October 11, 2021
Motortrivia Team (7949 articles)

2021 Mazda CX-5 เปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่ ราคาเริ่มต้น 1.32 ล้าน

motortrivia

●   มาสด้า ประเทศไทย เปิดตัวครอสโอเวอร์ SUV ขนาดคอมแพคท์ Mazda CX-5 รุ่นปรับปรุงใหม่ ไฮไลท์คือการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานให้ครบยิ่งขึ้นตั้งแต่รุ่นพื้นฐานเกรด S ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1.32 ล้านบาท

●   CX-5 ใหม่ทุกรุ่นย่อยจะมากับชุดระบบ G-Vectoring Control Plus ที่เพิ่มการตรวจจับอาการส่ายของรถ (direct yaw moment control) ในขณะเบรคเพื่อช่วยให้การทรงตัวของรถเป็นไปอย่างราบรื่นในทุกจังหวะเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และทุกรุ่นจะเสริมความสะดวกด้วยกุญแจนิรภัย, สัญญาณกันขโมย, ระบบ ล็อค/ปลดล็อค ประตูอัตโนมัติ, กล้องมองหลัง, เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด ด้านหลัง 4 จุด, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย รวม 6 ตำแหน่ง

●   อีกหนึ่งอุปกรณ์มาตรฐานที่จะติดตั้งมาให้ตั้งแต่รุ่นพื้นฐานคือ จอ Center Display แบบทัชสกรีนรุ่นใหม่ขนาด 8 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ Mazda Connect และปุ่มควบคุม Center Commander รองรับฟังก์ชั่นเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto™ หรือ Apple CarPlay® ปิดท้ายด้วยจอแสดงผลข้อมูลการขับแบบสีบนกระจกหน้า หรือ Windshield Active Driving Display ช่วยให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนน

●   ชุดระบบความปลอดภัย i-Activsense (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) โดยแพคเกจแบบเต็มระบบจะประกอบด้วย ระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ หรือ Adaptive LED Headlamps (ALH), ระบบ Lane-Keep Assist System (LAS) ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน, ระบบ Driver Attention Alert (DAA) ช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับ, ระบบ Lane Departure Warning System (LDWS) เตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน, ระบบ Mazda Radar Cruise Control (MRCC) ควบคุมความเร็วรถอัตโนมัติ

●   ต่อด้วยระบบ Rear Cross Traffic Alert (RCTA) เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง, ระบบ Advanced Blind Spot Monitoring (ABSM) เตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ระบบ Smart Brake Support (SBS) เตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติ, ระบบ Advanced Smart City Brake Support (Advance SCBS) ช่วยหยุดรถอัตโนมัติแบบแอดวานซ์ และระบบ Smart City Brake Support-Reverse (SCBS-R) ช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง

●   ด้านการตกแต่งจะขึ้นอยู่กับเกรดรุ่นย่อยเป็นหลัก โดยการจำหน่ายจะแยกเป็นรุ่น 4 รุ่น ประกอบด้วยรุ่น S, SP, XDL และ Turbo SP ไฮไลท์คือล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว และล้อขนาด 19 นิ้ว รวม 3 แบบ

●   Mazda CX-5 2.0 S : ราคาจำหน่าย 1,320,000 บาท อุปกรณ์มาตรฐานมี ชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED พร้อมฟังก์ชั่น เปิด/ปิด ปรับระดับ สูง/ต่ำ อัตโนมัติ, ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS, ไฟ DRL สำหรับวิ่งกลางวัน, ไฟท้ายแบบ LED Signature และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

●   ห้องโดยสารมี มาตรวัดแบบอนาล็อก, จอแสดงข้อมูลการขับ, กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ, จอทัชสกรีน Center Display ขนาด 8 นิ้ว, ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติแบบ Dual Zone, ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง, เบาะผู้ขับปรับไฟฟ้าพร้อมระบบดันหลังไฟฟ้า, เบรคมือไฟฟ้า, ฟังก์ชั่น Auto Hold, พอร์ท USB ด้านหน้า 2 ช่อง ด้านหลัง 2 ช่อง, ฟังก์ชั่นประตูท้าย เปิด/ปิดไฟฟ้า, ระบบ Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบคงที่ และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

●   พละกำลังมาจากเครื่องยนต์เบนซิน SkyActiv-G ความจุ 2.0 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SkyActiv-Drive กำลังสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 21.3 กก.-ม. รองรับ E85 อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.9 กม./ลิตร

●   Mazda CX-5 2.0 SP : ราคาจำหน่าย 1,470,000 บาท ตัวรถมากับล้ออัลลอย ขนาด 19 นิ้ว, ซันรูฟไฟฟ้า ห้องโดยสารขยับมาใช้มาตรวัดแบบดิจิทัล พร้อมจอแสดงผลแบบสีขนาด 7 นิ้ว, ระบบบันทึกตำแหน่งเบาะผู้ขับ, เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า และชุดซาวด์ซิสเต็ม Bose® แบบรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 10 ตำแหน่ง

●   เพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยด้วยระบบแสดงภาพ 360 ̊ รอบทิศทาง, ชุดระบบความปลอดภัย i-Activsense มีอาทิ ระบบ RCTA, ระบบ MRCC และระบบ SBS เพิ่มเติมจากรุ่น 2.0 S

●   Mazda CX-5 XDL : ราคาจำหน่าย 1,770,000 บาท ตัวรถใช้เครื่องยนต์คลีนดีเซล SkyActiv-D ความจุ 2.2 ลิตร วาล์วไอเสียแปรผันอัจฉริยะ VVT อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบแปรผัน 2 สเตจ กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 45.8 กก.-ม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-Activ AWD อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย 16.1 กม./ลิตร

●   Mazda CX-5 2.5T SP : ราคาจำหน่าย 1,830,000 บาท ตัวรถมากับล้ออัลลอยลายพิเศษขนาด 19 นิ้ว, เบาะหนัง Nappa* สีแดง Deep Red ตกแต่งด้วยด้ายสีน้ำตาลเข้ม, ระบบระบายอากาศสำหรับเบาะคู่หน้า Seat Ventilation, กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติแบบไร้กรอบ, ไฟอ่านแผนที่, ไฟห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระแบบ LED, ไฟสร้างบรรยากาศบริเวณคอนโซลกลางแบบ Down Light, ไฟส่องสว่างบริเวณที่วางเท้าหน้า/หลัง และไฟส่องสว่างในกล่องเก็บของด้านหน้า (เพิ่มเติมจากรุ่น XDL)

●   นอกจากนี้ยังมีวัสดุตกแต่งภายในแบบ Real Wood และสีเงินซาตินโครม, แผงควบคุมกระจกไฟฟ้าตกแต่งด้วยวัสดุสีดำเปียโนแบล็ค และสีเงินซาตินโครม, สวิทซ์ปรับเบาะ และที่เปิดกล่องเก็บของด้านหน้าสีเงินซาตินโครม, เพดานหลังคาสีดำ

●   CX-5 2.5T SP แรงสุดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ SkyActiv-G ความจุ 2.5 ลิตร วาล์วแปรผันคู่อัจฉริยะ Dual S-VT อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จแบบ Dynamic Pressure กำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 42.7 กก.-ม. พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ i-Activ AWD

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

●   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “หลังจากที่มาสด้าเริ่มบุกตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวี ด้วยการส่ง 4 โมเดลหลัก หรือเรียกว่า CX-Series ประกอบด้วย CX-3, CX-5, CX-8 และ CX-30 ส่งผลให้รถยนต์ประเภทนี้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมีผู้เล่นรายใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้นทำให้ตลาดเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2564 มียอดขายรวมสะสมประมาณ 57,000 คัน ส่วนมาสด้ามียอดขายสะสมรวมทั้งสิ้นประมาณ 9,700 คัน เพิ่มสูงขึ้นถึง 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จำนวน 7,653 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ประมาณ 17% ซึ่งการปรับโฉมและการกำหนดกลยุทธ์ด้านราคาจำหน่ายใหม่ที่เกิดความคุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น จะส่งผลทำให้มาสด้ากลับมาครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้น ปัจจุบันอันดับหนึ่งในเซ็กเมนต์รถอเนกประสงค์ครองส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 23% รองลงมาอยู่ที่ 20% ในขณะที่มาสด้าขยับขึ้นมารั้งอันดับสาม และเป้าหมายสำคัญคือเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากที่สุด”

●   “การแนะนำมาสด้า CX-5 ใหม่ ในครั้งนี้ ได้รับการพัฒนาปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ใส่มาให้อย่างครบครันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ทำให้เกิดความคุ้มค่ามากยิ่งกว่าเดิม แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของการออกแบบทั้งภายนอกและภายใน ตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ เรียบง่ายแต่งดงาม ระบบความปลอดภัยครบครัน ระบบเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในสังคมยุคปัจจุบัน และยังนำเสนอทางเลือกให้กับลูกค้าด้วย 3 เครื่องยนต์อันทรงพลัง ให้เหมาะสมกับการใช้งานในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ผู้ชื่นชอบสมรรถนะความแรงกับเครื่องยนต์ 2.5 เทอร์โบ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบทั้งแรงและประหยัดน้ำมันกับเครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.2 ลิตร หรือผู้ที่ต้องการใช้งานภายในเมืองที่กำลังมองหารถที่คุ้มค่าคุ้มราคากับเครื่องยนต์ 2.0 นี่คือเอกลักษณ์ของมาสด้าที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์หนี่งเดียวที่มีหลากหลายเครื่องยนต์ให้เลือกมากที่สุดในตลาด”

●   “ในขณะที่ยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้านับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกันยายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 25,800 คัน ลดลงเล็กน้อยเพียง 1% จากตัวเลข 26,000 คัน ซึ่งสถานการณ์ในปีนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งที่ต้องประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปให้ได้ โดยเฉพาะการทำงานระบบหลังบ้านให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบบดิจิทัล ซึ่งผลลัพธ์ถือว่าเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง หลังจากนี้ไปมาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มรูปแบบโดยเฉพาะแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดให้ครบทุกเซ็กเมนต์ ซึ่งผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าการปรับกลยุทธ์สำหรับการแนะนำมาสด้า CX-5 ใหม่ ในครั้งนี้ จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น กลายเป็นโมเดลหลักสำคัญที่จะสร้างยอดขายให้กับมาสด้าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ผลักดันให้มาสด้าก้าวสู่เป้าจำหน่ายของปีงบประมาณ 2564 ได้อย่างแน่นอน”

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด

●   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “New Mazda CX-5 มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ “พลังความสุข ที่เร้าใจทุกเส้นทาง” เป็นหนึ่งในตระกูลเอสยูวีจากมาสด้า เพื่อเข้ามาเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ก้าวไปสู่ความเป็นที่สุด ใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกๆ วันกับครอบครัว Enjoy Driving โดยเป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำหน้า กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน ใส่เทคโนโลยีและออฟชั่นเพิ่มมากขึ้นแต่ปรับราคาขายเพื่อให้เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น เริ่มต้น 1.3 ล้านบาทเท่านั้น ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลทำให้ CX-5 ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นและได้รับการตอบรับจากลูกค้าชาวไทย คือ เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบที่สง่างาม เป็นรถที่แรงและประหยัดน้ำมัน ระบบความปลอดภัยระดับโลก และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ใช้งานง่ายและมีความจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่เพื่อใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน”

●   “มาสด้า CX-5 รถอเนกประสงค์เอสยูวีที่เป็นต้นกำเนิดของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้านับตั้งแต่ปรากฏโฉมเป็นครั้งแรก จนถึงปัจจุบันมียอดขายสะสมกว่า 8 ล้านคันทั่วโลก สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของเทคโนโลยีสกายแอคทีฟและความนิยมต่อรถประเภทนี้ โดยมาสด้า CX-5 เจเนอเรชั่นแรก ได้เปิดตัวแนะนำในประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2556 มียอดขายสะสมสูงถึง 17,000 คัน ตามมาด้วยเจเนอเรชั่นที่ 2 เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2560 มียอดจำหน่ายถึงปัจจุบันกว่า 15,000 คัน และครั้งนี้คือการกลับมาครั้งสำคัญของ CX-5 เพื่อกลับมาทวงคืนบัลลังก์ผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์เอสยูวี และสร้างปรากฏการณ์ของการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี และความสง่างามของการออกแบบตามแนวคิด โคโดะ ดีไซน์ ที่ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้นในระดับโลก”

●   “กลยุทธ์ด้านราคาถือเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่จะส่งผลทำให้ CX-5 ใหม่ ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ด้วยการวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 1,320,000 บาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ ออฟชั่น ผนวกกับเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามาจะส่งผลทำให้เกิดความคุ้มค่า คุ้มราคา มากที่สุดในตลาด และเมื่อรวมกับโปรโมชั่น อัตราดอกเบี้ย ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาที่ครอบครองแล้วยิ่งทำให้ CX-5 ใหม่ควรค่าแก่การครอบครองมากที่สุด”

●   Mazda CX-5 ใหม่เลือกสีภายนอกได้ 6 สีระหว่าง เทา Machine Gray, แดง Soul Red Crystal, น้ำเงิน Deep Crystal Blue, ดำ Jet Black, ขาว Snow Flake White Pearl หรือเงิน Sonic Silver

●   โปรโมชั่นพิเศษ ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% (1) หรือดอกเบี้ย 1.99% (2) ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี (3) ฟรี Mazda Care 3 ปี (4) หรือโปรแกรมบำรุงรักษา ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ต้องเปลี่ยนตามระยะทาง

●   สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเชิญได้ที่เว็บไซท์ www.mazda.co.th หรือติดต่อ Mazda Speedline : 02-030-5666 หรือโซเชียลมีเดีย MazdaThailandOfficial : Facebook, YouTube, Instagram และ LINE ●

หมายเหตุ:
1. ดอกเบี้ย 0% เงินดาวน์ 55% ผ่อนนาน 24 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี
2. ดอกเบี้ย 1.99% เงินดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี และ Mazda Care 3 ปี หรือโปรแกรมบำรุงรักษา ฟรีค่าแรง ค่าอะไหล่ และผลิตภัณฑ์ของเหลวที่ต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะทาง
3. บริษัทประกันภัยที่ร่วมรายการ ประกอบด้วย วิริยะ ประกันภัย, ธนชาต, ไทยวิวัฒน์, และทิพยประกันภัย เท่านั้น
4. โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง หรือ Mazda Care 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)


Grand Opening : 2021 Mazda CX-5

Hyundai Smart Deal