September 5, 2023
Motortrivia Team (10468 articles)

2024 MINI Cooper SE ฮอทแฮทช์ไฟฟ้าเจนฯ ใหม่ เตรียมผลิตที่จีน

เรื่อง : AREA 54

●   หลังจากที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ร่วมมือกันก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในนาม Spotlight Automotive Ltd. ในปี 2022 และตั้งโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ในมณฑลเจียงซู ประเทศจีน ในที่สุดรถรุ่นแรกที่พวกเขากำลังจะเปิดตัวและผลิตที่โรงงานแห่งนี้ก็คือ ฮอท แฮทช์ 3 ประตูพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด MINI Cooper SE ซึ่งจะเริ่มทำตลาดยุโรปเป็นที่แรกในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2024 หรือราวๆ เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

●   การเปิดตัว Cooper SE ใหม่อย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในงาน 2023 IAA auto show (Internationale Automobil-Ausstellung หรือ International Motor Show Germany) ที่เมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 5 – 10 กันยายน 2023 ที่จะถึงนี้

●   Cooper SE ใหม่รหัสตัวถัง J01 เป็นผลงานการพัฒนาของ Spotlight Automotive โดยตรง ตัวรถยังคงเก็บสัดส่วนภาพลักษณ์ของ MINI Hatch แบบดั้งเดิมเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งภายนอกและภายใน ทว่ามีการปรับรูปแบบใหม่ทั้งหมดให้ดูเรียบง่ายในแบบเรขาคณิต ทั้งกรอบชุดไฟวงรี และเส้นกรอบกระจังหน้าบางๆ สไตล์มินิมอลลิสท์

●   ห้องโดยสารแม้จะมีการวางเลย์เอาท์ใหม่ทั้งหมด ทว่าเรายังรับรู้ได้ว่านี่คือห้องโดยสารของมินิ (ที่มีความล้ำยุคสมัยยิ่งขึ้น) ทันทีที่แรกเห็น ไฮไลท์สำคัญคือการถอดมาตรวัดหลังพวงมาลัยทิ้งไป แล้วใช้จอ Head-up display ให้ข้อมูลสำคัญๆ กับผู้ขับเพียงอย่างเดียว ส่วนจอทัชกรีนทรงกลมกลางแผงแดชบอร์ด มินิใช้จอ OLED รุ่นใหม่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 24 ซม. ซึ่งจะโฟกัสไปที่การใช้งานคำสั่งเสียงเป็นหลัก ผู้ขับสามารถเรียกใช้งานระบบผู้ช่วยเสมือน Intelligent Personal Assistant หรือเจ้าสุนัขดิจิทัล “Spike” ได้ผ่านคำสั่งเริ่มต้น “Hey MINI” เพื่อลดการละมือจากพวงมาลัย

●   อีกหนึ่งไฮไลท์คือ ด้านล่างของจอทัชสกรีนจะมีแผงสวิทช์แบบ Toggle (Toggle Bar) ดีไซน์ใหม่ให้ใช้งาน ไล่จากซ้ายไปขวาประกอบด้วย ปุ่มเบรคมือไฟฟ้า, สวิทช์เลือกตำแหน่งเกียร์, สวิทช์ Stop/Start เครื่องยนต์แบบบิดซ้าย/ขวา, สวิทช์สั่งงาน Experience mode สำหรับเลือกโหมดในการขับ และปุ่มควบคุมระดับเสียง

●   ทั้งนี้ โหมดในการขับ หรือ Experience mode แบบใหม่ สามารถเลือกได้ทั้งหมด 7 โหมด แยกเป็น 3 โหมดหลัก Core, Green หรือ Go-Kart แต่ละโหมดจะมีการปรับการตอบสนองของคันเร่ง ระดับการเรียกคืนพลังงานของระบบชาร์จไฟกลับขณะเบรค/ถอนคันเร่ง ระดับเสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์ รวมถึงรูปแบบการแสดงผลของระบบอินโฟเทนเมนท์ ส่วนอีก 4 โหมดที่เหลือ Balance, Timeless, Personal หรือ Vivid จะเป็นการกำหนดค่าต่างๆ รวมทั้งการแสดงผลบนจอทัชสกรีนแบบส่วนบุคคคล ซึ่งผู้ขับสามารถเลือกภาพแบคกราวด์เองได้ด้วย

●   ในระยะแรก การจำหน่ายจะแยกเป็น 2 ทางเลือกหลัก ประกอบด้วย Cooper E และ Cooper SE โดยทั้ง Cooper E และ Cooper SE จะใช้เลย์เอาท์มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้าเหมือนกันทั้งคู่ รุ่นพื้นฐาน Cooper E กำลังสูงสุด 184 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 29.5 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 7.3 วินาที แบตเตอรี่แพคความจุ 40.7 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จ 1 ครั้งวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 305 กม. ตามมาตรฐาน WLTP ของยุโรป

●   รุ่นท๊อป Cooper SE ขยับตัวเลขกำลังสูงสุดขึ้นไปเป็น 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 33.6 กก.-ม. อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ภายใน 6.7 วินาที แบตเตอรี่แพคเพิ่มความจุเป็น 54.2 กิโลวัทท์-ชม. ชาร์จเร็วจาก 10 – 80% ภายใน 30 นาที ส่วนชาร์จเต็ม 1 ครั้งจะวิ่งทำระยะทางได้ประมาณ 402 กม.

●   มินิจะเริ่มจำหน่าย MINI Cooper SE ในยุโรปเป็นที่แรกภายในช่วงปี 2024 ที่จะถึงนี้ จากนั้นจะเป็นคิวของตลาดอเมริกาเหนือซึ่งจะปัดไปเป็นรถรุ่นปี 2025 ราคาจำหน่ายยังไม่มีข้อมูลในเวลานี้ เบื้องต้นโรงงานในมณฑลเจียงซูจะมีกำลังการผลิตในระยะแรกราวๆ 160,000 คันต่อปี ส่วนโรงงานในสหราชอาณาจักร หรือ Plant Oxford นั้น จะเริ่มเดินสายการผลิตในช่วงปี 2023 ครับ         ●

2024 – 2025 MINI Cooper SE