อง : AREA 54

●   โตโยต้า สหรัฐฯ เผยโฉมปิคอัพขนาดกลาง Toyota Tacoma รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น 4 ตัวรถพัฒนาขึ้นบนแพลทฟอร์ม TNGA รหัสย่อย GA-F ปัจจุบันใช้ผลิตรถในสังกัดอย่างปิคอัพฟูลไซส์ Toyota Tundra และ SUV จอมลุยในตำนานอย่าง Toyota Land Cruiser ไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริดใหม่ i-Force Max ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในไลน์อัพการผลิต Tacoma

●   Tacoma ใหม่แยกการจำหน่ายเป็น 8 รุ่นย่อย ออปชั่นและการตกแต่งแตกต่างกันไป ครอบคลุมความต้องการของกลุ่มลูกค้า ทั้งใช้งานในเชิงพาณิชย์ ไล่ไปจนถึงกลุ่มออฟ-โรด ฮาร์ดคอร์ รุ่นย่อยหลักประกอบด้วย SR, SR5, TRD Sport, TRD Off-Road, Limited และ TRD Pro ซึ่งเป็นเกรดรุ่นย่อยเดิมของ Tacoma เสริมด้วย 2 รุ่นย่อยใหม่ Trailhunter และ TRD PreRunner ทั้งงานออกแบบและงานวิศวกรรมเป็นผลงานของทีมงานโตโยต้าสหรัฐฯ ล้วนๆ

●   ห้องโดยสารออกแบบใหม่ทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าโตโยต้าอิงรูปแบบมาจาก Tundra รุ่นปัจจุบัน อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย จอ Head-up display, มาตรวัดฟูลดิจิทัลขนาด 7 นิ้ว หรือ 12.3 นิ้ว ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย, จอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 8 นิ้ว หรือ 14 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto หรือ Apple CarPlay, ถาดชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย, พอร์ท USB-C, หลังคามูนรูฟ และชุดเครื่องเสียงพรีเมียม JBL พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง และลำโพงบลูทูธที่ฝังอยู่บนแผงแดชบอร์ด

●   ด้านพละกำลัง Tacoma จะได้ใช้งานชุดระบบขับเคลื่อนไฮบริด i-Force Max เช่นเดียวกับพี่ใหญ่ Tundra ทว่าจะดาวน์ไซส์ซิ่งจากเครื่องยนต์ V6 ลงมาใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเรียง ความจุ 2.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จ จับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ เก็บประจุไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แพคชนิด นิคเกิล-เมทัล ไฮไดรด์ ความจุ 1.87 กิโลวัทท์-ชม. กำลังรวมทั้งระบบผลิตได้ 331 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 64.1 กก.-ม.

●   ทางเลือกอื่นๆ มี เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 33.5 กก.-ม. ต่อด้วยรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.4 ลิตร i-Force ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ กำลังสูงสุด 274 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 42.7 กก.-ม.

●   รุ่นพื้นฐานขับเคลื่อนล้อหลัง มาพร้อม Limited-slip differential รุ่นกลาง 4WD พร้อมเกียร์ทรานสเฟอร์ยังคงมีให้เลือก ในขณะที่รุ่นไฮบริด i-Force Max จะมากับระบบขับเคลื่อน Full-time Four-wheel drive พร้อม Center locking differential

●   ตัวช่วยในการขับแบบออฟ-โรด ยังคงครบครัน อาทิ ระบบ Downhill Assist Control ช่วยปรับความเร็วขณะลงทางลาดชันให้เหมาะสม โดยผู้ขับไม่ต้องเหยียบเบรค, ระบบ Multi-Terrain Monitor ใช้กล้องรอบๆ ตัวรถ สร้างเส้นไกด์ไลน์แสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์ ช่วยให้ผู้ขับสามารถวางไลน์ของมุมล้อในขณะผ่านอุปสรรคได้ภายในห้องโดยสาร และระบบ CRAWL Control ช่วยควบคุมคันเร่งและเบรคให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ขับสามารถมุ่งสมาธิไปที่การควบคุมพวงมาลัยขณะปีนไต่

●   หนึ่งในไฮไลท์พิเศษของรุ่นย่อย TRD Pro คือ ระบบเบาะ IsoDynamic Performance seats ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสบาย และลดความเหนื่อยล้าของผู้ขับในขณะใช้งานแบบออฟ-โรดต่อเนื่องเป็นเวลานาน ตัวเบาะติดตั้งช๊อคแอบซอร์บเบอร์แบบ air-over-oil พร้อมมาตรวัดแรงดันเอาไว้ทางด้านหลังเบาะ ช่วยซับแรงตามแนวตั้งและแนวนอนในขณะที่รถมีอาการโคลงตัวอย่างรุนแรง ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับมวลและน้ำหนักของผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้าได้ โดยแรงดันต่ำสุดจะอยู่ที่ 60 psi และสูงสุด 170 psi

●   ทุกรุ่นย่อยมีระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense 3.0 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ประกอบด้วย ระบบ Pre-Collision System with Pedestrian Detection ช่วยหยุดรถอัตโนมัติหากผู้ขับไม่มีการตอบสนองในกรณีที่อาจเกิดการชน ทำงานร่วมกับระบบตรวจจับคนเดินถนน, ระบบ Full-Speed Range Dynamic Radar Cruise Control แปรผันความเร็วอัตโนมัติทุกช่วงความเร็วโดยใช้เรดาห์ตรวจจับรถคันหน้า

●   ต่อด้วยระบบ Lane Tracing Assist ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Automatic High Beams ลดความสว่างของไฟสูงโดยอัตโนมัติ, ระบบ Road Sign Assist ช่วยอ่านป้ายสัญญาณเตือน และระบบ Proactive Driving Assist คาดการณ์ความเสี่ยงตามสถานการณ์การขับ เช่น คนเดินเท้าข้ามถนน หรือรถอาจจะไม่สามารถควบคุมได้

●   โตโยต้ายังไม่ระบุราคาจำหน่าย Tacoma ใหม่ในเวลานี้ เบื้องต้นคาดว่าจะเริ่มต้นที่ประมาณ 29,000 ดอลลาร์ หรือราวๆ 1 ล้านบาท และตัวรถจะเริ่มลงโชว์รูมสหรัฐฯ ภายในช่วงปี 2023 นี้ครับ         ●

2024 Toyota Tacoma