July 21, 2014
Motortrivia Team (7961 articles)

2014 QUANT e-Sportlimousine โปรโตไทป์สปอร์ตไฟฟ้าขนาดยักษ์พลัง “nanoFLOWCELL”

เรื่อง : AREA 54

●   วินาทีแรกที่ได้ยินคำว่าลิมูซีน ท่านผู้อ่านจะนึกถึงรถยนต์ในรูปทรงใด? แน่นอนว่าส่วนใหญ่ไม่มีใครนึกถึงรถสปอร์ตคูเป้ 2 ประตู ทว่า Quant e-Sportlimousine รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของบริษัทผู้ผลิตน้องใหม่ nanoFLOWCELL AG จากซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้ทิ้งกฏเดิมๆ ด้วยการรังสรรค์ความหรูบนเรือนร่างของรถสปอร์ตคูเป้ ประตู gull wing พร้อมความยาวตัวรถที่มากกว่า 5 เมตร

●   ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับ Quant e-Sportlimousine เราไปทำความเข้าใจความหมายโดยสังเขปของระบบ nanoFLOWCELL จากบริษัท nanoFLOWCELL AG กันก่อนครับ

nanoFLOWCELL

●   ในความเป็นจริง บริษัท nanoFLOWCELL AG ไม่ได้เปิดตัวเฉพาะ QUANT เท่านั้น แต่เป็นการเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ นำมาใช้เป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมยานยนต์ นั่นคือระบบให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าที่ nanoFLOWCELL AG เรียกว่า flow-cell systems หรือ “nanoFLOWCELL” แบบเดียวกับชื่อบริษัท

●   ตามข้อมูล nanoFLOWCELL หรือชุด flow battery คือแบตเตอรี่แบบรีชาร์จได้ชนิดหนึ่ง มีการศึกษาพัฒนากันมามากกว่า 10 ปี การสร้างประจุไฟฟ้าเป็นหน้าที่ขององค์ประกอบทางเคมีที่ต่างกัน 2 ชนิดในรูปของเหลว (+ และ -) บรรจุแยกขาดจากกัน มีท่อส่งทั้งคู่เข้าไปทำปฏิกิริยาผ่านอุปกรณ์ที่สร้างกระบวนการแยกไฟฟ้าเมมเบรน เปลี่ยนแปลงพลังงานเคมีเป็นพลังไฟฟ้า หรือกลับกันจากไฟฟ้าเป็นเคมี (ในที่นี้ชื่อทางการค้าของบริษัท nanoFLOWCELL AG คือ nanoFLOWCELL)

●   การทำงานของ flow-cell systems มีลักษณะคล้ายกับการทำงานของ fuel cell คือใช้งานเครื่องมือในลักษณะที่เรียกว่า เซลล์ไฟฟ้าเคมี หรือ Electrochemical cell ซึ่งอาศัยความสามารถของอิเลคโทรไลท์ หรือสารที่มีสถานะเป็นของเหลวนำไฟฟ้ามาเป็นตัวนำไฟฟ้า ดังนั้นในวีดิโอด้านบนที่ nanoFLOWCELL AG เคลมว่า “นำพลังงานมาจากท้องทะเล” ก็น่าจะเป็นการเปรียบเปรยถึง การนำสารละลายอิเลคโทรไลท์เช่น “เกลือ” มาใช้งาน (แนวคิดประมาณทะเลให้กำเนิดชีวิต)

●   ดังนั้นในซีนสุดท้ายที่ nanoFLOWCELL AG ใช้คำว่า powered by ionic liquid ก็คือ การใช้เกลืออินทรีย์ที่มีสถานะเป็นของเหลวเป็นตัวนำไฟฟ้านั่นเอง โดยชื่อ nanoFLOWCELL เป็นชื่อทางการค้าของระบบ flow-cell systems ซึ่งตัวระบบประกอบไปด้วยแทงค์ (A) สำหรับบรรจุของเหลว 2 แทงค์ แทงค์หนึ่งมีสถานะเป็น + อีกแทงค์หนึ่งมีสถานะเป็น – ทว่าในนั้นมีองค์ประกอบทางเคมีอะไรบ้างไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดบอกเอาไว้

●   ส่วนสำคัญคือ (B) ต้นกำเนิดพลังงานไฟฟ้า หรือระบบ nanoFLOWCELL โดยส่วน (B) นี้มีการทำงานคล้ายๆ กับอุปกรณ์อย่าง cell stack ในระบบไฮโดรเจน fuel cell นั่นเอง ซึ่งตามข้อมูลนั้น nanoFLOWCELL AG ระบุเอาไว้ว่า แทงค์ (A) ทั้ง 2 แทงค์นั้น จะถูกเปลี่ยนเมื่อใช้พลังงานจนหมด โดยไม่ใช่การเติมของเหลวที่มีสถานะเป็น +/- เข้าไปแทนที่

ตัวอย่างการทำงานของแบตเตอรี่จาก PacificOre Mining Corp. ซึ่งให้คำอธิบายที่ใกล้เคียงกับการทำงานของ nanoFLOWCELL

●   ในขณะที่ nanoFLOWCELL ทำปฏิกิริยาเพื่อสร้างกระแสไฟฟ้านั้น การกักเก็บประจุไฟฟ้าจะเป็นหน้าที่ของซูเปอร์คาปาซิเตอร์ขนาดใหญ่ 2 ตัวที่ nanoFLOWCELL AG เรียกว่า “supercap” โดยพื้นฐานการทำงานน่าจะเหมือนกับ i-ELOOP ที่มาสด้าพัฒนาขึ้น ทว่าใน QUANT เป็นการใช้ซูเปอร์คาปาซิเตอร์เก็บประจุไฟฟ้าแทนแบตเตอรี่แพคเลย

●   ในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยี แม้ nanoFLOWCELL AG จะเพิ่งเปิดตัวบริษัทในปี 2013 ที่ผ่านมา ทว่า nanoFLOWCELL AG ได้เริ่มต้นพัฒนาเทคโนโลยีในด้านพลังงานตั้งแต่ช่วงปี 1996 ด้วยชื่อ JUNO Technology Products AG ศึกษาพลังงานทางเลือก อาทิ Solar Cell แบบฟิล์มบาง ส่วนการพัฒนาตัวรถ หรือถ้าจะให้เจาะจงคือ การพัฒนาระบบขับเคลื่อนในรูปแบบใหม่ๆ เริ่มขึ้นในปี 2003 จากภาพร่างหยาบๆ สู่ต้นแบบคันแรกในชื่อ QUANT prototype ซึ่งได้มีการทดลองวิ่งจริงในปี 2008 และเมื่อโปรเจคท์เสร็จสมบูรณ์ nanoFLOWCELL AG จึงได้ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคมปี 2013 ที่ผ่านมา

●   กล่าวได้ว่ารถไฟฟ้าขนาดยักษ์ QUANT e-Sportlimousine ที่เราเห็นนี้ใช้ระยะเวลาในการพัฒนามาแล้วมากกว่า 10 ปี

QUANT e-Sportlimousine

●   เรียกได้ว่า QUANT เป็นรถที่มีขนาดตัวใหญ่ยักษ์ แชสซีส์เป็นแบบ monocoque มากับความกว้าง 2,019 มม. สูง 1,357 มม. ส่วนความยาวนั้นปาเข้าไปถึง 5,257 มม. ตัวถังวางอยู่บนฐานล้อขนาด 3,198 มม. ขนาดตัวน้องๆ Rolls-Royce Phantom เลยทีเดียว ตัวรถอยู่ในรูปแบบรถคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ประตูเปิดขึ้นด้านบนแบบ gull wing น้ำหนักตัวรวมแทงค์บรรจุของเหลวขนาด 200 ลิตร x 2 (แทงค์ A) ประมาณ 2,300 กก.

●   ระบบขับเคลื่อนเป็นแบบ 4 ล้อ กระจายแรงบิดด้วยระบบ torque vectoring พละกำลังมาจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเหนี่ยวนำ 3 เฟส (three-phase induction motor) 4 ตัว แยกติดตั้งอิสระในแต่ละล้อ มอเตอร์ไฟฟ้าแต่ละตัวผลิตกำลังได้ 170 กิโลวัตต์ หรือมากกว่า 231 แรงม้า เมื่อคิดตัวเลขกำลัง x 4 กำลังสูงสุดของ QUANT เท่ากับ 925 แรงม้า PS แรงบิดสูงสุดต่อ 1 ล้อเท่ากับ 295.5 กก.-ม. ดังนั้นในทางทฤษฎี QUANT มีแรงบิดแบบ x4 หรือมากกว่า 1,182 กก.-ม. ยังผลให้ QUANT กลายเป็นรถยุคใหม่ที่น่าจับตามองพอๆ กับ (หรืออาจจะมากกว่า) Rimac Concept_one เลยทีเดียว

●   ชุดเก็บประจุไฟฟ้า supercap ความจุ 120 กิโลวัตต์-ชม. มากกว่า Tesla Model S รุ่นท๊อปถึง 35 กิโลวัตต์-ชม. (รถไฟฟ้าทั่วไปความจุเฉลี่ย 20 – 24 กิโลวัตต์-ชม.) ดังนั้นระบบ nanoFLOWCELL จึงสามารถพาน้ำหนักตัวมากกว่า 2.3 ตัน วิ่งทำระยะทางได้ถึง 400 – 600 กม. ขึ้นอยู่กับวิธีการขับ ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดเอาไว้ที่ 380 กม./ชม. อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 2.8 วินาที… หากไม่ถูกวางตัวเป็นรถหรูฟูลไซส์ QUANT ก็คือไฮเปอร์คาร์แห่งอนาคตดีๆ นี่เอง

●   ระบบอินโฟเทนเมนท์ของ QUANT ใช้พื้นฐานจากระบบปฏิบัติการ android เป็นตัวตั้ง รองรับการทำงานของ iOS มี app ที่พัฒนาเฉพาะตัวให้ใช้งาน ตัวระบบทำงานผ่านจอ widescreen cinema ที่มีความยาวถึง 1.25 เมตร หรือเต็มแผงคอนโซลหน้า ผู้แปลไม่แน่ใจว่าภายใต้ชุดจอทัชสกรีนชิ้นเดียวนั้น เป็นการเชื่อมจอหลายๆ จอต่อกัน หรือเป็นจอยาวจอเดียว เนื่องจากไม่มีภาพเคลื่อนไหวของการทำงานให้เห็นชัดๆ เลย

พร้อมจำหน่ายหรือยัง?

●   แม้จะยังไม่เปิดเผยราคาจำหน่าย หรือกรอบเวลาในการผลิตที่แน่ชัด แต่ดูเหมือนว่า nanoFLOWCELL AG จะเตรียมการมาเป็นอย่างดี เพราะบางบริษัทที่พัฒนารถเฉพาะตัวในลักษณะนี้ แม้จะมีข่าวต่อเนื่องยาวนาน แต่ยังไม่มีใครจำหน่ายจริงเป็นรูปธรรม ทว่า nanoFLOWCELL AG เพิ่งเปิดบริษัทเป็นทางการในปีที่แล้ว แต่กลับผ่านการรับรองของ TUV Sud มิวนิค และสามารถใช้งานจริงบนท้องถนนได้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย

●   ล่าสุด Mr. Nunzio La Vecchia หัวหน้าฝ่ายเทคนิคของ nanoFLOWCELL AG ได้รับป้ายทะเบียนแผ่นแรกหมายเลข “ROD-Q-2014” จาก TUV Sud มิวนิค เป็นที่เรียบร้อย หมายความว่า Quant e-Sportlimousine สามารถใช้งานจริงได้ตามกฏหมายทั้งในเยอรมนีเอง และทุกประเทศในยุโรป

●   Mr. Vecchia กล่าวว่า “นี่คือวาระแห่งประวัติศาสตร์ นี่คือหมุดหมายที่สำคัญยิ่ง และไม่เฉพาะสำหรับเราเท่านั้น บางทีนี่อาจจะรวมถึงการขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าในอนาคตด้วย นี่เป็นครั้งแรกที่เทคโนโลยีไฟฟ้าแบบ flow-cell ได้ปรากฏโฉมบนท้องถนนของเยอรมนี วันนี้เราได้มอบผลิตภัณฑ์ที่ถือกำเนิดจากการทำงานอย่างหนักถึง 14 ปี และนี่คือวาระแห่งการเฉลิมฉลองสำหรับพวกเรา”

●   “เราภูมิใจเป็นอย่างมาก ที่บริษัทเล็กๆ อย่างพวกเราสามารถพัฒนาเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยวิสัยทัศน์อย่าง nanoFLOWCELL ให้ใช้งานได้จริง อย่างไรก็ตาม… นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อการค้นหาสิ่งใหม่ๆ ของพวกเรา”

●   Prof. Jens-Peter Ellermann ประธานคณะกรรมการ nanoFLOWCELL AG ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า “เรายังมีแผนงานใหญ่อีกมาก ไม่ใช่แค่ในอุตสาหกรรมยานยนต์เท่านั้น ศักยภาพของ nanoFLOWCELL ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก โดยเฉพาะในแง่ของความต้องการพลังงานในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีการเดินทางทางน้ำ, ราง หรือการบิน เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานได้อย่างยั่งยืน ในฐานะแหล่งพลังงานต้นทุนต่ำ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”     ●