May 14, 2024
Motortrivia Team (10352 articles)

MG ลงทุนกว่า 3 หมื่นล้าน ดันไทยเป็นศูนย์กลางผลิต/ส่งออก EV

motortrivia

●   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความพร้อมในการผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน ด้วยไลน์การผลิตที่ครบทุกรูปแบบระบบขับเคลื่อน กำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คันต่อปี ใช้งบลงทุนแล้วมากกว่า 30,000 ล้านบาท

●   ในเบื้องต้น โรงงานแห่งนี้จะรองรับการผลิตทั้งรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน, รถยนต์พลังงานทางเลือก รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งล่าสุดได้เพิ่มไลน์การผลิต MG4 Electric เป็นรุ่นนำร่อง ประกอบในประเทศ พร้อมโรงงานผลิตแบตเตอรี่แพคเพื่อรองรับ
การเติบโตอย่างรวดเร็วของการใช้รถ EV ในประเทศและภูมิภาคอาเซียน

●   นอกจากนี้ MG ได้เผยความคืบหน้าในการพัฒนาพื้นที่ New Energy Industrial Park โดยพื้นที่ทั้งหมดได้เปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบแล้ว และมีพาร์ทเนอร์ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำเข้ามาร่วมงานอยู่ในพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนรถ MG ซึ่งสามารถสร้างงานให้กับคนไทยได้กว่า 98%

●   MG ระบุว่า ประเทศไทยนับประเทศยุทธศาสตร์ที่ MG ตั้งใจดำเนินธุรกิจ และทำการตลาดในระยะยาว เนื่องจากมั่นใจในศักยภาพของไทยทั้งในแง่ของอัตราการเติบโต และการใช้งานรถภายในประเทศ ผนวกกับทำเลที่ตั้งที่มีโอกาสและความเป็นไปได้ในการส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน MG จึงสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 2 (WHA Eastern Seaboard Industrial Estate 2) จังหวัดชลบุรี

●   โรงงานแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 437.5 ไร่ โดยพื้นที่กว่า 300 ไร่ใช้เป็นส่วนของโรงประกอบตัวถัง (Body Shop), โรงพ่นสีรถยนต์ (Paint Shop), โรงประกอบรถ (General Assembly Shop) และยังมีคลังจัดเก็บอะไหล่เพื่อรองรับรถทุกรุ่น

●   และในปี 2566 ที่ผ่านมา MG ได้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ในส่วนที่เหลืออีกกว่า 137.5 ไร่ ให้กลายเป็นส่วนของ New Energy Industrial Park เพื่อรองรับการเติบโตของรถ EV และสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าให้สมบูรณ์ตลอดห่วงโซ่การผลิต โดยในส่วนที่พัฒนาใหม่นี้ ประกอบด้วย โรงประกอบแบตเตอรี่แพค และพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนเพื่อการประกอบรถร่วมกับพาร์ทเนอร์ ยังผลให้ MG สามารถผลิตและประกอบรถยนต์ได้ครบทุกรูปแบบระบบขับเคลื่อนจากฐานการผลิตภายในประเทศ และมีกำลังการผลิตสูงสุด 100,000 คันต่อปี

นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด

●   นายสุโรจน์ แสงสนิท รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด กล่าวว่า “โรงงานการผลิตและประกอบรถยนต์เอ็มจี เป็นโรงงานที่มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี อาทิ นวัตกรรมระบบอัตโนมัติ (Automations), หุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent Robotics) เพื่อช่วยอำนวยความสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพ และความแม่นยำในไลน์การผลิต ผนวกกับทักษะความเชี่ยวชาญและความชำนาญของบุคลากรในกระบวนการผลิต ซึ่งทำให้มีข้อได้เปรียบในกระบวนการการผลิตที่สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ ทุกรูปแบบการขับเคลื่อน”

●   “ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา เอ็มจีได้ลงทุนเพิ่มและเริ่มเดินสายการผลิตรถอีวีภายในประเทศ โดยเป็นไปตามแผนงานการลงทุนของบริษัทแม่ SAIC Motor Corporation และสอดรับกับนโยบาย EV ของภาครัฐ ประเดิมการผลิตรถ EV รุ่นแรกด้วย MG4 Electric ซึ่งเป็นโมเดลระดับโกลบอลที่มียอดขายสะสมทั่วโลก ณ ปัจจุบัน มากกว่า 180,000 คัน โดยในสายการผลิตที่ประเทศไทยจะประกอบด้วย MG4 Electric รุ่น Standard Range และ รุ่น Long Range ซึ่งได้เริ่มเดินสายการผลิตตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา และได้ส่งมอบสู่ลูกค้าในช่วงเดือนเมษายน 2567 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

●   “ในฐานะแบรนด์ ผู้บุกเบิกตลาดรถ EV เราไม่ได้ให้ความสำคัญแต่เพียงตัวรถอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่เรายังขยาย ความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งานรถอีวีในทุกมิติ เราจึงได้ลงทุนในส่วนของโรงงานแบตเตอรี่ EV ภายใต้ชื่อ HASCO-CP Battery Shop ซึ่งถือเป็นโรงงานแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียน โดยแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ได้แก่ ส่วนการประกอบแบตเตอรี่ ประกอบด้วยสายการผลิตอัตโนมัติที่ทันสมัยอย่างการนำหุ่นยนต์ (Robotic) เข้ามาช่วยในการผลิตเพื่อให้ได้มาตรฐานที่แม่นยำ, เทคโนโลยี AGV (Automated Guided Vehicle) ที่ใช้ในการกำหนดการเคลื่อนที่ของชิ้นงานตามเส้นทางรวมถึงระยะเวลา, การทำงานและคุณภาพการผลิตที่แม่นยำ, การเชื่อมโดยเลเซอร์ (Laser Welding) เพื่อให้ได้คุณภาพของการเชื่อมที่ดี, การตรวจสอบด้วย CCD (Charge Coupled Device) เพื่อความแม่นยำในการตรวจสอบเทียบกับต้นแบบในทุกขั้นตอนก่อนนำไปประกอบใส่ในตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%”

●   “และส่วนที่สองคือ ส่วนการทดสอบมาตรฐานของแบตเตอรี่กว่า 60 ขั้นตอน ซึ่งได้รับรองคุณภาพและการตรวจสอบภายใต้ มาตรฐานยุโรป และเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับสายการผลิตระดับโลก โดยโรงงานแห่งนี้ สามารถประกอบแบตเตอรี่ Cell-To-Pack ได้สูงสุดมากกว่า 50,000 แพคต่อปี และนำแบตเตอรี่มาใช้ในการประกอบรถ MG4 Electric เป็นที่เรียบร้อย”

●   “MG มีส่วนสำคัญในการพัฒนาบุคลากรเชิงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจ้างงานภายในประเทศ มีอัตราการจ้างงานบุคลากรในหลายๆ ส่วน คิดเป็นสัดส่วนบุคลากรคนไทยในบริษัทฯ มากกว่า 98% โดยมีบุคลากรทั้งสิ้นมากกว่า 1,000 คน ทั้งนี้ การพัฒนาพื้นที่ New Energy Industrial Park ซึ่ง MG ได้พัฒนาโครงการดังกล่าวขึ้นมาเพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย โดยเฉพาะการเติบโตของรถ EV ในอนาคต ภายในพื้นที่แห่งนี้ ยังมีส่วนของพื้นที่สำหรับพัฒนาชิ้นส่วนในการประกอบรถยนต์ MG ร่วมกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ เพื่อเติมเต็มความครบวงจรและความสมบูรณ์แบบของกระบวนการผลิต ซึ่งล่าสุดได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดใช้พื้นที่ทั้งหมดอย่างเต็มรูปแบบแล้ว”

●   ทั้งนี้ MG ได้ตั้งเป้าหมายใหญ่เชิงมหภาคในการลงทุนระยะยาวเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย และบรรลุเป้าหมายในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ และรถ EV พวงมาลัยขวา เพื่อจัดจำหน่ายในประเทศ และส่งออกไปยังภูมิภาคอาเซียน และประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถรุ่นต่างๆ ของ MG ในประเทศไทย เชิญได้ที่เว็บไซท์ : www.mgcars.com/th หรือเฟซบุ๊ค แฟนเพจ : facebook.com/MGcarsThailand หรือ LINE : @MGThailand หรือติดต่อ MG Call Centre โทร : 1267 หรือดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น : MG Thailand (Android) / MG Thailand (iOS) ●