August 19, 2022
Motortrivia Team (8021 articles)

Honda เปิดราคาจำหน่าย BR-V ในงาน BIG Motor Sale 2022

ภาพ : จันทนา เจริญทวี

●   หลังปล่อยสเปคออกมาตั้งแต่ช่วงเดือนที่แล้ว วันนี้ ฮอนด้า ประเทศไทย ก็เปิดราคาจำหน่ายครอสโอเวอร์ SUV ขนาดซับคอมแพคท์ Honda BR-V รุ่นใหม่ เจนเนอเรชั่น 2 อย่างเป็นทางการภายในงาน BIG Motor Sale 2022 โดยตัวงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 28 สิงหาคม 2565 นี้ ใครสนใจเข้าไปชมคันจริงกันได้ในงานครับ การจำหน่ายจะแยกเป็น 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย BR-V E และ BR-V EL

●   นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชันที่ 2 ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบคุณค่าที่ตอบโจทย์ในทุกด้าน มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่ารถยนต์ในคลาสเดียวกันและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งผสานความสปอร์ตพรีเมียม ดีไซน์แข็งแกร่งสไตล์เอสยูวี และความอเนกประสงค์ ห้องโดยสารกว้างขวางและคล่องตัวแบบรถเอ็มพีวี อีกทั้งครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย โดยฮอนด้า เชื่อมั่นว่า ฮอนด้า บีอาร์-วี ใหม่ จะมีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนตลาดเอสยูวี รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัปรถเอสยูวีของฮอนด้าไปอีกขั้น”

นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด

●   ราคาจำหน่ายเริ่มต้น BR-V E เปิดออกมาที่ 915,000 บาท ส่วน BR-V EL ราคาเริ่มต้น 973,000 บาท สีภายนอกเลือกได้ระหว่าง ขาว Premium Sunlight White Pearl (เฉพาะรุ่น EL), ดำ Crystal Black Pearl (E และ EL) หรือขาว Tafetta White (เฉพาะรุ่น E) สีภายในห้องโดยสารรุ่น E จะเป็นสีทูโทน ดำ/Mocha Grey ส่วนรุ่น EL จะเป็นสีดำ

  • BR-V E สี Tafetta White – 915,000 บาท
  • BR-V E สี Black Pearl – 921,000 บาท
  • BR-V EL สี Black Pearl – 973,000 บาท
  • BR-V EL สี Sunlight White – 977,000 บาท

●   สำหรับรายละเอียดตัวรถ เราจะมาย้อนความกันสั้นๆ ครับ

●   BR-V ใหม่มากับชุดกระจังหน้าใหม่ทั้งหมด รุ่น EL ตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black, กันชนหน้า/หลังแบบใหม่ รุ่น EL ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงิน, ชุดไฟหน้าแบบ LED พร้อมชุดไฟ DRL สำหรับวิ่งกลางวัน, รุ่น EL มีไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED, ไฟท้ายแบบ LED, กระจกมองข้างปรับ/พับไฟฟ้า รุ่น EL เพิ่มฟังก์ชั่นพับเก็บอัตโนมัติ และมีคิ้วตกแต่งสเกิร์ทข้างสีเงิน, ราวหลังคาตกแต่งแบบสปอร์ต, เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยลายใหม่ โดยรุ่น E จะมีขนาด 16 นิ้ว ส่วนรุ่น EL ขนาด 17 นิ้ว

●   ขนาดตัวเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบันจะใหญ่ขึ้นนิดหน่อย ความยาวรวมอยู่ที่ 4,490 มม. (+34 มม. โดยประมาณ) กว้าง 1,780 มม. (+45 มม.) สูง 1,651 – 1,685 มม. (+19 มม. โดยประมาณ) ความยาวฐานล้อจากหน้า-หลัง 2,700 มม. (+38 มม.)

●   เลย์เอาท์ห้องโดยสารเป็นแบบเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง ตกแต่งด้วยวัสดุ Piano Black, หนังแท้, หนังสังเคราะห์ อุปกรณ์มาตรฐานมี จอแสดงข้อมูลการขับแบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์, Paddle Shift (รุ่น EL), จอทัชสกรีนสำหรับแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่าน Android Auto หรือ Apple CarPlay, ฟังก์ชั่นสั่งการด้วยเสียงผ่าน Siri หรือ Google Assistant, พอร์ท USB 2 ตำแหน่ง, รุ่น E ช่องจ่ายไฟสำรอง 2 ตำแหน่ง (รุ่น EL 3 ตำแหน่ง) และรุ่น E ลำโพง 4 ตำแหน่ง (รุ่น EL 6 ตำแหน่ง)

●   ด้านความสะดวก BR-V ใหม่มีที่วางแก้วน้ำ 8 ตำแหน่ง, พนักเท้าแขนด้านหน้าและด้านหลัง, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ, ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง, ฟังก์ชั่น Remote Engine Start สตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท, เบาะแถว 2 และ 3 ปรับ/พับได้หลายรูปแบบ โดยเบาะแถว 2 จะมีพื้นที่วางขามากขึ้น ปรับ/พับ/แยกแบบ 60:40 พร้อมฟังก์ชั่น One Motion พับตลบจังหวะเดียว และสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลัง พร้อมเอนพนักพิงได้ 3 ระดับ ส่วนเบาะแถว 3 ก็จะมีพื้นที่วางขามากขึ้นเช่นกัน โดยสามารถพับแยกได้แบบ 50:50 และปรับเอนพนักพิงได้ 2 ระดับ

●   BR-V ใหม่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC i-VTEC ความจุ 1.5 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT กำลังสูงสุด 121 แรงม้า (PS) ที่ 6,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 14.7 กก.-ม. ที่ 4,300 รอบต่อนาที ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยจากโรงงานประมาณ 16.1 กม./ลิตร และรองรับการใช้เชื้อเพลิง E20

●   ทุกรุ่นย่อยมีชุดระบบความปลอดภัย Honda SENSING อาทิ ระบบ Auto High-Beam ปรับไฟสูงอัตโนมัติ, ระบบ Collision Mitigation Braking System เตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรค, ระบบ Adaptive Cruise Control ควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน, ระบบ Lead Car Departure Notification System เตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่, ระบบ Lane Keeping Assist System ช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบ Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning เตือนและช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกช่องทาง

●   เสริมด้วยระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน, ฟังก์ชั่นกล้องแสดงภาพด้านหลัง, ฟังก์ชั่น Emergency Stop Signal สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน, ระบบเบรค ABS พร้อม EBD, ระบบ Hill Start Assist ช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, ระบบ Vehicle Stability Assist ช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง, ระบบ Walk Away Auto Lock ล็อครถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ, ระบบ Auto Door Lock By Speed ล็อคประตูรถอัตโนมัติตามความเร็วรถ, ฟังก์ชั่น Rear Seat Reminder ไฟเตือนเบาะด้านหลัง, จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX & Child Anchor และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (รุ่น EL)

●   นอกจากนี้ยังมีแพคเกจตกแต่งให้อีก 2 ชุด ได้แก่ (1) Utility Package ราคา 2,950 บาท ประกอบด้วย แผ่นกันรอยเบาะพนักพิงหลัง และกระบะใส่ของท้ายรถ (2) Value Package ราคา 1,050 บาท ประกอบด้วย ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส และคิ้วบันไดสเตนเลส

●   ใครอยากได้อุปกรณ์ตกแต่งเฉพาะจุดยังมี คิ้วตกแต่งฝากระโปรงท้าย ราคา 1,900 บาท, คิ้วกันสาด ราคา 2,600 บาท, คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,800 บาท, คิ้วตกแต่งกระจกมองข้าง ราคา 800 บาท, ปลอกท่อไอเสียสเตนเลส ราคา 580 บาท, ม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง ราคา 2,500 บาท เป็นต้น

●   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th (บริการออนไลน์แชทโดยตรงกับเซลส์) หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร. 02-341-7777 หรือ หรือเว็บไซท์ www.honda.co.th/brv ทั้งนี้ ฮอนด้าระบุว่าตัวรถจะพร้อมส่งมอบตั้งแต่ 19 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไปครับ     ●

Grand Opening : 2022 Honda BR-V