November 26, 2020
Motortrivia Team (6920 articles)

MG EP สเตชั่น แวกอน แบตเตอรี่ เปิดตลาดใหม่แบบไร้คู่แข่ง

ภาพ : นาธัส แสงสุริยะ

●  เอ็มจี ประเทศไทย เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่รุ่นใหม่ MG EP โดยนับเป็นการเปิดตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในกลุ่มรถสเตชั่นแวกอนเป็นรุ่นแรกในไทยแบบไม่มีคู่แข่งในเซกเมนท์นี้ ตัวรถใช้การสื่อสารทางการตลาดว่า “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” เพื่อย้ำแนวคิดการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับทุกคน (EV for Everyone) ของบริษัทเอ็มจี การจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน Motor Expo 2020 ต้นเดือนธันวาคมนี้

●  MG EP ใช้พื้นฐานเดียวกับ Roewe Ei5 รถไฟฟ้าตัวถังเอสเตท (สเตชั่นแวกอน) ในกลุ่มซับคอมแพคท์ที่จำหน่ายในประเทศจีน และมีการเผยโฉมเป็นครั้งแรกในงาน 2017 Guangzhou Auto Show จากนั้นจึงมีการรีแบรนด์ไปจำหน่ายในสหราชอาณาจักรด้วยชื่อ MG5 EV ก่อนจะถึงคิวของบ้านเราในชื่อ MG EP ในวันนี้

●  เอ็มจีระบุว่า MG EP ได้รับการพัฒนาโดยมีองค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ (1) ความกว้างขวาง ความสะดวกสบาย และความสามารถในการบรรทุกสัมภาระตามแบบฉบับรถสเตชั่นแวกอน (2) ระบบความปลอดภัยทั้ง Active และ Passive Safety พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบ (3) สมรรถนะและระยะทางในการขับต่อการชาร์จ 1 ครั้ง และ (4) ต้นทุนในการเป็นเจ้าของรถต่ำ หรือ Low cost of ownership ทั้งค่าใช้จ่ายด้านการชาร์จพลังงาน และค่าบำรุงรักษาที่ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว

●  ตัวรถมากับอุปกรณ์มาตรฐานอาทิ กระจังหน้าแบบ Suspended Wing Grille ตกแต่งด้วยโครเมียมและเปียโนแบล็ค, ชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟวิ่งกลางวันแบบ LED, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟท้าย LED แบบ Electric Pulse Design, ไฟเบรค ดวงที่ 3 แบบ LED และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว

●  ห้องโดยสารแบบ 5 ประตู 5 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยวัสดุผิวสัมผัสนุ่ม, เบาะหลังปรับพับได้แบบ 60:40, พื้นที่บรรทุกสัมภาระสูงสุด 1,456 ลิตร อุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย จอแสดงผลข้อมูล Digital Multi-Function Display ขนาด 7 นิ้ว ขนาบด้วยมาตรวัดอนาล็อก 2 ฝั่ง, จอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์แบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ iOS ด้วย Apple CarPlay, ระบบปรับอากาศแบบดิจิทัล, กระจกมองหลังตัดแสง และกระจกไฟฟ้าแบบ One Touch Up-Down ฝั่งผู้ขับ

●  ผู้ขับสะดวกด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control, เบรคมือไฟฟ้า Electronic Parking Brake, ฟังก์ชั่นไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์ Follow Me Home Light, กล้องมองหลังพร้อมสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง และกุญแจนิรภัยแบบ Immobilizer

●  ชุดระบบความปลอดภัยประกอบด้วย ระบบ Auto Vehicle Hold ป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรคค้าง, ระบบ Hill Start Assist System ช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, ระบบ Emergency Stop Signal เปิดสัญญาณไฟแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อมีการเบรคฉุกเฉิน, ระบบ Curve Brake Control ควบคุมการเบรคในขณะเข้าโค้ง, ระบบ Stability Control System ควบคุมการทรงตัว และควบคุมการลื่นไถล, ระบบ Traction Control System ป้องกันล้อหมุนฟรี, ระบบ Tire Pressure Monitor System ตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง, ระบบเบรค ABS, ระบบกระจายแรงเบรค EBD, ระบบเสริมแรงเบรคแบบอิเลคทรอนิค EBA, เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับ, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า และจุดยึดเบาะนิรภัยสำหรับเด็ก ISOFIX

●  ชุดระบบขับเคลื่อนประกอบด้วย มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ส่งกำลังด้วยเกียร์ไฟฟ้า กำลังสูงสุด 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 26.4 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 8.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 185 กม./ชม. โหมดในการขับเลือกได้ 3 แบบระหว่าง Normal, Eco และ Sport

●  การเก็บประจุไฟฟ้าเป็นหน้าที่ของแบตเตอรี่แพคชนิด ลิเธียม-ไอออน ระบายความร้อนด้วยของเหลว มาตรฐานการป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP67 ความจุ 50.3 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 380 กม. (มาตรฐานยุโรปเดิม NEDC หมายความว่าหากทดสอบตามมาตรฐานใหม่ WLTP ตัวเลขระยะทางจะน้อยลงกว่านี้พอสมควร)

●  ระยะเวลาในการชาร์จแบบเร็ว (DC Quick Charge) ด้วยหัวชาร์จประเภท CCS Combo 2 ปริมาณ 80% จากจำนวนเต็ม ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ส่วนการชาร์จแบบปกติ 0 – 100% เต็มด้วยไฟ AC ผ่าน MG Home Charger ที่เป็นหัวชาร์จ Type II จะใช้เวลาประมาณ 7 ชั่วโมง 15 นาที… นอกจากนี้ ผู้ขับยังสามารถใช้ฟังก์ชั่น KERS Mode (Kinetic Energy Recovery System) เก็บเกี่ยวพลังงานที่สูญเปล่าในขณะขับ เช่น การเบรค ได้ด้วย โดยสามารถเลือกระดับการชาร์จพลังงานกลับ (Regenerative) ได้ 3 ระดับ

●  สำหรับค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน เอ็มจีระบุว่า ผู้ที่ชาร์จแบตเตอรี่ผ่าน MG Home Charger จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200 บาท* ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ส่วนค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาตามระยะทางตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) จะมีค่าใช้จ่ายรวมไม่เกิน 8,000 บาท โดยเอ็มจีจะนำเทคโนโลยีการเปลี่ยนแบตเตอรี่เฉพาะ Module นั้นๆ มาใช้งาน ซึ่งในกรณีที่จำเป็นต้องมีการบำรุงรักษา สามารถแยกเปลี่ยนเฉพาะ Module นั้นๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชุด (แบตเตอรี่แพคจะประกอบด้วยหลายโมดูล)

*อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทั่วประเทศที่ 3.96 บาทต่อหน่วย ไม่รวมค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่ม อ้างอิงจากข้อมูลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ณ เดือนมิถุนายน 2563

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

●  นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจีมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำยานยนต์แห่งอนาคต หรือ New Generation of Automotive วันนี้เอ็มจีจึงมีได้แนะนำ MG EP รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่มาพร้อมแนวคิด “EVeryone ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชัน รถยนต์พลังงานไฟฟ้าของทุกคน” โดยเราวางตำแหน่งให้ MG EP เป็นเกณฑ์มาตรฐานสู่บรรทัดฐานใหม่ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย”

●  ในเบื้องต้น MG EP จะมีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ประกอบด้วยสีขาว Arctic White, สีเงิน Metallic Grey หรือสีดำ Black Knight ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการและโปรโมชั่นพิเศษจะมีการประกาศอีกครั้งในงาน Motor Expo 2020 วันที่ 1 ธันวาคม 2563 นี้ และจะเปิดรับจองทั้งภายในงาน และที่โชว์รูมเอ็มจีทุกสาขาทั่วประเทศ

อัพเดท : เอ็มจีเปิดราคาจำหน่าย MG EP ที่ 988,000 บาทครับ

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่ www.mgcars.com หรือติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG Call Centre โทร. 1267 ●

Grand Opening : 2021 MG EP

Drunk Dont Drive