October 4, 2022
Motortrivia Team (8192 articles)

Toyota Hilux Revo Z Edition D-Cab 4×2 ช่วงล่าง GR ราคาเท่าเดิม

เรื่อง : นาธัส แสงสุริยะ

●   โตโยต้า เพิ่มทางเลือกในตลาดปิกอัพ 4 ประตู แบบไม่ยกสูง ด้วยรถรุ่น Hilux Revo Z Edition D-Cab ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ปรับจูนช่วงล่างใหม่โดยยกชุดมาจากรุ่นดับเบิลแค็บ 4×2 2.8 GR Sport เปลี่ยนใหม่ทั้งสปริง, แหนบ, ช๊อกฯ หน้าหลัง รวมทั้งล้อและยางเพื่อให้มีความนุ่มนวลสไตล์เก๋ง เน้นความคุ้มค่าน่าสนใจด้วยการคงราคาเดิม 805,000 บาท

ช่วงล่างใหม่ยกชุด นุ่มนวลเกาะถนนดี

●   ไฮไลต์ของรถรุ่นนี้อยู่ที่การปรับช่วงล่างใหม่หมด พื้นฐานเดิมด้านหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริง เหล็กกันโคลง ด้านหลังแหนบซ้อน ปรับคอยล์สปริงหน้าและแหนบหลังลดความสูงลง 23 มิลลิเมตร ช่วยเรื่องแฮนด์ลิ่งและลดการโคลงของตัวรถ เปลี่ยนช๊อคฯ ด้านหน้าและด้านหลังขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อความนุ่มนวลในการขับ ดูดซับแรงกระแทกและรั้งการดีดตัวของสปริงแหนบ

●   เปลี่ยนล้อใหม่ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.5×17 นิ้ว ใช้ร่วมกับโตโยต้า โคโรลล่า ครอส รุ่น 1.8 โดยถอดฝาครอบพลาสติกออก ปรับไซส์ยางจากเดิม 215/65 R16 เป็น 215/55 R17 เน้นความนุ่มนวลและเกาะถนนด้วยยางประสิทธิภาพสูง Bridgestone Turanza T005A เบรกหน้าดิสก์พร้อมครีบระบายความร้อน ด้านหลังดรัมเบรก มี ABS และ EBD พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ วงเลี้ยวแคบสุด 5.9 เมตร

รูปลักษณ์พร้อมใช้ ไม่ต้องแต่งเพิ่ม

●   ภายนอกตกแต่งตามเกรดของรุ่น Mid ไฟหน้า Bi-Beam LED พร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ และสวิตช์ปรับระดับสูง-ต่ำ คั่นกลางด้วยกระจังหน้าสีดำเงาล้อมกรอบด้วยโครเมียม ไฟท้าย LED Light Guiding กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าและพับด้วยมือ มีไฟเลี้ยวในตัว ครอบกระจกมองข้างเป็นสีโครเมียมเข้าชุดกับที่เปิดประตูหน้า-หลัง พื้นที่กระบะหลังมีความลึก 1,555 มิลลิเมตร กว้าง 1,540 มิลลิเมตร สูง 480 มิลลิเมตร

●   มิติตัวรถมีความยาว 5,285 มิลลิเมตร กว้าง 1,855 มิลลิเมตร สูง 1,700 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,085 ความกว้างล้อหน้าหลังเท่ากัน 1,510 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุด 141 มิลลิเมตร น้ำหนักรถ 1,808 กิโลกรัม

●   ภายนอกโดยรวมถือว่าดูดีพอสมควรในแง่รถใช้งาน มีการตกแต่งด้วยโครเมียมที่สวยงามดูดี สายซิ่งอาจมองว่าล้อเล็กและหุบเข้าในมากไปหน่อย ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะโป่งล้อค่อนข้างใหญ่ แต่ถ้าใส่ล้อใหญ่กว่านี้ ก็จะส่งผลถึงหลายส่วนทั้งความนุ่มนวลและอัตราสิ้นเปลือง

แรงเหลือใช้ ได้ความประหยัด

●   เครื่องยนต์ 2GD-FTV (High) แบบดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กระบอกสูบ 92.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 90.0 มิลลิเมตร ความจุ 2,393 ซีซี อัตราส่วนการอัด 15.6:1 กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบต่อนาที ถังน้ำมันจุ 80 ลิตร ขับเคลื่อนล้อหลัง เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อมโหมด +/- Sequential Shift

●   ก่อนขับไม่ได้คาดหวังอะไรมากในเรื่องอัตราเร่ง เพราะตัวรถค่อนข้างใหญ่ นั่งกัน 4 คน แถมข้าวสารจากโรงสีข้าวรัชมงคลที่จะนำไปมอบให้โรงเรียนอีก 100 กิโลกรัม แต่พอได้ขับแล้วแปลกใจ อัตราเร่งดีกว่าที่คิดไว้ เร่งได้ลื่นไหลโดยที่ไม่ต้องใช้รอบสูง ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับการขับเก๋งดีเซล 2.0 ลิตร เสียงเครื่องยนต์ไม่ดังมาก ความสั่นสะเทือนก็มีน้อย ขับยาวๆ กว่า 130 กิโลเมตรได้โดยไม่รู้สึกล้าหรืออ่อนเพลีย ช่วงแรกเพื่อนสื่อมวลชนขับฝ่ารถติดจากในเมืองในวันพายุเข้า ระยะทางประมาณ 74 กิโลเมตร ได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 13.7 กิโลเมตรต่อลิตร ขับต่อช่วง 2 ลากยาวจนถึงที่พักจบทริปช่วงขาไป ได้ 14 กิโลเมตรต่อลิตร ทั้งที่มีช่วงขับขึ้นเขาใหญ่จากฝั่งนครนายก มาลงฝั่งนครราชสีมา นับว่าประหยัดใช้ได้

ช่วงล่างนั่งสบาย ขับง่าย เกาะถนนดี

●   ตลอดทริปนี้มีฝนตกหนักสลับเบาตลอดเวลา เส้นทางที่ใช้ก็มีแอ่งน้ำขังเป็นระยะ ช่วงแรกเพื่อนสื่อมวลชนขับก็ยังแอบลุ้นว่าเวลาลงแอ่งน้ำจะมีอาการแฉลบหรือไม่ และขับใช้ความเร็วก็ค่อนข้างสูง แต่ก็ไม่ได้ทักท้วงเพราะไว้ใจกัน แต่เท่าที่นั่งไปด้วยรถก็ไม่มีอาการน่าหวาดเสียวแต่อย่างใด พอสลับมาขับเองถึงได้รู้ว่าทำไมถึงกล้าขับเร็ว เพราะตัวรถค่อนข้างนิ่งแม้จะขับฝ่าน้ำด้วยความเร็วสูงเกินปกติไปเล็กน้อย พวงมาลัยไม่มีอาการดึง ฝ่าไปได้แบบนิ่งๆ ตรงนี้ยกความดีความชอบให้ยาง ขับทางตรงที่มีน้ำอยู่บนผิวถนน ก็ไปได้อย่างมั่นใจ แต่ก็ใช้ความเร็วที่เหมาะสม ไม่ได้เร็วจัดจ้าน

●   ช่วงขึ้น-ลงเขาใหญ่ แอบกังวลเล็กน้อย เพราะรถไม่มี TRC หรือระบบป้องกันล้อหมุนฟรี เครื่องยนต์ก็แรงพอตัว ถ้ากดคันเร่งสุ่มสี่สุ่มห้าอาจมีหมุนได้ เพื่อความปลอดภัยเลยกดใช้โหมด ECO คันเร่งนวลๆ หน่วงๆ ไม่จี๊ดจ๊าดมากนัก แต่ก็ขับขึ้น-ลงเนินได้สบายเพราะเครื่องยนต์มีแรงบิดสูงในรอบต่ำ ใช้เกียร์ในโหมด Sequential ช่วยดึงหน่วงรถไว้นิดๆ (แต่ไม่ได้เชนจ์เกียร์เพื่อลดความเร็ว) ขับในโค้งได้มั่นใจขึ้น จริงๆ ในตำแหน่งเกียร์ D ระบบก็มีการหน่วงให้บ้างในบางจังหวะที่ลงเนินชันยาวๆ แต่ถ้าควบคุมเองได้ก็ยิ่งดีกว่า

●   พวงมาลัยแร็กแอนด์พิเนียนพร้อมเพาเวอร์ มีการผ่อนแรงในแบบที่ชอบคือ ค่อนข้างหนืดแน่น ไม่เบาหวิว ขับบนทางคดเคี้ยวได้อย่างมั่นคง ไม่เบาเกินไปจนต้องประคองหรือทำให้การเลี้ยววูบวาบ แต่ก็ไม่หนักมากจนขาดความคล่องตัว แม่บ้านร่างเล็กขับได้สบายถ้าปรับท่านั่งให้ถูกต้อง

●   วันรุ่งขึ้นเดินทางกลับตีตั๋วนั่งเบาะหลังตลอดทาง น้ำหนักบรรทุกน้อยลงเนื่องจากกลับแค่ 3 คน และไม่มีข้าวสารที่กระบะหลัง คิดว่าช่วงล่างหลังจะดีดๆ เด้งๆ ตามบุคลิกของรถกระบะ แต่กลับนั่งสบายกว่าที่คิด ถ้าไม่เจอผิวถนนที่โหดสาหัสจริงๆ จะนั่งได้อย่างนุ่มสบาย มีอาการดีดเด้งน้อยมาก พนักพิงเบาะหลังก็ปรับองศามาค่อนข้างเอน มีที่เท้าแขนพร้อมที่วางแก้วน้ำตรงกลาง ทำให้นั่งเพลินสบายตลอดระยะทางกว่า 200 กิโลเมตร เพื่อนสื่อมวลชนที่รับหน้าที่ขับก็ไม่ยอมน้อยหน้า ทำตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยได้ 14 กิโลเมตรต่อลิตรเช่นกัน

อุปกรณ์มาตรฐานเพียงพอ แต่อยากขอเพิ่ม

●   เท่าที่ทั้งขับและนั่งกว่า 400 กิโลเมตร รู้สึกว่าห้องโดยสารพยายามปรับให้เหมาะกับการใช้งานแบบโดยสาร และพยายามควบคุมต้นทุนเพื่อจำหน่ายในราคาเดิม เบาะนั่งและแผงข้างหุ้มผ้าสีดำ เบาะผู้ขับปรับสูง-ต่ำได้

●   มาตรวัดสวยงามมีจอแสดงข้อมูลแบบสี TFT พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น ปรับได้ 4 ทิศทาง สูง-ต่ำ-ใกล้-ไกล มีที่วางแก้วน้ำใต้ช่องแอร์ด้านหน้าทั้ง 2 ฝั่ง ที่ชอบใจสุดๆ คือ จอกลางระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เพราะต้องใช้ Google Map นำทางและดูสภาพการจราจรอยู่เสมอ เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าปรับระดับได้ ด้านหน้ามีช่องจ่ายไฟฟ้า 12 โวลต์ 2 ช่อง ถ้าจะชาร์จ USB ก็ต้องหาอะแดปเตอร์มาใช้

●   แอร์เป็นแบบปุ่มหมุน หน้าตาไม่หล่อ แต่ก็พอเข้าใจได้ เบาะหลังไม่มีช่องแอร์และช่องชาร์จ กระจกมองหลังปรับลดแสงแบบคันโยก กุญแจยังเป็นแบบเสียบแล้วบิดสตาร์ท แต่โดยส่วนตัวแล้วไม่ได้รู้สึกลำบากอะไร เพราะไม่ได้ใช้บ่อยๆ อุปกรณ์ที่อยากได้เพิ่มก็มีระบบ Blind Spot กับ TRC แทร็กชั่นคอนโทรล และเซ็นเซอร์หลังแบบเสียงเตือนก็ยังดี

●   โดยรวมรถรุ่นนี้ปรับปรุงมาเพื่อให้ใช้งานแทนรถเก๋งได้สบายๆ จากระบบกันสะเทือนที่ปรับปรุงใหม่ ให้ทั้งความนุ่มนวล การยึดเกาะถนนที่ดี และความทนทานในระยะยาวที่ดีกว่ารถเก๋งในระดับราคาเดียวกัน อาจต้องแลกมาด้วยความนุ่มนวลที่ยังด้อยกว่าบ้างแต่ก็นับว่าคุ้ม โดยเฉพาะถ้ามองในแง่ซื้อรถมาเพื่อใช้งานอย่างจริงจัง เน้นความคุ้มค่าทั้งตอนซื้อและตอนเซอร์วิส อุปกรณ์มาตรฐานไม่ขาดแคลน ใช้รถได้อย่างสะดวก ความกว้างขวางเหลือเฟือตามสไตล์ปิกอัพที่ฐานล้อยาว การเก็บเสียงทำได้ดี กระบะหลังใส่ของได้อีกพอสมควร เครื่องยนต์ตอบสนองดี ขับขึ้น-ลงเขาใหญ่ได้คล่อง ไม่อืด เพียงพอสำหรับการใช้งานแน่ๆ ขับทางราบใช้ความเร็วตามกฎหมายได้ความประหยัดพอสมควร เป็นรถแบบคันเดียวจบ ใช้งานได้แบบเก๋ง และบรรทุกได้ด้วย     ●

ขอบคุณ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด อำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

Group Test : 2022 Toyota Hilux Revo Z Edition D-Cab 4×2