BMW 4 Series ทดลองขับซีรีส์ 4 ในสนามพีระเซอร์กิต
July 29, 2017
Motortrivia Team (4049 articles)

BMW 4 Series ทดลองขับซีรีส์ 4 ในสนามพีระเซอร์กิต


เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ • ภาพ : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

 

●   บีเอ็มดับเบิลยู เริ่มทำตลาดรถเก๋ง 2 ประตูขนาดคอมแพกต์ด้วยซีรีส์ 3 คูเป้ ซึ่งมีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 1975 กับรุ่น E21 จากนั้นซีรีส์ 3 ทุกรุ่นก็มีตัวถังคูเป้ในสายการผลิตทั้ง E30, E36, E46 และ E92 ก่อนจะเปลี่ยนรหัสตัวถังเป็น F และแบ่งตลาดให้ชัดเจนขึ้นด้วยการเพิ่มซีรีส์ 4 สำหรับรถ 2 ประตู ซึ่งแบ่งเป็นรุ่นคูเป้ F32 เปิดประทุนหลังคาแข็งพับได้ F33 และรุ่น 5 ประตู Gran Coupe F36

●   สำหรับเมืองไทย บีเอ็มดับเบิลยูทำตลาดซีรีส์ 4 ด้วย 2 ตัวถังหลัก คือ คูเป้ และ เปิดประทุน ล่าสุดปรับโฉมเพิ่มความทันสมัย แต่ละตัวถังมี 2 รุ่นย่อยให้เลือก แตกต่างที่การตกแต่งและอุปกรณ์มาตรฐาน คือ Luxury เน้นความหรูหรา และ M Sport เน้นความโฉบเฉี่ยว ทุกรุ่นใช้เครื่องยนต์เหมือนกันแบบเบนซิน 4 สูบ 2,000 ซีซี เทอร์โบ 252 แรงม้า แรงบิด 35.66 กก.-ม. เกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ

●   ซีรีส์ 4 โฉมใหม่ ยังคงมีการกระจายน้ำหนักหน้า/หลัง แบบ 50/50 โครงสร้างเบาลง 45 กิโลกรัม แต่ทนทานต่อแรงบิดได้ดีขึ้น 60 เปอร์เซ็นต์ ไฟหน้า Adaptive LED ไฟท้าย LED รุ่นเปิดประทุนมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 370 ลิตรเมื่อปิดหลังคา และ 220 ลิตร เมื่อเปิดหลังคา ใช้เวลาเปิด-ปิดหลังคา ประมาณ 20 วินาที ทำงานได้เมื่อรถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วไม่เกิน 18 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

–   430i Coupe Luxury ราคา 3,499,000 บาท M Sport ราคา 3,799,000 บาท
–   430i Convertible Luxury ราคา 3,999,000 บาท M Sport ราคา 4,299,000 บาท


คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย


●   บีเอ็มดับเบิลยู ไทยแลนด์ จัดทดสอบแบบกลุ่มสำหรับ ซีรีส์ 4 ใหม่ โดยมีไฮไลต์อยู่ที่ตัวแรงอย่าง M4 Coupe เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ เทอร์โบ 3,000 ซีซี 431 แรงม้า ที่ 5,500-7,300 รอบต่อนาที แรงบิด 56.0 กก.-ม. ที่ 1,850-5,500 รอบต่อนาที เกียร์ M ดับเบิลคลัตช์ พร้อม Drivelogic เร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ใน 4.1 วินาที ราคา 8,299,000 ล้านบาท ให้ขับในพีระ เซอร์กิต เท่านั้น

●   แตกต่างจากรุ่นพื้นฐานหลายจุด เช่น หลังคาคาร์บอนไฟเบอร์ ลดน้ำหนักได้ 6 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับรุ่นมาตรฐาน ฝากระโปรงหน้าและซุ้มล้อหน้าอะลูมิเนียม เพื่อให้มีสัดส่วนการกระจายน้ำหนักหน้า/หลังที่สมดุล เพลาขับคาร์บอนไฟเบอร์ น้ำหนักเบาลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มความแม่นยำของพวงมาลัย ให้การขับที่คล่องแคล่ว เพิ่มการยึดเกาะ และเพิ่มความนุ่มนวล

●   M4 รุ่นปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 รุ่นย่อย คือ รุ่นมาตรฐาน 431 แรงม้า ขยับความแรงขึ้นอีกนิดกับรุ่น Competition Package 450 แรงม้า ราคา 9,999,000 บาท และรุ่นสุดโหด M4 GTS 500 แรงม้า ราคา 13,999,000 บาท และเร็วๆ นี้จะเพิ่มรุ่น M4 CS เพื่อแทรกระหว่าง Competition Package และ GTS

●   ช่วงทดลองขับในพีระ เซอร์กิต มีวางไพลอนบอกจุดเบรก ไพลอนข้างละ 2 อัน แตะเบรก ถ้าไพลอนข้างละ 3 อัน ให้เบรกหนักๆ และมีไพลอนวางไว้ตาม Apex ในโค้ง และวางเรียงไว้เหมือนการบอกไลน์ ไม่ใช่วางไว้เพื่อดักความเร็ว ทำให้คนที่ไม่ชำนาญ Racing Line อย่างผมขับได้ง่ายขึ้น การขับแบ่งเป็น 2 กลุ่ม มีรถนำเป็น 330e ตามด้วยซีรีส์ 4 รุ่นต่างๆ ทั้งคูเป้และเปิดประทุน ตกแต่งแบบ Luxury และ M Sport ตลอดการขับรถนำจะคอยดูขบวน ถ้าต่อแถวกันสวยงาม เว้นระยะห่างพอดี ก็จะเพิ่มความเร็วให้ แต่ถ้ามีคันใดคันหนึ่งเว้นช่วงห่างเกินไปก็จะชลอความเร็วเพื่อรอ

●   เริ่มจากกลุ่มไฮไลต์เพราะมี M4 อยู่ในแถวด้วย ไล่เรียงจากรถนำ 330e ต่อด้วย M4 ตามด้วยรุ่นเปิดประทุน M Sport, คูเป้ M Sport และเปิดประทุน M Sport อีกคัน ผมได้ขับคันที่ 3 คูเป้ M Sport ขับดูไลน์สนาม 3 รอบ รอบแรกรถนำจะวิทยุสื่อสารอธิบายทางและจุดที่ต้องระวังเป็นระยะ รอบ 2 จะเพิ่มความเร็วขึ้น และรอบ 3 หวดกันแบบเต็มเหนี่ยว โดยรถทุกคันห้ามแซงกันเองและห้ามแซงรถนำ

อุ่นเครื่องด้วย 430i Coupe M Sport

●   เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2,000 ซีซี 252 แรงม้า ที่ 5,200 รอบต่อนาที กับแรงบิด 35.66 กก.-ม. ที่รอบต่ำ 1,450-4,800 รอบต่อนาที และเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ เร่งออกตัวได้อย่างทันใจและต่อเนื่อง ใช้โหมดการขับแบบ Sport และโยกคันเกียร์ไปที่ตำแหน่ง M แล้วควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วย Paddle Shift เลี้ยงรอบไว้ตั้งแต่ช่วงโค้งแถวทางแยกเข้าพิท

●   เมื่อได้ยินรถนำวิทยุมาบอกว่า พ้นโค้งเข้าสู่ทางตรงหน้าแกรนด์สแตนด์แล้วกดคันเร่งได้เต็มที่ ก็เลยทำตามด้วยความเต็มใจ เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเร้าใจ รอบตวัดขึ้นสูงอย่างรวดเร็ว จังหวะเปลี่ยนเกียร์รอบตกเล็กน้อยแล้วไล่ขึ้นอย่างฉับไว

●   รถนำ 330e พุ่งออกไปก่อน โดยมี M4 เกาะติดท้ายไป คันหน้าผมเป็นรุ่นเปิดประทุนก็ไม่ทิ้งระยะห่าง ผมกดคันเร่งกระชั้นระยะเข้าไป โดยมีคันหลังตามมาติดๆ ผ่านเส้นสตาร์ตเจอไพลอน 2 ตัว หมายถึงให้เริ่มแตะเบรก เหลือบมองเข็มความเร็วอยู่แถว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เหยียบเบรกต่อเนื่องผ่านโค้งซ้ายลงเขา แล้วกดเบรกหนักขึ้นเมื่อผ่านไพลอน 3 ตัว ก่อนจะม้วนซ้ายขึ้นเขา กดคันเร่งส่งพารถออกไปทางขวา ก่อนจะดึงเข้าซ้ายและเบรกเพื่อเตรียมเข้าโค้งขวายูเทิร์น พารถเข้าหา Apex ที่มีไพลอนวางไว้ จากนั้นกดคันเร่งสุดอีกครั้งพารถออกไปชิดซ้าย เบรกหนักตรงไพลอน 3 ตัว เพื่อเข้าโค้ง 100r

●   ในโค้งนี้ถ้าขับถูกไลน์จะทำความเร็วได้สูง ทีมงาน XSPAN THAILAND ที่ดูแลการทดสอบครั้งนี้วางไพลอนเป็นไกด์ไว้ให้ และวิทยุบอกอีกครั้ง ทำให้ขับได้อย่างมั่นใจ รถไปได้เร็ว มั่นคง และแทบไม่ต้องหมุนพวงมาลัยมากนัก ซัดยาวๆ มาถึง S1 ต้องเบรกหนักก่อนเข้า ตรงนี้มีวางไพลอนตรง Apex ไว้ ทับได้นิดๆ แต่ไม่อยากให้ปีนลึกเพราะเกรงว่าช่วงล่างจะเสียหาย ต่อเนื่อง S2 และเข้าโค้งหลังพิท ครบ 3 รอบก็กลับมาจอดตั้งขบวนเพื่อสลับรถ โดยจะสลับไปขับรถคันหน้า

●   ตลอดการขับรู้สึกว่าช่วงล่างหนึบแน่นมาก ขับเร็วๆ ในสนามแข่งได้อย่างมั่นใจ ทั้งที่ผมเองก็ไม่ได้แม่นไลน์นัก แอบสงสัยว่าปรับแต่งอะไรมาหรือเปล่า ทีมงานที่ขับรถนำเหมือนจะรู้ใจ ถึงได้บอกมาในวิทยุสื่อสารว่ารถทุกคันเป็นรถเดิมๆ จากโรงงาน ด้วยฝีมือระดับผมที่ไม่ได้ขับรถเก่งมากมายนัก รู้สึกว่าบีเอ็มดับเบิลยู 430i Coupe M Sport เป็นรถที่ขับสนุกเครื่องยนต์แรงและมีความยืดหยุ่นดี ตอบสนองได้ดีตั้งแต่รอบต่ำ เกียร์ทำงานรวดเร็วทันใจไม่เสียจังหวะ มี Paddle Shift ให้ควบคุมจังหวะเปลี่ยนเกียร์เองได้

●   ช่วงล่างแบบ M Sport เตี้ยกว่ารุ่นมาตรฐาน ล้อ 19 นิ้ว ยางต่างขนาด 225/40 ที่ด้านหน้า และ 255/35 ที่ด้านหลัง เกาะหนึบเหลือๆ พวงมาลัยหนืดมือเหมาะกับการขับแบบสปอร์ต ตอบสนองรวดเร็วและแม่นยำ เบรกสร้างแรงดึงได้หนักหน่วง และรองรับการเบรกหนักๆ ต่อเนื่องได้ดี ซัดกันต่อเนื่องก็ไม่มีอาการ Fade

รับลมกับ 430i Convertible M Sport

●   ครบรอบแล้วสลับไปขับรุ่นเปิดประทุน M Sport ที่เปิดประทุนไว้พร้อม อยากลองขับรถเปิดประทุนมานานแล้ว ก็เลยยอมให้ผมเสียทรงไม่ปิดหลังคา คราวนี้ขับ 2 รอบเพราะไม่ต้องดูสนามแล้ว สารภาพตามตรงว่าไม่ได้จดจำรายละเอียดของรถคันนี้เท่าไร เพราะจดจ่ออยู่กับการฟังเสียงเครื่องยนต์และเสียงท่อไอเสียของรถคันหน้าซึ่งก็คือ M4 นั่นเอง เสียงของ M4 ดุดันจริงๆ แม้จะไม่โหดดิบเหมือนเครื่องยนต์ความจุเยอะๆ แบบ M รุ่นก่อนๆ (เพราะมีข้อบังคับเรื่องมลพิษมาเกี่ยวข้อง) แต่เวลาลากรอบสูงๆ หรือช่วงเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลง ฟังแล้วก็ยังรู้สึกถึงความมีพลังและเร้าใจ

●   ความรู้สึกในการขับรถเปิดประทุน รู้สึกว่าทั้งเสียงและแรงลมปะทะน้อยกว่าที่คิด ทั้งที่ไม่ได้ปิดกระจกข้าง แต่ที่แน่ๆ คือ ลมร้อนมาเต็มๆ ปะทะกับลมเย็นของเครื่องปรับอากาศ ไม่ทำให้เกิดพายุ แต่อาจจะทำให้เจ็บป่วยได้ เมื่อมีจังหวะเลยปิดแอร์ขับ

ไฮไลต์ M4 เร็ว แรง หนึบ ขับง่าย

●   หลังจากได้ขับไปแล้ว 5 รอบเริ่มชินกับสนาม ก็ได้เวลาเปลี่ยนมาลอง M4 พอดี นับว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะถ้าได้ขับก่อนหน้านี้ก็อาจยังไม่ชินสนาม หรือได้ขับหลังจากนี้ก็อาจหมดแรงซะก่อน ภายในห้องโดยสารไม่ต่างจากรุ่นมาตรฐานมากนัก มีเบาะนั่ง ชุดมาตรวัด และคันเกียร์ ที่ต่างกัน โดยรวมแต่งสปอร์ตแบบเรียบๆ

●   ราคาต่างจากรุ่นมาตรฐาน 2 เท่ากว่า ความรู้สึกในการขับก็ต่างกันชัดเจน ทุกอย่างที่ว่ายอดเยี่ยมแล้วใน 430i M Sport เมื่อเป็น M4 ก็ทำได้ดีกว่า เครื่องยนต์มาเต็มทั้งแรงม้าแรงบิดที่รับส่งต่อเนื่องกัน เกียร์ดับเบิลคลัตช์ มีทั้งโหมดอัตโนมัติและโหมดแมนวล ล้อและยางขยายขนาดขึ้นอีกพอสมควร ด้านหน้า 255/35 R19 ด้านหลัง 275/35 R19 เข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้นิ่งและคม ตัวรถแทบไม่มีอาการโยน พวงมาลัยแม่นยำสั่งได้ เบรกได้หนักแน่นสุดๆ ช่วงออกจากโค้งเข้าสู่ทางตรงจุดสตาร์ต ลองกดคันเร่งมิดตั้งแต่ปลายโค้ง กดคันเร่งพร้อมคืนพวงมาลัยตรง รถก็ยังพุ่งไปแบบตรงๆ ไม่มีอาการใดๆ แต่ก็ยังไล่ 330e ไม่ทันอยู่ดี

●   สุดทางตรงทำความเร็วได้ประมาณ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รู้อาการเบรกแล้วจึงลองเบรกลึกอีกนิด รถก็ยังควบคุมง่าย หลังๆ เริ่มได้ใจ กดคันเร่งส่งทั้งแต่ยังไม่ออกจากโค้ง ใน 100r ก็ใช้ความเร็วได้สูงขึ้น โดยที่ไม่สูญเสียความมั่นคง เชื่อว่าตลอด 2 รอบที่ผมขับ ระบบช่วยเหลือต่างๆ คงทำงานกันอย่างจ้าละหวั่น ทำให้ M4 เป็นรถที่ไปได้เร็ว ไปตามสั่ง มั่นคง ขับสนุก และที่สำคัญคือ ขับง่าย นับเป็นโอกาสดีที่ได้ขับรถแรงๆ แบบนี้ในสนามแข่ง เพราะถ้าไปขับบนถนนสาธารณะก็คงไม่กล้าขับเร็ว และคงไม่ได้ความรู้สึกแบบนี้

ลองของหรู 430i Luxury

●   ขับครบทุกรุ่นแล้วย้ายฝั่งมาลองรุ่นหรู Luxury ทั้งคูเป้และเปิดประทุน เครื่องยนต์เหมือนกัน ตกแต่งภายนอกภายในเน้นความหรูหรา เบาะหนังสีครีม ลายไม้ ภายนอกโครเมียม ช่วงบ่ายแเดดเริ่มแรงขึ้น จึงลองปิดประทุน ทำได้ง่ายๆ แค่ปุ่มเดียวที่คอนโซลเกียร์ ปิดแล้วเสียงเงียบพอสมควร แทบไม่ต่างจากรุ่นคูเป้ ช่วงล่างเซตมานุ่มกว่า มีอาการเล็กน้อยเมื่อเข้าโค้งแรงๆ แต่ก็ยังเอาอยู่เพราะมีตัวช่วย

ปิดท้าย Hot Lap กับ M4

●   ก่อนกลับได้ลองนั่ง Hot Lap รอบละ 3 คน ได้ลองนั่งเบาะหลังของ M4 ซึ่งกว้างขวางกว่าที่คิด เข่าไม่ติดเบาะ ศีรษะไม่เฉี่ยวเพดาน เสียอย่างเดียว ไม่มีที่ให้จับยึดเวลารถเหวี่ยงแรงๆ จากฝีมือนักขับนักแข่งทีม XSPAN เข็มขัดนิรภัยอย่างเดียวแทบจะเอาไม่อยู่ ขับด้วยโหมดเกียร์แมนวล ที่การเปลี่ยนเกียร์ดุดันกว่า ให้อารมณ์สปอร์ตแบบดิบๆ

●   เมื่อผู้ขับมีฝีมือดี ก็สามารถรีดสมรรถนะของรถได้อย่างเต็มที่ สุดทางตรงหน้าแกรนด์สแตนด์ ได้ความเร็ว 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เบรกลึกจนนึกว่าลืมเบรก กระแทกเบรกทีเดียวความเร็วลดลงพอสำหรับการเลี้ยว เร่งออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว ดูรถคล่องแคล่วกว่าตอนที่ขับเองมาก ช่วง 100r ไปแบบนิ่งๆ มั่นคง ต่อเนื่อง S1 S2 แบบพริ้วๆ รถไปได้เร็วและต่อเนื่อง ขับได้เนียนสุดๆ นั่งแล้วรู้สึกปลอดภัย   ●

ขอบคุณ บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการทดสอบ


2017 BMW 4 Series Test Drive


 

Bridgestone Turanza