Jaguar Land Rover ทดสอบรถยนต์ 5 รุ่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต
March 12, 2017
Motortrivia Team (4660 articles)

Jaguar Land Rover ทดสอบรถยนต์ 5 รุ่น เส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต


เรื่อง : สันติภพ นิ่มเล็ก • ภาพ : JLR ประเทศไทย

 

●   วันที่ 28 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2560 บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย นำคณะสื่อมวลชนร่วมทดสอบรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์หลากหลายรุ่น ประกอบด้วย จากัวร์เอฟ-เพซ (Jaguar F-PACE), จากัวร์ เอ็กซ์อี (Jaguar XE), จากัวร์ เอ็กซ์เจ (Jaguar XJ), เรนจ์โรเวอร์ (Range Rover) และ เรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด (Range Rover Sport Hybrid) โดยจะได้สัมผัสสมรรถนะของเครื่องยนต์ พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ครบครันบนเส้นทางกรุงเทพฯ-ภูเก็ต รวมระยะทางกว่า 800 กิโลเมตร

●   การเดินทางเริ่มจากโชว์รูมจากัวร์-แลนด์โรเวอร์ ถนนพระราม 4 ออกเดินทางลงสู่ภาคใต้กันตั้งแต่เช้า ด้วยถนนพระราม 2 ต่อด้วยถนนเพชรเกษมเพื่อมุ่งสู่ จังหวัดภูเก็ต ทีมงาน Motortrivia ได้ทดลองขับครบทุกรุ่นโดยแบ่งออกเป็น 5 ช่วงการเดินทางด้วยกัน

Range Rover Sport Hybrid

●   ช่วงที่ 1 : เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด กรุงเทพฯ-วังมะนาว จังหวัดราชบุรี ระยะทาง 100 กิโลเมตร ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีระบบส่งกำลังแบบไฮบริดรุ่นแรกในตลาดรถหรูของเมืองไทย และเป็นเครื่องยนต์ดีเซลแบบไฮบริดสำหรับรถเอสยูวีรุ่นแรกของโลก พร้อมนำเสนอความเหนือระดับอีกขั้นด้วย การออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะที่เหนือชั้นให้ครอบคลุมทุกสภาวะการขับขี่ ด้วยการผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับโครงตัวถังอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ยานยนต์รุ่นนี้ยังคงความเป็นเลิศในแบบฉบับของเรนจ์โรเวอร์อย่างสมบูรณ์

●   ระบบไฮบริดของ เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด ออกแบบให้มอเตอร์ไฟฟ้ารวมอยู่ในชุดเกียร์ ทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนตัวรถในช่วงออกตัว จากนั้นเครื่องยนต์จะรับหน้าที่ต่อในช่วงความเร็วสูง ส่วนในช่วงเร่งแซงทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์จะทำงานร่วมกัน และเมื่อมีการเบรกหรือชะลอความเร็วระบบจะชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ มีสวิตช์ EV เพื่อให้รถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ทำงานที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือจนกว่าไฟฟ้าในแบตเตอรี่ของระบบไฮบริดไม่เพียงพอ ซึ่งระบบจะใช้การขับเคลื่อนจากเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว

●   เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ V6 DOHV 24 วาล์ว 340 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 71.33 กก.-ม. ที่ 1,500 รอบต่อนาที 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 6.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 15.6 กิโลเมตรต่อลิตร ปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลดลง 13 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ TDV6 ล้อแม็กของเรนจ์ โรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด ถูกออกแบบมาด้วยรูปทรง Aerodynamic ลดการใช้พลังงานและเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อน

●   ช่วงที่ 1 ถนนเรียบแบบซูเปอร์ไฮเวย์ ใช้ความเร็วได้ค่อนข้างสูง เรนจ์โรเวอร์ สปอร์ต ไฮบริด สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม ช่วงล่างแน่น กระชับ ความเร็วสูงยังคงนิ่ง สร้างความสบายให้กับผู้โดยสารได้อย่างมาก กำลังของเครื่องยนต์มีให้ใช้งานเหลือเฟือ การเร่งแซงไม่ต้องกังวลใดๆ ทั้งสิ้น การเปลี่ยนเลนเพื่อแซงตามสภาพการจราจรทำได้คล่องตัวกว่าที่คิด เป็นรถลุยระดับหรูที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้สะดวกแถมยังใช้เดินทางไกลได้ดี บางอารมณ์ยังซิ่งในแบบรถสปอร์ตได้อีกด้วย

Jaguar F-Pace

●   ช่วงที่ 2 : จากัวร์ เอฟ-เพซ วังมะนาว จังหวัดราชบุรี-ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 226 กิโลเมตร เป็นการทดสอบ SUV รุ่นแรกของจากัวร์ ออกแบบเพื่อมอบความคล่องตัว การตอบสนองที่ฉับไว และความงามสง่าอันโดดเด่นตามแบบฉบับจากัวร์ พร้อมพลศาสตร์ที่เหนือระดับและประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันที่ครบถ้วน ผสานเส้นสาย พื้นผิว และสัดส่วนอันบริสุทธิ์หมดจดเข้ากับคุณสมบัติต่างๆ ที่ได้แรงบันดาลใจจากรุ่นเอฟ-ไทป์ ทั้งช่วงท้ายที่ทรงพลัง บังโคลนพร้อมช่องลม และลวดลายกราฟิกไฟท้ายอันโดดเด่น

●   กระจังหน้าเน้นตวามดุดันและกันชนบึกบึน บ่งบอกถึงสมรรถนะ พร้อมองค์ประกอบอื่นเช่น ไฟหน้า Full LED ทรงเพรียว ล้อแม็กขนาด 22 นิ้ว และโอเวอร์แฮงด้านหน้าสั้น ที่สะท้อนภาพยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดดีไซน์ของ C-X17 ความยาวและความกว้างฐานล้อแตกต่างจากจากัวร์รุ่นอื่น ด้วยความยาวตัวรถ 4,731 มิลลิเมตร และความยาวฐานล้อ 2,874 มิลลิเมตร พื้นที่วางขาด้านหลังกว้างขวางที่สุดในรถคลาสเดียวกัน และพื้นที่เก็บสัมภาระมีความจุ 650 ลิตร

●   ภายในผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวัสดุและการตกแต่งระดับพรีเมียม ความพิถีพิถันในรายละเอียด และความหรูหรา เช่น เบาะหลังปรับเอนด้วยไฟฟ้า และเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างระบบอินโฟเทนเมนต์ InControl Touch Pro และแผงคอนโซลพร้อมจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว

●   โครงสร้างอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาแบบโมดูล่าร์ ประกอบด้วยอะลูมิเนียม 80 เปอร์เซ็นต์ และเป็นรถยนต์เพียงรุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มีโครงสร้างโลหะชิ้นเดียว การใช้วัสดุคอมโพสิตในฝาท้ายรถและแมกนีเซียมในชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น ชุดคานขวาง ยังช่วยให้รถมีน้ำหนักเบายิ่งขึ้นผลก็คือ รุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 180 แรงม้า ขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์ธรรมดามีน้ำหนักตัวรถ 1,665 กิโลกรัม และมีอัตราปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 129 กรัมต่อกิโลเมตร โครงสร้างตัวถังที่มีความต้านทานแรงบิดสูง ช่วยเสริมประสิทธิภาพของช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนก 2 ชั้น ถ่ายทอดมาจากรุ่น เอฟ-ไทป์ ช่วงล่างด้านหลังแบบ Integral Link พร้อมระบบ Torque Vectoring ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าเพื่อความรู้สึกและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม

●   ระบบ Adaptive Dynamics ควบคุมด้วยไฟฟ้า วัดความเคลื่อนไหวของตัวรถด้วยอัตรา 100 ครั้งต่อวินาที และวัดความเคลื่อนไหวของล้อด้วยอัตรา 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมให้แรงหน่วงอยู่ในระดับที่เหมาะสมในทุกสภาพการขับ สำหรับผู้ที่ต้องการสมรรถนะระดับสูงสุด สามารถเลือกใช้ระบบ Configurable Dynamics ซึ่งใช้เป็นครั้งแรกในเอฟ-ไทป์ เพื่อปรับแต่งคันเร่ง เกียร์อัตโนมัติ พวงมาลัยตามความต้องการ หรือเลือกใช้ระบบ Adaptive Dynamics ตามความเหมาะสม ด้วยการใช้แบบจำลอง Fluid Dynamics โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์อันล้ำสมัย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบปรับตั้งแรงบิดได้ตามต้องการ คือระบบที่ทันสมัยที่สุดของจากัวร์ และยังให้สมรรถนะแรงบิดสูงสุดด้วย ใช้ระบบ Intelligent Driveline Dynamics (IDD) ซึ่งเป็นระบบควบคุมที่จากัวร์พัฒนาขึ้นเองเพื่อใช้เป็นครั้งแรกในรุ่นเอฟ-ไทป์ ระบบ IDD จะมีลักษณะของความคล่องตัวและการทรงตัวแบบระบบขับเคลื่อนล้อหลัง แต่สามารถถ่ายแรงบิดไปสู่ล้อหน้าอย่างนุ่มนวลเพื่อให้สมรรถนะที่ดียิ่งขึ้น บนทุกสภาพถนน และในทุกสภาพอากาศ

●   ระบบ Adaptive Surface Response (ASR) ซึ่งพัฒนาจากเทคโนโลยีจดสิทธิบัตร Terrain Response ของแลนด์โรเวอร์ ช่วยให้ระบบ AWD ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในสภาวะแวดล้อมที่ท้าทาย ระบบ ASR ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในระบบควบคุมการขับของจากัวร์ จะตรวจสอบประเภทของพื้นผิวถนน และกำหนดค่าที่เหมาะสมในการทำงานของระบบส่งกำลัง และระบบควบคุมการทรงตัว

●   ระบบ ASR นำมาใช้เป็นครั้งแรกในออลนิว เอ็กซ์เอฟ และได้รับปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นโดยเพิ่มโหมดสำหรับการขับลุยหิมะและดินโคลน อีกหนี่งเทคโนโลยีระดับโลกที่พัฒนาขึ้นเพื่อสภาะวะการขับขี่ที่ท้าทายคือ All Surface Progress Control (ASPC) ระบบ ASPC จะอาศัยแรงยึดเกาะที่มีอยู่มาใช้ควบคุมคันเร่งและเบรคแบบอัตโนมัติ เพื่อให้ตัวรถเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล ผู้ขับเพียงควบคุมพวงมาลัย ระบบ ASPC จะทำงานในระดับความเร็วตั้งแต่ 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึง 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ผู้ขับสามารถเลือกความเร็วที่ต้องการโดยใช้สวิตช์ครูซคอนโทรล ระบบสามารถทำงานได้ทั้งโหมดขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมฟังก์ชั่น Low-Friction Launch (LFL) ช่วยให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และเป็นฟังก์ชั่นที่นำมาใช้ในออลนิว เอฟ-เพซ เป็นครั้งแรก

●   เทคโนโลยีอินโฟเทนเมนต์และเชื่อมต่อการสื่อสารก็มีความล้ำหน้าเช่นกัน ระบบ InControl Touch Pro บนหน้าจอทัชสกรีนขนาด 10.2 นิ้ว ทำงานด้วยโปรเซสเซอร์ควอดคอร์อันทรงพลังและอุปกรณ์บันทึกข้อมูลแบบ SSD ที่เข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วกว่าฮาร์ดไดร์ฟจานหมุนแบบเดิมๆ เชื่อมต่อแบบอีเธอร์เน็ตความเร็วสูง พร้อมอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย กราฟิกที่คมชัดและตอบสนองฉับไว

●   ระบบนำทางช่วยประหยัดเวลาเดินทางโดยเรียนรู้จากเส้นทางการเดินทางของผู้ขับ ช่วยแนะนำเส้นทาง และแจ้งเวลาที่ไปถึงปลายทางได้ด้วย ระบบนำทางยังสามารถแสดงแบบ 3 มิติเต็มหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วบนแผงคอนโซลได้ด้วย

●   ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ ยังมาพร้อมกับการเปิดตัวครั้งแรกในโลกของกุญแจ Activity Key ของจากัวร์ ในรูปแบบของสายรัดข้อมือกันน้ำ กันสะเทือน พร้อมระบบส่งข้อมูลในตัว ซึ่งใช้เทคโนโลยี wearable รองรับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และช่วยให้ผู้ขับสามารถเก็บกุญแจรถไว้ในรถอย่างปลอดภัยขณะทำกิจกรรมหรือเล่นกีฬา

●   เมื่อล็อครถโดยใช้ Activity Key กุญแจรถที่เก็บอยู่ในรถจะไม่สามารถใช้งานได้ Activity Key ทำงานบนช่วงคลื่นความถี่อาร์เอฟเดียวกับกุญแจอื่น ๆ และใช้ล็อคและปลดล็อครถโดยนำไปแนบกับตัวอักษร J ของสัญลักษณ์จากัวร์ที่ประตูท้ายรถ Activity Key ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่จึงไม่ต้องกังวลกับอายุการใช้งาน

●   ช่วงที่ 2 สภาพเส้นทางยังคงเป็นทางเรียบ จากัวร์เอฟ-เพซ สามารถตอบสนองการขับได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอัตราเร่งแซงที่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม การทรงตัวยามความเร็วสูงก็มั่นคง บางช่วงของเส้นทางมีสภาพชำรุด ขรุขระ ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเดินทาง ไม่เสียการทรงตัวหรือรู้สึกสั่นสะเทือนแต่อย่างใด จากัวร์เอฟ-เพซ เป็นรถสปอร์ตในคราบรถครอบครัว ที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย แถมในช่วงวันหยุดก็ยังสามารถใช้ขับท่องเที่ยวไปตามที่ต่างๆ ได้อีกด้วย

Jaguar XJ

●   ช่วงที่ 3 : จากัวร์ เอ็กซ์เจ ทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์-จังหวัดชุมพร ระยะทาง 200 กิโลเมตร ทีมงาน Motortrivia เปลี่ยนไปขับ จากัวร์ เอ็กซ์เจ ที่มีความหรูหราสุดของการเดินทางในครั้งนี้ ล้ำหน้าด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา การผสานอย่างลงตัวของความภูมิฐาน ความงดงามปราดเปรียว และพลังแห่งการพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมการตกแต่งห้องโดยสารภายในที่มอบความสะดวกสบายสูงสุด

●   ทุกรุ่นมาพร้อม New Rear Seat Comfort Package เบาะนั่งปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้า การปรับระดับช่วงเอว และฟังก์ชั่นการนวดผ่อนคลาย ติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อการขับและโดยสารระดับไฮเอนด์ ควบคุมเพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านจอทัชสกรีนแบบ 2 มุมมอง New Executive Package เนรมิตยานยนต์รุ่นฐานล้อยาวให้กลายเป็นศูนย์ธุรกิจเคลื่อนที่อันทันสมัยสำหรับผู้บริหารยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมีออพชั่น Illumination Package ระบบแสงไฮเทคเพื่อการปรับสภาพอารมณ์ตามต้องการซึ่งในอดีตมีเฉพาะในยานยนต์ Supersport รุ่นท็อปเท่านั้น

●   เอ็กซ์เจ ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2,000 ซีซี 200 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 33.6 กก.-ม. ที่ 1,750-4,000 รอบต่อนาที 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 7.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.3 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ช่วงที่ 3 นี้จากัวร์ เอ็กซ์เจ ถือได้ว่าสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางครั้งนี้ได้อย่างสูงสุด ด้วยการออกแบบทุกส่วนที่ลงตัวและยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบภายนอกและภายใน สร้างความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกๆที่นั่งอย่างมาก ส่วนของสมรรถนะของรถก็ยังมีประสิทธิภาพสูงในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเยี่ยมยอด ช่วงล่างที่ทั้งเกาะถนนและนุ่มนวล สร้างความมั่นใจในการเดินทางได้อย่างเต็มเปี่ยม ทุกโค้งทุกสภาพถนนไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ทั้งสิ้น การเดินทางความเร็วต่ำถึงความเร็วสูง สามารถสร้างความพึงพอใจได้เป็นอย่างดี

●   จากัวร์ เอ็กซ์เจ ถือเป็นสุดยอดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่คู่แข่งหลายๆ ค่ายยังไม่สามารถเทียบเคียงได้ สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นเอกลักษณ์และไม่เหมือนใคร รถคันนี้สามารถตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี

Jaguar XE

●   ช่วงที่ 4 : จากัวร์ เอ็กซ์อี จังหวัดชุมพร- อ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ระยะทาง 208 กิโลเมตร รถรุ่นนี้โครงสร้างทำจากอะลูมิเนียม เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 2,000 ซีซี DOHC 16 วาล์ว 200 แรงม้า แรงบิด 30.57 กก.-ม. พร้อมเทคโนโลยีสำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อการเข้าถึงทุกแอพพลิเคชั่นของสมาร์ทโฟนได้ด้วยฟังก์ชั่น InControl Apps บนหน้าจอสัมผัสภายในห้องโดยสาร และฟังก์ชั่นจุดกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ตแบบ Wi-Fi จากเสาสัญญาณของตัวรถ สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์สื่อสารของคุณได้หลากหลายรูปแบบ

●   จากัวร์ เอ็กซ์อี คือ รถยนต์รุ่นแรกในคลาสเดียวกันที่ใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบโมโนค๊อก ถือเป็นสปอร์ตซาลูนที่ทรงประสิทธิภาพ และเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เพื่อมอบประสบการณ์การขับที่เป็นเลิศ วัสดุอะลูมิเนียมอัลลอยเกรดใหม่นี้ช่วยประหยัดน้ำมันสูงสุดที่ 25 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบเสียง Meridian Sound System ขนาด 380 วัตต์ โดย Meridian แบรนด์ผู้เชี่ยวชาญระบบเสียงระดับโลกจากอังกฤษ ซึ่งออกแบบขึ้นเพื่อจากัวร์เอ็กซ์อีโดยเฉพาะ มอบพลังเสียงกระหึ่มจากลำโพง 11 จุดผ่าน 12 ชาแนล มาพร้อมซับวูฟเฟอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบ

●   เส้นทางช่วงนี้ส่วนใหญ่อยู่บนไฮเวย์ บางช่วงสามารถใช้ความเร็วได้สูง จากัวร์ เอ็กซ์อี ถูกออกแบบมาให้ดูสปอร์ต แต่แฝงไว้ด้วยความหรูหรามีระดับ และสะดวกสบาย การใช้งานบนท้องถนนมุดแซงหรือเปลี่ยนเลนทำได้อย่างคล่องตัว ทันใจ การบังคับควบคุมทำได้เยี่ยมและเฉียบคมตามสไตล์รถสปอร์ต อัตราเร่งแซงน่าประทับใจ เรียกกำลังออกมาใช้ได้เต็มที่ ช่วงล่างมาเต็มแบบรถสปอร์ต เกาะถนนได้มั่นคง แต่อาจกระด้างนิดหน่อยในบางจังหวะ แต่โดยรวมรถสไตล์สปอร์ตต้องเป็นแบบนี้ถึงจะขับสนุกและมั่นใจ

●   สรุป จากัวร์เอ็กซ์อี ซีดาน 4 ประตู ที่สามารถใช้งานทุกวันได้อย่างคล่องตัวและสะดวกสบาย ขับสนุก ปลดปล่อยอารมณ์สปอร์ตออกมาได้อย่างเต็มเปี่ยม

Range Rover Hybrid

●   ช่วงสุดท้าย : เรนจ์ โรเวอร์ ไฮบริด อ่าวลึก จังหวัดกระบี่-จังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 102 กิโลเมตร เป็นครั้งแรกของเรนจ์ โรเวอร์ ในการนำเครื่องยนต์ดีเซล 3.0L SDV6 มาใช้กับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 35 กิโลวัตต์ หรือ 56 แรงม้า มีกำลังขับเคลื่อนรวม 340 แรงม้า ทำให้เรนจ์ โรเวอร์ มีสมรรถนะการขับเทียบเคียงกับเครื่องยนต์ดีเซล V8 อัตราปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลงถึง 14 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ TDV6 การเร่งแซงและการไต่ความเร็วจากต่ำไปสูงทำได้น่าประทับใจ ความเร็วสามารถขึ้นได้เรื่อยๆ ทำให้มีความมั่นใจ

●   สภาพเส้นทางช่วงสุดท้ายเป็นทางคอนกรีตเรียบ และบางช่วงเป็นถนนขรุขระจากการซ่อมบำรุงที่ยังไม่เรียบร้อย ช่วงทางเรียบตัวรถให้ความความสะดวกสบาย ช่วงล่างนุ่มนวลนั่งสบายสมกับเป็นรถระดับพรีเมี่ยม ช่วงถนนขรุขระ ชำรุด แรงสะเทือนไม่ได้มีผลต่อรถระดับนี้แต่อย่างใด สามารถผ่านไปได้อย่างสบายทั้งตัวรถและผู้โดยสาร

●   เรนจ์ โรเวอร์ไฮบริด ตอบสนองการใช้งานของผู้ที่ต้องการความโดดเด่นไม่เหมือนใครได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นแบบฉบับของตัวเอง ความสะดวกสบายม รวมถึงเกียรติประวัติที่มีมาอย่างยาวนาน   ●

ขอบคุณ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


2017 Jaguar Land Rover Media Drive


 

Drunk Dont Drive