June 24, 2017
Motortrivia Team (10150 articles)

Mitsubishi Mirage GLS Ltd. CVT ขับมิราจใหม่ไปเที่ยวสวนผลไม้


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : มิตซูบิชิ ประเทศไทย

 

●   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย กระตุ้นตลาดอีโคคาร์ด้วยการปรับโฉมให้รถ 2 รุ่น ประกอบด้วยซีดานรุ่น แอททราจ และแฮทช์แบ็ครุ่น มิราจ ชูจุดเด่นเรื่องความประหยัดเชื้อเพลิงระดับ 23.3 และ 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร เพิ่มความน่าสนใจด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานหลายรายการ ปรับราคาเพิ่ม 11,000 บาทในรุ่นแอททราจ และ 13,000 บาทในรุ่นมิราจ

แอททราจรุ่นปรับโฉมใหม่ แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย:
–   GLX MT ราคาเดิม 461,000 บาท ราคาใหม่ 472,000 บาท
–   GLX CVT ราคาเดิม 495,000 บาท ราคาใหม่ 506,000 บาท
–   GLS CVT ราคาเดิม 550,000 บาท ราคาใหม่ 561,000 บาท
–   GLS Ltd. CVT ราคาเดิม 599,000 บาท ราคาคงเดิม

●   ภายนอกของแอททราจ เปลี่ยนไฟท้ายลายใหม่พร้อมกันชนหลังใหม่ ภายในของรุ่น GLS Ltd. เพิ่มอุปกรณ์ที่รองรับระบบ Apple CarPlay เพิ่มระบบครูสคอนโทรลควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ตกแต่งด้วยเบาะหนังสีดำด้ายแดง หัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ ทุกรุ่นเพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยฝั่งผู้ขับ ช่อง USB ตำแหน่งใหม่ใช้งานสะดวกขึ้น เพิ่มเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 3 ตำแหน่งที่เบาะหลัง พร้อมหมอนรองศีรษะปรับความสูงได้ 3 ระดับ และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง

มิราจรุ่นปรับโฉมใหม่ แบ่งเป็น 4 รุ่นย่อย ประกอบด้วย:
–   GLX MT ราคาเดิม 444,000 บาท ราคาใหม่ 457,000 บาท
–   GLX CVT ราคาเดิม 478,000 บาท ราคาใหม่ 491,000 บาท
–   GLS CVT ราคาเดิม 544,000 บาท ราคาใหม่ 557,000 บาท
–   GLS Ltd. CVT ราคาเดิม 572,000 บาท ราคา 596,000 บาท

●   ภายนอกของมิราจทุกรุ่นเพิ่มไฟ LED บริเวณสปอตไลต์ด้านหน้า ภายในเพิ่มเข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 3 ตำแหน่งที่เบาะหลัง พร้อมหมอนรองศีรษะปรับความสูงได้ 3 ระดับ พร้อมเพิ่มไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยฝั่งผู้ขับ เพิ่มจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง ช่อง USB ตำแหน่งใหม่ใช้งานสะดวกขึ้น ส่วนในรุ่น GLS Ltd. CVT เพิ่มอุปกรณ์ที่รองรับระบบ Apple CarPlay เพิ่มระบบครูสคอนโทรลควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ตกแต่งด้วยเบาะหนังสีดำด้ายแดง และหัวเกียร์หุ้มหนังสีดำ


มร.โคจิ นาคาฮาร่า กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขายในประเทศ (ที่ 2 จากขวา), คุณยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด (ที่ 2 จากซ้าย) และคุณจารุกร เรืองสุวรรณ ผู้ชำนาญการอาวุโส สำนักกลยุทธ์งานขาย (ซ้ายสุด)


●   สำหรับกิจกรรมทดลองขับ สตาร์ทที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ช่วงเช้าได้รับเกียรติจาก มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน พร้อม คุณยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด และ คุณจารุกร เรืองสุวรรณ ผู้ชำนาญการอาวุโส สำนักกลยุทธ์งานขาย ร่วมให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ จากนั้นจึงเริ่มออกเดินทางด้วยมิราจรุ่นท๊อป GLS Ltd. CVT นั่งคันละ 4 คน จุดหมายปลายทางอยู่ที่สวนละไม จังหวัดระยอง ระยะทางรวมไป-กลับ ประมาณ 300 กิโลเมตร

●   ช่วงแรกเส้นทางไม่ซับซ้อนจึงรับอาสาขอขับก่อน ด้วยความที่เป็นรถเล็ก การนั่งจึงต้องอาศัยความสามัคคี ช่วยกันขยับเบาะคนละนิดละหน่อย เฉลี่ยความสะดวกสบายให้เท่าเทียม ส่วนผมลอยตัวเพราะอยู่ในตำแหน่งผู้ขับ ที่ต้องปรับให้อยู่ในท่านั่งที่ถูกต้อง อุ่นใจขึ้นมาอีกนิดเพราะอยู่คันแรก เกาะติดตามรถนำได้โดยไม่ต้องกลัวพลัดหลง ฝ่าเมืองขึ้นทางด่วนต่อเนื่องลอยฟ้าได้แล้วก็เบาใจ ขับชิลๆ ที่ความเร็ว 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แอบอู้เป็นบางครั้งด้วยการเปิดใช้งานครูสคอนโทรล ใช้รอบต่ำประมาณ 1,800-2,000 รอบต่อนาที ช่วงผ่อนคันเร่งรู้สึกว่าเกียร์ปรับช่วยหน่วงความเร็ว ไม่ไหลยาว ทำให้ไม่ต้องแตะเบรกบ่อยๆ อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยช่วงแรกที่เซต 0 มาก่อนออกเดินทางอยู่ที่ 4.7 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือ 21.2 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าน่าพอใจ

●   ผู้โดยสารรวมผู้ขับน้ำหนักน่าจะใกล้ๆ 300 กิโลกรัม เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ DOHC MIVEC 12 วาล์ว 1,200 ซีซี 78 แรงม้า แรงบิด 10.2 กก.-ม. รองรับ E20 กับเกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราเร่งจึงเป็นไปตามสภาพ ไม่รวดเร็วทันใจ แต่ไปได้เรื่อยๆ ช่วงล่างและพวงมาลัยให้ความรู้สึกที่ดี ไม่เบาหวิว ขับบนทางลอยฟ้าได้อย่างสบายๆ เบรกรู้สึกว่าเหยียบแล้วไหลค่อนข้างเยอะ เปลี่ยนผู้ขับครบทุกคนแล้วก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน น่าจะเป็นเพราะรถยังใหม่ขับใช้งานไปแค่ 500 กิโลเมตร เบรกอาจจะยังไม่เข้าที่ ขับเพลินๆ 70 กิโลเมตร ก็ถึงจุดพักและเปลี่ยนผู้ขับ

●   คราวนี้ลองย้ายไปนั่งด้านหลังบ้าง รู้สึกว่าพนักพิงตั้งชันไปนิด และเบาะรองนั่งสั้นไปหน่อย ยังดีที่เบาะหน้าติดตั้งในตำแหน่งค่อนข้างสูง จึงพออาศัยแหย่เท้าเข้าไปได้ลึกหน่อย ขับไปสักพักเริ่มแตกความสามัคคี เพราะมี USB แค่ช่องเดียว ส่วนช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ ก็ใช้งานกับวิทยุสื่อสารไปแล้ว ก็เลยต้องเอา Power Bank มาใช้งานแทน ผู้ขับคนที่ 2 ขับไปถึงสวนละไมก็พักยาวๆ เพื่อเข้าชมสวนและกินมื้อกลางวัน

●   ก่อนออกเดินทางกลับก็เปลี่ยนผู้ขับอีกครั้ง ผมยังนั่งหลังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือความง่วง น่าจะเพราะข้าวเหนียวมะม่วงที่กินเข้าไป ความทรงจำช่วงแรกจึงขาดๆ หายๆ เพราะมีวูบหลับไปบ้าง แวะอีกครั้งที่ปั๊มแถวบ้านบึง สลับผู้ขับคนสุดท้ายที่บ่นเล็กน้อยว่าขับช่วงสุดท้ายเข้าเมืองช่วงเย็นต้องเจอรถติด แต่ผู้โดยสารทุกคนก็พร้อมใจทำเป็นไม่ได้ยิน ขับย้อนทางเดิมขึ้นทางด่วนลอยฟ้า ช่วงเย็นฝนฟ้าเริ่มตั้งเค้า ฟ้ามืดลมแรงกว่าขาไป ขับความเร็ว 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถเริ่มมีอาการเซ จนต้องลดความเร็วลงเหลือ 100-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถึงปลายทางก่อนฝนจะเทลงมา การจราจรจึงไม่ติดขัดมากอย่างที่คิด

●   มิตซูบิชิ มิราจ ใหม่ ภายนอกปรับโฉมเล็กน้อยเพิ่มความสดใหม่ ไฮไลต์อยู่ที่การเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานภายในหลายรายการ กับราคาที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจึงนับว่าคุ้มค่า ที่มีอุปกรณ์มาตรฐานครบครันเกินระดับรถ ประหยัดและมลพิษต่ำตามมาตรฐานอีโคคาร์ มาพร้อมการรับประกันคุณภาพและฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร   ●

ขอบคุณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง


2017 Mitsubishi Mirage and Attrage