February 4, 2017
Motortrivia Team (6752 articles)

KCAR เผยเทคนิคการเลือกซื้อรถยนต์มือสอง


Press Release

 

●   คงไม่ผิดนักหากจะกล่าวว่า การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนในบ้านเรายังคงเป็นแบบที่ต้องแย่งกันใช้ แย่งกันเดินทาง ทั้งยังไม่สามารถที่กะเกณฑ์กำหนดเวลาในการเดินทางที่แน่นอนได้ ที่สำคัญการอยู่อาศัย เราเริ่มที่จะขยายออกสู่ชานเมืองมากขึ้น ทำให้การเดินทางเข้าตัวเมืองไม่ว่าจะมาทำธุระชั่วครั้งคราวหรือมาทำงานโดยยระบบขนส่งสาธารณะนั้นไม่มีความสะดวกสบายเท่าใดนัก การซื้อรถยนต์ดีๆ สักคันมาขับเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต้องพิจารณาให้ดีๆ ซึ่งนอกจากจะคำนึงถึงเงินในกระเป๋าแล้วความปลอดภัยในการขับขี่ก็มีความสำคัญไม่น้อย

●   รถใหม่ป้ายแดง… อาจไม่ใช่คำตอบที่ใช่หรือถูกต้องนักสำหรับมนุษย์เงินเดือนทั่วไป รถมือสอง ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ยิ่งเป็นมือใหม่ด้วยแล้ว บริษัท กรุงไทยคาร์เร้นท์ แอนด์ ลีส จำกัด (มหาชน) หรือ KCAR ขอแนะนำทริคสำหรับผู้ซื้อหน้าใหม่ที่ตกลงปลงใจควักเงินเก็บออมในกระเป๋ามาถอยรถมือสองนั้น ควนจะต้องตรวจดูอะไรในเบื้องต้นบ้าง รถเคยถูกชนหนักมาหรือไม่ เคยมีน้ำเข้ามาหรือไม่ เปลี่ยนมือขับมาแล้วกี่คน ฯลฯ

●   อย่างที่กล่าวมาข้างต้น รถมือ 2 นั้นมี 2 ประเภท คือ รถบ้าน กับ รถเต้นท์ ซึ่ง 2 ประเภทนี้ก็มีความแตกต่างกันดังนี้:

●   ประเภทที่ 1 รถบ้าน : คือรถที่เจ้าของบ้านใช้เอง ประกาศขายเอง เป็นการซื้อขายกันตรงระหว่างเจ้าของรถกับผู้ซื้อ การซื้อรถแบบนี้มีข้อดีคือ ได้ซื้อกับเจ้าของรถโดยตรง ผู้ซื้อสามารถถามประวัติของรถได้ หากพบเจ้าของรถที่ดี มีความจริงใจ ผู้ซื้อก็จะได้ข้อมูลที่ถูกต้อง ส่วนข้อเสียคือ รถบ้านส่วนใหญ่จะขายตามสภาพ การซื้อ-ขายไม่มีการรับประกัน ผู้ซื้อต้องเป็นคนหาแหล่งเงินกู้ หรือดำเนินการทางด้านเอกสารต่างๆ เอง เป็นต้น

●   ประเภทที่ 2 รถเต้นท์ : คือไม่ใช่การซื้อ-ขายโดยตรงกับเจ้าของ แต่เป็นซื้อ-ขายผ่านคนกลางหรือนายหน้า ซึ่งปัจจุบันการซื้อ-ขายในรูปแบบดังกล่าวมีทั้งประเภทรถเต้นท์ผ้าใบทั่วไป หรือรถมือสองที่มีการลงทุนโชว์รูมที่ตกแต่งสวยงามทันสมัย วิธีการซื้อรถแบบนี้มีข้อดีคือ สามารถไปดูรถได้สะดวก มีรถหลายรุ่น หลายปีให้เลือก มีบริการด้านเอกสาร การประสานงานกับสถาบันการเงิน แต่การเลือกซื้อรถเต้นท์อาจมีค่าดำเนินการเพิ่มเติม ซึ่งนั่นอาจมองว่าเป็นข้อเสียของการซื้อรถเต้นท์

●   เมื่อทราบพอสังเขปแล้วว่ารถมือสองมี 2 ประเภทใหญ่ๆ เราก็จะลงลึกว่าทริคในการดูรถมือสองอย่างไรให้มีความเสี่ยงน้อยที่สุด เราขอโฟกัสไปที่การซื้อ-ขายผ่านคนกลางเป็นหลัก

●   1. เล่มแท้ เล่มเทียม ถูกสวมเล่มมาหรือไม่: ผู้ใช้รถจำเป็นต้องมีการเสียภาษีทุกปี ซึ่งจากเล่มสมุดจดทะเบียนนี้ สามารถสังเกตได้ว่าเป็นเล่มแท้หรือไม่ ถูกสวมเล่มมาหรือเปล่า เพราะบางกรณีอาจพบได้ว่ารถสองคันแต่เป็นเล่ม ทะเบียนเดียวกัน ซึ่งในสมุดจดทะเบียน สามารถดูได้ดังต่อไปนี้

●   เล่มทะเบียนหน้า 16 จะบอกถึงรายการเสียภาษี ทุกครั้งที่มีการเสียภาษีทุกปีจะมีการพิมพ์รายการเสียภาษีทุกครั้ง เพราะฉะนั้นการพิมพ์แต่ละครั้งรูปแบบของตัวอักษรหรือช่องไฟจะมีระยะที่ไม่เท่ากัน หากรูปแบบของการพิมพ์ เหมือนกัน น้ำหมึกเท่ากันทุกบรรทัด ช่องไฟที่เท่ากันในแต่ละบรรทัด ของแต่ละปีที่ยื่นภาษี จึงเป็นที่ผิดสังเกตุ ให้พึงระวังถึงการปลอมแปลงสมุดจดทะเบียนได้

●   เล่มทะเบียนหน้า 18 แสดงการเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ รถยนต์จดประกอบหรือไม่ มีการดัดแปลง หรือถูกเปลี่ยนสภาพมาหรือไม่ หรือหากเป้นการนำเข้า ได้ดำเนินการนำเข้าอย่างถูก ต้องหรือเปล่า สามารถเช็คได้จากหน้าที่ 18 ซึ่งกรมขนส่งทางบกจะเป็นผู้แก้ไข

●   2. ใครเคยเป็นเจ้าของมาก่อน : การโอนเข้าชื่อผู้ขายก่อนจะมีประโยชน์กับผู้ซื้อในเรื่องความมั่นใจโดยเฉพาะผู้ขายที่จดทะเบียนในรูปแบบบริษัท เพราะการถือกรรมสิทธิ์ของผู้ขายที่เป็นรูปแบบบริษัทก่อนที่จะมีการโอนให้กับผู้ซื้อนั้น แสดงถึงความชัดเจนในการถือครองกรรมสิทธิ์ของรถยนต์คันนั้นๆ จะช่วยลดปัญหาที่อาจตามมาได้ ไม่ว่าจะเรื่องปัญหาการโอน การตรวจสอบประวัติ หรือการขอเอกสารเพิ่มเติม ก็จะเบ็ดเสร็จที่บริษัทผู้ขาย ไม่ต้องติดตามกับบุคคลที่สามหรือเจ้าของเดิมนั่นเอง

●   3. เช็คอย่างไรว่านี่คือไมล์แท้ : ทุกวันนี้การกลับไมล์ให้น้อยลงสามารถทำได้ง่าย ผู้ซื้อควรคำนึงถึงเลขไมล์ที่สอดคล้องกับปีรถ และสภาพภายใน, ภายนอก ที่สอดคล้องกับเลขไมล์ของรถคันนั้นๆ การทดลองขับก็สามารถบ่งชี้ถึงการดูแลรักษาที่สอดคล้องกับเลขไมล์ได้เช่นกัน ปัจจุบันนี้มีหลายยี่ห้อ หลายแบรนด์ ที่สามารถตรวจสอบเลขไมล์ครั้งสุดท้ายได้กับศูนย์บริการ เช่น โตโยต้า หรือฮอนด้า เป็นต้น หรือหากเราทราบว่ารถที่ต้องการซื้อนั้นมาจากดีลเลอร์หรือเข้าศูนย์บริการที่ไหน เราก็สามารถตรวจสอบเลขไมล์กับดีลเลอร์รายนั้นๆ ได้เช่นกัน

●   4. ทดลองขับก่อนดีกว่า : นอกจากสภาพที่สายตามองเห็นแล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องคำนึงอยู่อีกมากมาย เพื่อสร้างความ มั่นใจในการซื้อรถ และตรวจสอบความพร้อมของรถ โดยเฉพาะเครื่องยนต์หรือช่วงล่างนั่นเอง การทดลองขับเป็นสิ่งที่จำเป็น และสำคัญสำหรับผู้ซื้อเป็นอย่างยิ่ง เราสามารถจับอาการความผิดปกติของรถแม้จะไม่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องรถยนต์ก็ตาม เพราะฉะนั้นควรเลือกซื้อรถยนต์กับผู้ขายที่ให้ทดลองขับจะดีที่สุด ซึ่งอาจมีบางร้านไม่สะดวกให้ทดลองขับ แต่อย่างไรก็ตาม การทดลองขับจะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้มากยิ่งขึ้นจริงๆ

●   5. ผู้ขายต้องน่าเชื่อถือ : ผู้ขายเป็นบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีที่ทำการที่เป็นมาตรฐาน หรือ ตัวแทนที่ถูกแต่งตั้งจากบริษัทรถยนต์จะสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้ เพราะผู้จำหน่ายเหล่านี้จะมีการตวจสอบ และออดิตถึงสภาพความพร้อมของตัวรถที่จะขายให้กับลูกค้า จุดนี้เองจึงสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อว่าท่านได้ซื้อรถที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีการรับประกันและความรับผิดชอบหลังการขาย

●   6. รถสภาพสวย ใช่ว่าจะไร้ความเสี่ยง : สภาพภายนอกรถที่สวยงาม ไม่ได้บ่งบอกว่าจะดีเสมอไป รถคันนั้นๆ อาจมีการผ่านอุบัติเหตุหนักๆ มาก็เป็นได้ หากต้องการสังเกตว่ารถเกิดอุบัติเหตร้ายแรงมาหรือไม่ ให้ดูที่สีของตัวถังรถ ว่ามีสีเพี้ยนหรือไม่สม่ำเสมอหรือเปล่า สีไฟหน้า สีไฟท้าย เป็นสีเดียวกัน ถ้าสีใหม่ต้องใหม่เหมือนกันทุกดวง ไม่ใช่บางดวงเก่า บางดวงใหม่ นอกจากนั้นสภาพรถควรจะเป็นไปตามอายุของรถ เช่น อายุรถ 10 ปี แต่ไฟหน้าใหม่ ไม่เหมือนผ่านการใช้งานมา 10 ปี ก็เป็นที่น่าผิดสังเกต ซึ่งบางคนมองว่าเป็นเรื่องดี แต่จริงๆ อาจจะซ่อม หรือเคลมมา รวมถึงกระจกรถและแท็กของสายเข็มขัดนิรภัยจะระบุว่าปีที่ผลิตรถมา อันนี้ก็ถือเป็นจุดสังเกตง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถตรวจสอบได้

●   โดยรวมแล้ว การตรวจสอบปีของรถ เลขปีทุกอย่าง ทุกจุด จะต้องตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นเลขตัวถังรถ เลขเครื่องยนต์ จะต้องตรงกับในเล่มทะเบียน หรือแม้แต่ยางรถยนต์ ก็สังเกตจากตัวเลข 4 หลัก ที่ระบุปีของยางซึ่งควรจะต้องใหม่กว่าปีของรถนั่นเอง

●   7. ไฟแนนซ์จะช่วยตรวจสอบรถให้ : ยี่ห้อรถยนต์ “มีผลต่อยอดในการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน” รถที่มีความนิยมสูงก็จะได้สินเชื่อที่สูงตามไปด้วย ผู้จำหน่ายก็มีผลต่อยอดการขอสินเชื่อด้วยเช่นกัน ผู้จำหน่ายที่เป็นตัวแทนของรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ ก็จะได้สินเชื่อที่มากกว่าปกติ เพราะในแง่ของการขอสินเชื่อ สถาบันการเงินก็จะตรวจสอบถึงแหล่งที่มาของรถยนต์ รถยนต์ที่สามารถตรวจสอบได้ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับสถาบันการเงินนั้นๆ ในการจัดไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า ยิ่งผู้ขายมีความน่าเชื่อถือมาก ก็จะได้วงเงินของสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย เมื่อลูกค้าซื้อรถผ่านไฟแนนซ์ ไฟแนนซ์เองก็จะเป็นผู้ตรวจสอบที่มาของรถให้กับลูกค้าอีกทางหนึ่ง ซึ่งน่าเชื่อถือ และสร้างความมั่นใจในรถคันนั้นๆ ได้ เช่นกัน

●   นี่คือ 7 ข้อหลักๆ ที่ KCAR ขอนำมาฝากสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถมือสอง อย่าลืมว่าเรื่องรถกับเรื่องเอกสาร เป็นเรื่องคู่กัน มือใหม่หัดซื้อรถมือสองควรศึกษาหาข้อมูลให้ครบรอบด้าน หากไม่แน่ใจว่าจะถูกยอมแมวขายหรือไม่ แนะนำให้ไปโชว์รูมที่ได้มาตรฐานจะดีที่สุด

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.krungthai.co.th   ●


Tips for buying Used-Car


 

Drunk Dont Drive