MICHELIN, IFP Energies Nouvelles และ Axens สร้างมิติใหม่ให้กับโครงการ BioButterfly
October 15, 2019
Motortrivia Team (5319 articles)

MICHELIN, IFP Energies Nouvelles และ Axens สร้างมิติใหม่ให้กับโครงการ BioButterfly

ประชาสัมพันธ์

●   มิชลิน ร่วมกับ IFPEN และ Axens ประกาศที่จะสร้างโรงงานต้นแบบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิตบิวทาไดอีนจากไบโอเอทานอลขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศฝรั่งเศส

●   โครงการ ไบโอบัตเตอร์ฟลาย (BioButterfly) เปิดตัวเมื่อปลายปี 2012 มีวัตถุประสงค์ในการผลิตบิวทาไดอีนจากเอทานอลจากชีวมวล (พืชชนิดต่างๆ) เพื่อใช้ผลิตยางสังเคราะห์ชนิดใหม่ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

●   การสร้างโรงงานต้นแบบอุตสาหกรรมในครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายปี 2019 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี 2020 โดยจะก่อสร้างขึ้นในพื้นที่โรงงานของมิชลินในเมืองบาสซ็อง (Bassens) ใกล้กับเมืองบอร์โด (Bordeaux) ซึ่งที่นั่นมิชลินมีการใช้บิวทาไดอีนจากปิโตรเลียมในการผลิตยางสังเคราะห์ขึ้นเพื่อใช้ในตลาดยุโรปอยู่ก่อนหน้าแล้ว โครงการไบโอบัตเตอร์ฟลายได้รับเงินสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 70 ล้านยูโร และจะทำให้เกิดการจ้างงานราว 20 ตำแหน่ง ณ ที่แห่งนี้

หมายเหตุ : บิวทาไดอีนคืออะไร? บิวทาไดอีนเป็นสารประกอบชนิดหนึ่งที่ในปัจจุบันผลิตจากน้ำมันและเป็นหนึ่งในสารที่มักถูกนำไปใช้ในการผลิตยางสังเคราะห์ ในแต่ละปีผู้ผลิตทั่วโลกมีการใช้บิวทาไดอีนคิดเป็นปริมาณรวมกันมากกว่า 12 ล้านตัน ซึ่งราว 40% นั้นเป็นการใช้เพื่อผลิตยางรถยนต์

จากการผลิตเพียงไม่กี่กรัม… สู่ 100,000 ตัน

●   เริ่มต้นจากการผลิตในปริมาณเพียงแค่ไม่กี่กรัมเพื่อทดสอบในห้องปฏิบัติการอยู่หลายปี ต่อมาจึงมีการพัฒนาเป็นโครงการนำร่องขึ้นที่ IFPEN ในเมืองลียง (Lyon) โดยมีการผลิตเพิ่มขึ้นเป็นหลายร้อยกรัม และในที่สุดได้กลายมาเป็นการผลิตในโรงงานต้นแบบ ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่จะทดสอบกระบวนการผลิตที่มีความสมบูรณ์เต็มรูปแบบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงความพร้อมในทางเทคโนโลยีและทางเศรษฐกิจสำหรับการผลิตเป็นจำนวนมาก (20-30 ตันต่อปี) ก่อนที่จะนำกระบวนการนี้ไปใช้ผลิตในรูปแบบอุตสาหกรรม (100,000 ตันต่อปี) และให้ Axens ดูแลด้านการประชาสัมพันธ์และทำตลาด

●   ภายในโรงงานจะมีการทดสอบการใช้เอทานอลจากชีวมวลทุกชนิด รวมถึงเอทานอลที่ไม่ได้ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบที่เป็นอาหาร (เจนเนอเรชั่น 2) แต่จะผลิตจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและการทำป่าไม้ เช่น ฟางและเศษไม้ เป็นต้น

●   โรงงานแห่งนี้จะมีหน้าที่ตรวจสอบความสมบูรณ์ของกระบวนการที่ IFPEN เป็นผู้พัฒนาขึ้น ซึ่งกระบวนการนี้สุดท้ายแล้วจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีสีเขียวที่ Axens จะเป็นผู้ทำการตลาด และกระบวนการนี้ยังจะทำให้มิชลินมั่นใจว่าจะสามารถเข้าถึงบิวทาไดอีนได้อย่างที่ต้องการและยังเป็นการสนับสนุนให้เกิดการสัญจรอย่างยั่งยืนตามเป้าหมายของมิชลินด้วย

●   การตัดสินใจผนึกกำลังครั้งนี้ได้สร้างมิติใหม่ให้กับโครงการไบโอบัตเตอร์ฟลาย ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมและการจัดการพลังงานฝรั่งเศส (French Agency for Environment and Energy Management หรือ ADEME) ภายใต้โครงการการลงทุนเพื่ออนาคต (The Investments for the Future) โดยแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของพันธมิตรทางธุรกิจที่ช่วยกันลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตยางสังเคราะห์จากวัตถุดิบตั้งต้นชีวภาพขึ้น และยังทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะศึกษาค้นคว้าและคิดหาวิธีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาให้เกิดการทำอุตสาหกรรมที่ยั่งยืนมากขึ้น

●   Florent Menegaux (ประธานกรรมการบริหารของมิชลิน) – ‘การตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมของบริษัทเป็นเอกลักษณ์องค์กรอย่างหนึ่งของมิชลินกรุ๊ปในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกและผู้นำในการสร้างการสัญจรอย่างยั่งยืน ภายในปี 2050 วัตถุดิบที่เราใช้ในการผลิตยาง 80% จะเป็นวัสดุที่มีความยั่งยืน เราคาดหวังว่าไบโอบิวทาไดอีนจะทำให้เป้าหมายนี้สำเร็จลุล่วงไปแล้วถึง 20%’

●   Didier Houssin (ประธานของ IFPEN) – ‘IFPEN มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการผลิตผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบตั้งต้นชีวภาพและเชื้อเพลิงชีวภาพขึ้น และในโครงการไบโอบัตเตอร์ฟลายนี้การค้นคว้าวิจัยของเรามีส่วนช่วยสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างการใช้พลังงานในระยะยาวให้กับภาคอุตสาหกรรม’

●   Jean Sentenac (ประธานและประธานกรรมการบริหารของ Axens) – ‘โครงการนี้ทำให้ Axens ซึ่งเป็นผู้จัดหาเทคโนโลยีในการผลิตสารตั้งต้นปิโตรเคมีซึ่งเป็นที่รู้จักดีอยู่แล้วทั่วโลกได้มีโอกาสขยายฐานการให้บริการของบริษัทไปยังตลาดสารเคมีจากวัตถุดิบตั้งต้นชีวภาพ’

●   ไบโอบัตเตอร์ฟลายเป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก ADEME (French (Agency for Environment and Energy Management) ภายใต้โครงการ The Investments for the Future  ●

Drunk Dont Drive