September 11, 2020
Motortrivia Team (6759 articles)

Bridgestone POTENZA Adrenalin RE004 เติมความสบายให้ยางสปอร์ต

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

●  บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความสำเร็จของยางรถยนต์ในกลุ่มยางสปอร์ตด้วยยางรุ่นใหม่ล่าสุด POTENZA Adrenalin RE004 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘ให้ทุกโค้ง โค้งให้คุณ’ หรือ Don’t Just Take Corners. Rule Them. เน้นการยึดเกาะถนนด้วยร่องดอกยางแบบพิเศษ (Triple and Half Grooves) กระจายแรงกดบริเวณหน้าสัมผัสของยางกับพื้นถนน เข้าโค้งและควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ แม้ขับด้วยความเร็วสูงหรือขับบนพื้นถนนเปียก, บล็อกดอกยางด้านในขนาดใหญ่ (Wide Inside Rib) เพิ่มพื้นที่หน้ายางให้สัมผัสกับพื้นถนนได้มากขึ้น กระจายแรงกดได้มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนบนพื้นแห้งและพื้นเปียก, ร่องยางรูปตัว A หรือ ‘A’ Shape and Aggressive Groove เอกลักษณ์เฉพาะของยาง POTENZA Adrenalin นอกจากความเท่ห์โฉบเฉี่ยวทันสมัยแล้ว ยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้บล็อกดอกยาง ลดการบิดตัวของยางขณะขับ จึงควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ

●  POTENZA Adrenalin RE004 ใช้นวัตกรรมการผลิตยางขั้นสูงของบริดจสโตน ทำให้ส่วนผสมหลักของยางอย่างซิลิก้า มีการกระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ตอบสนองพวงมาลัยได้อย่างฉับไวและควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย POTENZA Adrenalin RE004 ได้รับการทดสอบและพร้อมรองรับสมรรถนะทางด้านการยึดเกาะถนนบนพื้นเปียก ความต้านทานการหมุน และเสียงจากยางที่สัมผัสผิวถนน ตามมาตรฐาน ECE R117-02 ซึ่งเป็นมาตรฐานระดับสากลที่กำกับดูแลโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจของยุโรปแห่งสหประชาชาติ (United Nations Economic Commission for Europe: UNECE) จึงมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ POTENZA Adrenalin RE004 ของบริดจสโตนนั้น ถูกทดสอบมาแล้วมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล

ทดสอบเข้มข้น รถ 3 รุ่น 10 สถานี

●  เพื่อให้สัมผัสประสิทธิภาพของ POTENZA Adrenalin RE004 กันอย่างเข้มข้น บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด จึงเชิญสื่อมวลชนร่วมทดสอบสมรรถนะยางรุ่นใหม่ POTENZA Adrenalin RE004 โดยทดสอบเปรียบเทียบกับ POTENZA Adrenalin RE003 รุ่นเดิม ณ สนามทดสอบยางไทยบริดจสโตน (Thai Bridgestone Proving Ground) ซึ่งเป็นสนามที่มีความทันสมัย มีประสิทธิภาพ และสมบูรณ์แบบแห่งหนึ่งของโลก สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทดสอบสมรรถนะของยางรถยนต์บนพื้นผิวที่หลากหลาย มีสถานีทดสอบมากถึง 10 สถานี ซึ่งจำลองทุกสภาพพื้นผิวถนนในประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและแสดงถึงความปลอดภัยสูงสุด

มร. ชิน นาคามิชิ ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและกลยุทธ์ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

●  ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร. ชิน นาคามิชิ ผู้อำนวยการสายงานการตลาดและกลยุทธ์ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวต้อนรับสื่อมวลชน มร. นาคามิชิ เป็นผู้ที่หลงใหลการขับรถ มีนิสสัน สกายไลน์ GTR รุ่น R32 อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ใส่ยาง POTENZA โดยบอกว่าเป็นรถที่ขับสนุกมาก นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่อีก 2 ท่านมาให้รายละเอียดของยางรุ่นนี้ ประกอบด้วย คุณธีร์ดนัย พึ่งวิทยา ผู้ช่วยผู้จัดการแผนกวางแผนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลาดทนแทน ฝ่ายบริการทางเทคนิคตลาดทดแทน บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด และ คุณวิม เลณบุรี เจ้าหน้าที่วางแผนแผนกกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์และราคา ฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ คุณนฤดล อุตมะ ผู้จัดการแผนกประเมินสมรรถนะยางรถยนต์ ฝ่ายทดสอบยานยนต์ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด อธิบายขั้นตอนการทดสอบ

มร. ฮารุกิ ยามาดะ ผู้อำนวยการสายงานผลิตภัณฑ์ตลาดยางทดแทน (ซ้าย) และ มร. ชิน นาคามิชิ

Gymkhana และทางเปียก

●  อุ่นเครื่องด้วยการขับ ฮอนด้า แจ๊ซ รุ่นล่าสุด จำนวน 2 คัน สภาพรถใกล้เคียงกัน อายุการใช้งานต่างกันไม่เกิน 10,000 กิโลเมตร ติดตั้งยางขนาด 195/55 R15 เติมลมยางหน้า/หลัง 32/30 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ขับคันละ 2 รอบ ในสถานี Gymkhana มีการจับเวลาด้วยเครื่องมือที่รับสัญญาณจากดาวเทียม เพื่อเปรียบเทียบอาการของยางทั้ง 2 รุ่น ต่อเนื่องด้วยการขับบนทางคดเคี้ยวและเปียก และปิดท้ายด้วยการเบรกที่ความเร็ว 90-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

●  เริ่มด้วยรถที่ใส่ยาง RE003 ปรับท่านั่งให้ถูกต้องและถนัดแล้ว ก็ขับเข้าสถานี Gymkhana รอบแรกขับดูทางชิลๆ รอบสองเมื่อผ่านจุดที่กำหนดก็จะจับเวลาแบบ Rolling Start แม้จะมีการจับเวลา แต่ก็ไม่ได้ขับเร็วแบบสุดๆ เพราะต้องการใช้สมาธิจับอาการต่างๆ ของยาง แค่ใช้ความเร็วสูงพอประมาณเพื่อให้ยางแสดงประสิทธิภาพ ขับ Gymkhana ครบ 2 รอบ ก็วนไปขับบนทางเปียก ตามสัญชาติญาณเมื่อเจอทางที่ไม่คุ้น รถไม่คุ้น รวมทั้งเป็นทางที่คดเคี้ยวและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ ก็ต้องขับช้าเป็นธรรมดา รอบแรกขับดูทางยังไม่มีปัญหาอะไร แต่รอบต่อไปเจ้าหน้าที่ที่นั่งไปด้วยบอกให้เพิ่มความเร็วขึ้นอีก ก็เลยจำใจต้องเหยียบคันเร่ง จบด้วยการเบรกบนถนนเปียก เลี้ยงความเร็วเกินกำหนดไปนิด เมื่อถึงจุดเบรกก็กระทืบเบรกเต็มแรง เครื่องมือก็บันทึกระยะเบรกไว้ เป็นอันเสร็จสิ้นการทดสอบยางรุ่นเดิม RE003 ขับกลับจุดเริ่มต้นเพื่อสลับรถเป็นคันที่ใส่ RE004 แล้วขับตามสถานีเดิม

●  ในช่วงสลาลมในสถานี Gymkhana รู้สึกถึงความแตกต่างได้ว่า RE004 ให้การควบคุมพวงมาลัยที่เนียนกว่านิดๆ และจิกแนบไพลอนได้ดี ตอบสนองแม่นยำกว่าในความเร็วใกล้เคียงกัน ย้ำความรู้สึกอีกครั้งในช่วง Lane Change กระชากพวงมาลัยเพื่อเปลี่ยนเลนกะทันหัน จำลองสถานการณ์หลบหลีกสิ่งกีดขวางฉุกเฉิน ตัวรถนิ่งและไปเท่าที่สั่ง ไม่ขาดไม่เกิน ไม่ต้องเพิ่มหรือลดการหมุนพวงมาลัย โดยรวมการยึดเกาะถนนดีกว่าเดิม แต่จะรู้สึกแตกต่างได้ชัดเมื่อเปลี่ยนทิศทางรถด้วยความเร็วสูง ส่วนที่สัมผัสได้ทันทีตั้งแต่ความเร็วต่ำคือ ความง่ายและแม่นยำในการควบคุมที่ส่งผ่านมาทางพวงมาลัย

●  ช่วงขับบนทางเปียก เมื่อเริ่มชินทางแล้วจึงลองเพิ่มความเร็วขึ้นอีกนิดในบางโค้งที่มองแล้วว่า ถ้าเกิดอาการ Understeer แล้วยังมีไหล่ทางรองรับ เจ้าหน้าที่ก็บอกให้เพิ่มความเร็วขึ้นอีก ทั้งที่ตอนนั้นก็อยู่ที่ประมาณ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้ว (กำหนดไว้ที่ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ลองกัดฟันเร่งใส่โค้งเข้าไป ตัวรถไม่มีอาการหน้าดื้อแม้โค้งจะแคบและเปียกชุ่ม การลุยน้ำแทบไม่รู้สึกถึงการต้านหรือดึงของพวงมาลัย ยางรีดน้ำได้หมดจด ทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นได้เต็มที่ ช่วงเข้าโค้งแคบๆ ด้วยความเร็วสูง ไม่ต้องแต่งพวงมาลัย และสามารถรักษาความเร็วเท่ากันได้ตั้งแต่ก่อนเข้าโค้ง ในโค้ง และออกจากโค้ง รอบสุดท้ายมีแอบกดคันเร่งในโค้ง พวงมาลัยก็ยังนิ่ง ไม่ดื้อดิ้นให้หวาดเสียว ช่วงเบรกถึงจุดหยุดนิ่งบนถนนเปียก แม้จะมีตัวแปรเยอะ ทั้งความเร็วที่ใช้ และจุดเบรก แต่ระยะเบรกของ RE004 ก็สั้นกว่า RE003 อย่างมีนัยยะ และขณะกระทืบเบรกเต็มที่ พวงมาลัยของคันที่ใส่ยาง RE004 นิ่งกว่าเล็กน้อย

ลองการเกาะถนนที่ความเร็วสูง เสียงรบกวน และความสั่นสะเทือน

●  สถานีนี้ใช้รอบใหญ่ของสนาม เริ่มต้นด้วยการนั่งดูทางในรถซูบารุ BRZ มีเจ้าหน้าที่ของบริดจสโตนขับให้ ใช้ยาง RE004 ขนาด 215/40 R18 มาตรฐานติดรถ ปิด TRC ทางตรงซัดไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางโค้งก็หย่อนความเร็วลงเล็กน้อย Lane Change ที่ความเร็วสูงระดับ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และแกล้งรถด้วยการกดคันเร่งหนักๆ กลางโค้ง ก็ไม่มีอาการท้ายไหลหรือ Oversteer รู้สึกประทับใจที่รถเกาะหนึบเหนียวแน่น ไม่โยนไม่เหวี่ยง แต่ไม่แปลกใจเพราะเป็นรถสปอร์ต เครื่องยนต์สูบนอนจุดศูนย์ถ่วงต่ำ จึงเลี้ยวและเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงได้นิ่งและคมกริบ สัมผัสได้ชัดเจนแม้เป็นผู้โดยสาร ตรงนี้สรุปไม่ได้ว่าควรยกความดีความชอบให้รถหรือยาง

●  ยาง RE004 ที่ใส่อยู่ใน BRZ สร้างความประหลาดใจในช่วงทดสอบเสียงและความสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านผิวถนนพิเศษ ที่จำลองสภาพผิวถนนที่เสียในรูปแบบต่างๆ ที่ความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเร็วสำหรับผิวถนนที่ไม่ดี การดูดซับแรงสะเทือนทำได้ดีกว่า RE003 อย่างชัดเจน ไม่มีอาการกระเด้งกระดอนแม้อยู่ในรถสปอร์ต ทั้งการขับผ่านการจำลองรอยต่อถนนคอนกรีต ผิวราดยางที่เสียแล้ว และผิวถนนขรุขระ ซึ่งในการใช้งานจริงน่าจะใช้ความเร็วต่ำกว่าที่ทดสอบด้วย

●  สลับมาเป็นผู้ขับในฮอนด้า ซีวิค ใส่ยาง RE004 ขนาด 225/40R18 ลมยาง 32 ปอนด์ต่อตารางนิ้วทั้ง 4 ล้อ เข้าโค้งด้วยความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นโค้งในสนามทดสอบ องศาคงที่ พวงมาลัยก็คงที่ ไม่ต้องแต่งหรือแก้อาการใดๆ เพราะรถเกาะโค้งไปแบบนิ่งๆ ออกจากโค้งเข้าสู่ทางตรงเจ้าหน้าที่บอกให้เพิ่มความเร็วเป็น 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อเข้าสู่สถานีเปลี่ยนเลนฉุกเฉิน ตาก็จ้องทางเข้าทางออก เท้าก็จุ่มคันเร่งคาไว้เพราะกลัวความเร็วไม่ถึง ก่อนเข้าสถานีเหลือบมองมาตรวัดความเร็ว ไหลไปถึง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตกใจแต่ไม่กล้าเบรก แค่ผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย ประคองความเร็วให้ค่อยๆ ลดลง ดึงพวงมาลัยผ่านไพลอนที่วางไว้เป็นคู่ รถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างมั่นคง ไม่ได้ยินเสียงยางเอี๊ยดอ๊าด แต่ช่วงล่างมีการยุบตัวบ้าง เป็นเรื่องปกติของรถบ้านที่เซตช่วงล่างมานุ่ม สถานีนี้น่าจะใกล้เคียงกับการขับบนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์แล้วต้องเปลี่ยนเลนกะทันหันที่ความเร็วสูง

●  พ้นจากสถานีนี้ไปก็เจอกับโค้งซ้าย ความเร็วยังเกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามที่ตกลงกันไว้ เพราะช่วงเปลี่ยนเลนกะทันหันไม่ได้แตะเบรก เลยเข้าโค้งไปด้วยความเร็ว 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การควบคุมรถยังทำได้ง่ายและมั่นใจ รถวิ่งเลาะไปตามโค้งได้แบบสบายๆ ไม่ต้องใช้ทักษะอะไรมาก ถึงขนาดเอ่ยปากขอโทษเจ้าหน้าที่เรื่องที่ใช้ความเร็วเกิน เจ้าหน้าที่ก็ใจดีตอบมาว่า ถ้ามั่นใจว่าควบคุมรถได้ก็ขับไปได้เลย เพราะทดสอบแล้วว่ายางไปได้

●  พ้นโค้งมาก็เจอกับสลาลมที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตรงนี้เห็นชัดเจนเลยว่ายางทำหน้าที่ได้ดี ช่วงล่างมีการให้ตัวค่อนข้างมากตามสไตล์รถบ้าน แต่ยางยังคงยึดเกาะถนนได้ดี สามารถรักษาความเร็วไว้ได้ค่อนข้างคงที่จากการเข้าสลาลมที่ไพลอนตัวแรกไปถึงออกจากสถานี ความเร็วอยู่ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับผ่านจุดสตาร์ทเร่งความเร็วเป็น 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขาดเกินไม่เท่าไรแล้วรักษาความเร็วไว้ รถนิ่งสนิท คาพวงมาลัยไว้ที่องศาเดิมตลอดโค้ง แล้วค่อยๆ คลายพวงมาลัยเมื่อปลายโค้งเข้าสู่ทางตรง

●  รอบสองเพิ่มความเร็วเป็น 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ไม่ต้องเข้า Lane Change แค่ลองโยกพวงมาลัยดูว่า รถมีอาการผิดปกติหรือไม่ ลองโยกด้วยความแรงประมาณขับบนถนนสาธารณะ ตัวรถก็ยังนิ่งเหมือนเดิม ยางไม่ส่งเสียงประท้วง จากนั้นเข้าสู่ถนนจำลอง ใช้ความเร็วเท่าเดิม ยางกว้างกว่า BRZ เล็กน้อย แต่ยังคงดูดซับแรงสะเทือนได้ดี พวงมาลัย เบาะนั่ง พนักพิง และพื้นรถ มีความสะเทือนในระดับประมาณยางคอมฟอร์ทที่เติมลมแข็งๆ ไม่ได้กระแทกจนเด้งหรือสะท้านไปทั้งคัน จึงไม่แปลกใจที่กลุ่มเป้าหมายของยางรุ่นนี้ จะครอบคลุมตั้งแต่รถเล็กในกลุ่ม B Segment, รถขนาดกลาง C Segment ทั้งญี่ปุ่นและยุโรป รวมไปถึงรถยนต์นั่งในกลุ่ม D Segment เช่น โตโยต้า คัมรี่, ฮอนด้า แอคคอร์ด, เบนซ์ อี-คลาส และบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5

แตกต่างมากที่สุดคือ ความไวในการตอบสนอง

●  เมื่อนานมาแล้วมีโอกาสได้ทดลองใช้ POTENZA Adrenalin RE003 ก็ประทับใจในทุกเรื่อง ยกเว้นการตอบสนองที่ไวไปนิด สอบถามแล้วเป็นความตั้งใจในการออกแบบ ให้เมื่อเริ่มหมุนพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย ยางจะมีการตอบสนองที่รวดเร็ว ทำให้การขับใช้งานทั่วไปรู้สึกว่าพวงมาลัยไวไปนิด แต่สำหรับ POTENZA Adrenalin RE004 ได้รับการปรับปรุงการตอบสนองในส่วนนี้ให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับการหมุนพวงมาลัยอย่างตรงไปตรงมา หมุนพวงมาลัยเล็กน้อย รถก็เลี้ยวน้อย เมื่อหมุนพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว รถก็ตอบสนองได้ทันใจและเป็นธรรมชาติ เห็นความแตกต่างได้ชัดทั้งในช่วงสลาลมความเร็วต่ำในแจ๊ซ และสลาลมความเร็วสูงซีวิค รวมทั้งการขับบนทางตรงในซีวิค ที่พวงมาลัยนิ่งขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ต้องใช้ความพยายามมากนักในการควบคุมรถบนทางตรง แต่ยังคงตอบสนองฉับไวทันเหตุการณ์ที่สถานี Lane Change

●  จากการทดสอบที่เข้มข้นและใช้ความเร็วสูง พอสรุปได้ว่า บริดจสโตน POTENZA Adrenalin RE004 เป็นยางที่ตอบสนองการขับแบบสปอร์ตได้อย่างมั่นใจ ด้วยการยึดเกาะถนนที่ดีทั้งทางแห้งและทางเปียก ดีกว่ารุ่นเดิม RE003 แบบรู้สึกได้ ด้วยทั้งส่วนผสมเนื้อยาง โครงสร้างยาง และการออกแบบดอกยาง สิ่งที่พัฒนาเพิ่มเติมขึ้นมาคือ ความง่ายในการควบคุมที่เป็นธรรมชาติ ความแม่นยำ ความเสถียร รวมทั้งการลดความสั่นสะเทือนและลดเสียงรบกวน ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ของบริดจสโตน ทำให้ยางสปอร์ต ไม่จำเป็นต้องแข็งกระด้างและเสียงดังอีกต่อไป

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Bridgestone POTENZA Adrenalin RE004 เชิญได้ที่ www.bridgestone.co.th/th/tire/potenza-adrenalin-re004

Report : Bridgestone POTENZA Adrenalin RE004

Drunk Dont Drive