2018 Ford Everest เครื่องใหม่ ดีเซล ไบเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด
July 10, 2018
Motortrivia Team (3530 articles)

2018 Ford Everest เครื่องใหม่ ดีเซล ไบเทอร์โบ เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

 

●   ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัว Ford Everest รุ่นปรับปรุง พร้อมติดตั้งเครื่องยนต์ใหม่ ดีเซล ไบเทอร์โบชาร์จ กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 213 แรงม้า จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด โดยจะเปิดรับจองตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมฟอร์ด และพร้อมส่งมอบรถได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นไป

●   นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า “ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ สานต่อความโดดเด่นจากฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่นปัจจุบันที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ด้วยการนำความคิดเห็นจากผู้บริโภคที่มีต่อเอเวอเรสต์รุ่นปัจจุบัน มาพัฒนาประสิทธิภาพ สมรรถนะ และความสะดวกสบาย ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ได้อย่างดียิ่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมตอกย้ำความเป็นหนึ่งในรถยนต์อเนกประสงค์ที่ชาญฉลาดและปลอดภัยที่สุดในตลาด”


นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน ประธาน ฟอร์ด อาเซียน และกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย


●   “เอเวอเรสต์ เจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเปิดตัวในปี 2558 ได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Thailand Car of the Year 2015) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย เราเชื่อมั่นว่า ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่เราเปิดตัวในวันนี้ จะได้รับเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้บริโภคอย่างแน่นอน”


คุณกมล ธีรมงคลรัศมี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย


●   Everest ใหม่มีการปรับภาพลักษณ์เล็กน้อย ตัวรถมากับกระจังหน้าใหม่, ชุดไฟหน้า HID, ล้ออัลลอยแบบก้านคู่ Split-Spoke ขนาด 20 นิ้ว จับคู่ยางขนาด 265/50 ห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีดำ เพิ่มความนุ่มนวลตามจุดสัมผัสต่างๆ ในห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เบาะแถว 3 พับไฟฟ้า และมีหลังคา Panoramic Moonroof ให้

●   ชุดระบบอินโฟเทนเมนท์ มากับ SYNC 3 ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว แสดงผลกล้องมองหลัง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนด้วย Android Auto, Apple CarPlay หรือบลูทูธ ผู้ขับสามารถใช้งาน Apple Maps และระบบแผนที่นำทางด้วยดาวเทียม ซึ่งติดมากับรถเมื่อออกนอกพื้นที่ที่มีสัญญาณโทรศัพท์ได้ นอกจากนี้ SYNC 3 ยังรองรับระบบจดจำเสียง และระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยด้วย

●   ส่วนระบบช่วยโทรฉุกเฉิน หรือ Emergency Assistance จะเป็นระบบ SYNC ที่ได้รับการพัฒนามาขึ้นอีกขั้น ผู้ขับสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธด้วยระบบ SYNC และต่อสายไปที่เบอร์ 1669 เมื่อเกิดอุบัติเหตุ หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินได้

●   พละกำลังมาจากเครื่องยนต์ดีเซล ความจุ 2.0 ลิตร อัดอากาศด้วยไบเทอร์โบชาร์จ (Bi-turbo Diesel Engine) ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด กำลังสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 213 แรงม้า ที่ 3750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 50.9 กก.-ม. เริ่มที่รอบต่ำ 1,750 รอบ/นาที หมุนล้อแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมระบบ Terrain Management และเฟืองท้ายแบบ Electronic Locking Rear Differential… ใครอยากใช้งานเครื่องยนต์บล็อคนี้ต้องเลือกรุ่นท๊อป Everest Titanium Plus เท่านั้น ส่วนรุ่นย่อยอื่นๆ จะใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 180 แรงม้า และแรงบิด 42.7 กก.-ม.

●   ด้านความปลอดภัย Everest Titanium Plus จะมากับชุดระบบช่วยเบรคฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างระบบ Autonomous Emergency Braking และระบบ Pedestrian Detection รวมทั้งระบบตรวจจับยานพาหนะ Vehicle Detection รอบตัวรถ เพื่อช่วยหยุดรถ พร้อมช่วยลดอัตราการชนท้ายหรือการชนคนเดินถนนลง โดยระบบนี้จะทำงานเมื่อผู้ขับใช้ความเร็วมากกว่า 3.6 กม./ชม. ขึ้นไป

●   Everest ใหม่มีการเพิ่มฟีเจอร์เด่นๆ หลายรายการ เช่น ระบบ Tire Pressure Monitoring System ตรวจวัดลมยางอัตโนมัติ, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพียงยื่นเท้าไปที่ใต้กันชนท้าย, กุญแจรีโมทอัจฉริยะ และปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ

●   นอกจากฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้ว Everest ยังมีเทคโนโลยีช่วยขับอื่นๆ อาทิ ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ, ระบบ Lane Keeping ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง, ระบบ Forward Collision Warning เตือนการชนด้านหน้า, ระบบ Driver Alert System แจ้งเตือนการขับ, ระบบ Auto High Beam Control เปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Active Park Assist สำหรับช่วยจอดอัจฉริยะ, ระบบ Blind Spot Information ตรวจจับรถในจุดบอด พร้อมระบบ Cross Traffic Alert ตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด ปิดท้ายด้วย Rear View Camera and Sensors กล้องมองหลังขณะถอยจอด และสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า

●   Everest ใหม่จะมีสีตัวถังให้เลือก 6 สี ประกอบด้วย Aluminum Metallic, Absolute Black Metallic, Arctic White, Sunset Metallic, Blue Reflex Metallic และสีใหม่ Diffused Silver Metallic การจำหน่ายจะแยกเป็น 4 รุ่นย่อย แบ่งเป็น :

–   Ford Everest Titanium Plus ดีเซล 2.0 ไบเทอร์โบ 4WD ราคา 1,799,000 บาท
–   Ford Everest Titanium Plus ดีเซล 2.0 เทอร์โบ 2WD ราคา 1,599,000 บาท
–   Ford Everest Titanium ดีเซล 2.0 เทอร์โบ 2WD ราคา 1,439,000 บาท
–   Ford Everest Trend ดีเซล 2.0 เทอร์โบ 2WD ราคา 1,299,000 บาท

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.ford.co.th   ●


2018 Ford Everest

Honda Jazz