January 27, 2024
Motortrivia Team (10406 articles)

Range Rover SV ขีดสุดของความหรูหรา ที่สามารถปรับแต่งได้

เรื่อง – ภาพ – วีดิโอ : นาธัส แสงสุริยะ

●   บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายจากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการในไทย เปิดตัวเอสยูวีฟูลไซส์เวอร์ชั่นหรูพิเศษ Range Rover SV รุ่นปี 2024 ผลงานจากแผนกคัสตอม Special Vehicle Operations (SVO) ของแลนด์โรเวอร์ ตัวรถใช้พื้นฐานของ Land Rover Range Rover โฉมปัจจุบันเจนเนอเรชั่น 5 โดย Range Rover SV จัดเป็นรุ่นท๊อป ราคาเริ่มต้น 16,999,000 บาท เน้นกลุ่มเจ้าของธุรกิจ, ผู้บริหารระดับสูง, นักการเมืองระดับสูง รวมทั้งบุคคลที่มีชื่อเสียงหรืออินฟลูเอ็นเซอร์

●   Range Rover SV ในตลาดโลกมีเครื่องยนต์ให้เลือกทั้งดีเซลล้วนและดีเซล Mild Hybrid (MHEV) เครื่องยนต์เบนซิน Mild Hybrid (MHEV) และปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) รวมทั้งเครื่องยนต์เบนซินล้วนแบบ V8 ส่วนในเมืองไทยจะเน้นเครื่องยนต์เบนซิน ปลั๊ก-อิน ไฮบริด รุ่นย่อย P460e เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 2,996 ซีซี เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า มีกำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ 460 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบตเตอรี่ไฮบริดแบบ Lithium-ion ความจุ 38 kWh ขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 100 กิโลเมตร ชาร์จด้วย Wall Box 7kW ใช้เวลา 5 ชั่วโมง ถ้าใช้หัวจ่าย DC 50kW ใช้เวลา 40 นาที จะชาร์จได้ 80 เปอร์เซ็นต์

●   รุ่นฐานล้อยาว 5 ที่นั่ง มิติตัวรถมีความยาว 5,252 มิลลิเมตร กว้าง 2,047 มิลลิเมตร สูง 1,870 มิลลิเมตร ฐานล้อ 3,197 มิลลิเมตร แม้เป็นรถหรู แต่ก็ออกแบบให้ลุยแบบออฟโรดได้จริงจัง ในโหมดมาตรฐานมีมุมปะทะ 26.1 องศา มุมคร่อม 20.1 องศา และมุมจาก 24.5 องศา และถ้าปรับการขับเคลื่อนเป็นโหมดออฟโรด จะลุยได้มากขึ้นด้วยตัวเลข 34.7, 25.9 และ 29 องศา ตามลำดับ ลุยน้ำลึกสูงสุด 900 มิลลิเมตร

●   มาพร้อมโหมดการขับเคลื่อนที่หลากหลาย สำหรับการขับบนทางออฟโรดรูปแบบต่างๆ ใช้งานง่ายเพียงหมุนปุ่มที่คอนโซลเกียร์ เลือกโหมดการขับให้เหมาะสมกับสภาพถนน หรือจะใช้โหมด AUTO ก็ได้ ระบบจะเลือกการขับเคลื่อนให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ มาพร้อมระบบครูสคอนโทรลแบบขับตามคันหน้าในโหมดออฟโรด ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

●   คันที่ได้ทดลองขับเป็นรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบเรียง 2,997 ซีซี เทอร์โบ กำลังสูงสุด 350 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD ขับนุ่มนวลแทบแยกไม่ออกว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล อัตราเร่งเหลือเฟือสำหรับการใช้งานทั่วไป การเร่งจากจุดหยุดนิ่งหรือเร่งแซง ทำได้ทันใจและแทบไม่ต้องคิ๊กดาวน์ เกียร์เปลี่ยนนุ่มนวลฉับไวทั้งขึ้นและลง ขับทางไกลได้อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 10-12 กิโลเมตรต่อลิตร

●   ขับเคลื่อนความหรูหราด้วยสมรรถนะที่เต็มเปี่ยม ระบบกันสะเทือนแบบถุงลมปรับความสูงและความหนึบได้ มีระบบเลี้ยว 4 ล้อ All Wheel Steering ล้อหลังควบคุมด้วยไฟฟ้าให้มุมเลี้ยว 7 องศา ความเร็วต่ำล้อหลังหมุนตรงข้ามกับล้อหน้า เพื่อให้วงเลี้ยวแคบ และที่ความเร็วสูงล้อหลังจะเลี้ยวทางเดียวกับล้อหน้าเพื่อความคล่องตัว จากการทดลองขับพบว่าระบบเลี้ยว 4 ล้อช่วยให้ลดอาการโคลงเมื่อเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูงอีกด้วย ทำให้นั่งเบาะหลังได้สบายยิ่งขึ้น

●   ระบบไฟส่องสว่างแบบ LED ทั้งคัน ไฟหน้า Digital LED ความละเอียดสูง ลำแสงไกล 500 เมตร มาพร้อมเทคโนโลยี Adaptive Front Lighting ระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติ เทคโนโลยีเบี่ยงแสงไฟแบบคาดการณ์ขณะขับ Predictive Dynamic Bending Light ใช้ข้อมูลจากระบบนำทางเพื่อปรับลำแสงเมื่อถึงทางโค้ง พร้อมระบบกล้องรอบคัน 3 มิติ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control ทั้งหมดนี้ได้ใช้แล้วพบว่าช่วยให้การขับผ่อนคลายและปลอดภัยยิ่งขึ้น

●   ไฮไลต์ของ Range Rover SV คือ การปรับแต่งตัวรถทั้งภายนอกและภายในได้แบบไม่จำกัด เพื่อให้ได้รถที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด และมีความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ยกตัวอย่างเช่น ธีมการตกแต่ง SV Serenity แบบเดียวกับที่ได้ทดลองขับเน้นความหรูหราล้ำสมัย และ SV Intrepid เน้นความสปอร์ตเข้มขรึม และในแต่ละจุดของภายนอกก็สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการตกแต่งได้อีกด้วย ทั้งสีของตัวอักษร สีหลังคา ครอบกระจกมองข้าง การตกแต่งกันชนหน้า ขนาดและลวดลายของล้อแม็ก รวมทั้งสีของคาลิเปอร์เบรก

●   การใช้วัสดุพิเศษเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความแตกต่าง ที่ทำให้ Range Rover SV มีความหรูหราและทันสมัย โดยเฉพาะการใช้เซรามิกในการผลิตตราสัญลักษณ์ SV สีดำที่อยู่ด้านท้ายรถ โดยใช้เทคนิคการผลิตเดียวกับการผลิตหน้าปัดนาฬิกาหรู และเป็นครั้งแรกที่ใช้กับภายนอกรถยนต์

●   Range Rover SV มาพร้อม SV Bespoke Service วัสดุพิเศษเฉพาะจากผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคนิค Special Vehicle Operations เป็นทางเลือกในการสร้างสรรค์ความหรูหราทันใหม่ในแบบฉบับของตนเอง ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแบบดั้งเดิม และเนื้อผ้าที่ผสมผสานระหว่าง Ultrafabrics™ และผ้าวูลผสม Kvadrat™ แซมด้วยการตกแต่งด้วยโลหะผิวเงา เซรามิกเนื้อเรียบ งานประดับกระเบื้องโมเสคอันประณีต และหนังอะนิลีนเนื้อนุ่ม และสามารถเลือกสีมาตรฐานของ Range Rover หรือสีเพิ่มเติมได้ 14 สีใน SV Bespoke Premium Palette ซึ่งรวมถึงสีเคลือบเงาและสีซาติน

●   ภายในมีให้เลือกถึง 391 เฉดสี ส่วนชุดสี SV Bespoke ประกอบด้วยสีซาตินและเคลือบเงามากกว่า 230 สี มีบริการ Match to Sample ทำให้เลือกตกแต่ง Range Rover ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างแท้จริง สามารถเข้าถึงวัสดุได้ตามต้องการ ซึ่งการปรับแต่งเฉพาะบุคคลนี้ ทำให้รถยนต์แต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บ่งบอกและสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของอย่างแท้จริง

●   อย่างคันที่ได้ทดลองขับตกแต่งด้วยสีธีมคอนทราส แยกส่วนผู้ขับและผู้โดยสารด้านหลังด้วยโทนสีที่แตกต่าง สามารถใช้เป็นรถประจำตำแหน่งในวันทำงาน และเป็นรถครอบครัวในวันหยุดได้อย่างลงตัว เมื่อเข้าไปนั่งจะให้สัมผัสที่หรูหราเป็นพิเศษ มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของแลนด์โรเวอร์ ผสมผสานกับความล้ำสมัยของอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่ให้มาอย่างครบครัน และสามารถเลือกติดตั้งเพิ่มเติมได้ตามความต้องการ อย่างคันที่ได้ทดลองขับ มีการอัพเกรดอุปกรณ์และการตกแต่งทั้งภายนอกและภายในแบบจัดเต็ม ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 21.999 ล้านบาท

●   แผงคอนโซลออกแบบเรียบง่าย หรูหราด้วยการใช้วัสดุคุณภาพสูงในการตกแต่ง มาตรวัดความละเอียดสูงขนาด 13.7 นิ้ว สามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลายรูปแบบด้วยปุ่มบนพวงมาลัย คอนโซลกลางติดตั้งจอแบบลอยขนาด 13.1 นิ้ว สั่งงานด้วยระบบสัมผัสพร้อมการโต้ตอบแบบ Haptic Controls ระบบปรับอากาศแยก 3 โซน พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Cabin Air Purification Pro มีคุณสมบัติการกรอง PM2.5 และเทคโนโลยี nanoeTM X ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ แบคทีเรีย ไวรัส และสารก่อภูมิแพ้ได้มาก รวมถึงไวรัส SARS-CoV-2 มาพร้อมระบบเสียงสมบูรณ์แบบสัญชาติอังกฤษจาก Meridian Surround Sound 1,600 วัตต์ 35 ลำโพง 35และมีลำโพงเสริม 20 วัตต์ในพนักพิงศีรษะ เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า 24 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชั่นการนวดที่หลากหลาย ออกแบบการสั่งงานให้เข้าใจง่ายใช้งานสะดวก ที่เท้าแขนระหว่างเบาะคู่หน้ามีตู้เย็นที่สามารถปรับความเย็นได้ 2 ระดับ หรือจะปิดเมื่อไม่ใช้งานก็ได้

●   ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วย SV Signature Suite แบบ 4 ที่นั่ง ควบคุมฟังก์ชั่นการใช้งานด้านหลังทั้งหมดผ่านหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วที่กลางเบาะหลัง มอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับผู้โดยสารด้วยโต๊ะ Club Table พับเก็บด้วยระบบไฟฟ้า โดยจะยกสูงขึ้นจากคอนโซลกลางที่มีความยาวแบบเต็มพื้นที่ ตั้งแต่ด้านหน้าจนถึงด้านหลัง ที่วางแก้วเปิดใช้งานด้วยระบบไฟฟ้า ประตูตู้เย็นก็เป็นระบบไฟฟ้าเช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมม่านบังแดดบนหลังคา การปรับเบาะคู่หลังรวมทั้งการนวด การปรับระบบแอร์ และระบบไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารได้จากหน้าจอเช่นกัน

●   คอนโซลกลางมีพื้นที่สำหรับเก็บของมีค่าได้อย่างปลอดภัย พร้อมแท่นชาร์จแบบไร้สาย การเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟ 12 โวลต์ และปลั๊กไฟ 220 โวลต์ อยู่ใต้ที่วางแขนกลางเบาะหลังที่เป็นแบบ Executive Class มอบประสบการณ์ความบันเทิงขั้นสูงสำหรับที่นั่งด้านหลังด้วยหน้าจอขนาดความละเอียดสูงขนาด 11.4 นิ้ว แบบปรับได้ ติดตั้งอยู่ที่ด้านหลังของเบาะพิงด้านหน้าพร้อมหูฟังประสิทธิภาพสูง 2 ชุด พิเศษเฉพาะรุ่น SV เท่านั้น เต็มอิ่มกับอรรถรสด้านความบันเทิงด้วยระบบ Active Noise Cancellation ตัดเสียงรบกวนจากภายนอกผ่านลำโพงพนักพิงศีรษะ

●   ที่เก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างขวาง สามารถเลือกติดตั้งเก้าอี้ขนาดเล็กสำหรับนั่งเล่นขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง ม่านบังสัมภาระเป็นระบบไฟฟ้า มีระบบปรับความสูงของรถด้านหลัง เพื่อให้เคลื่อนนย้ายสัมภาระได้สะดวกขึ้น ประตูท้ายใช้ระบบไฟฟ้าและเป็นแบบแยกส่วน Split Tailgate ประตูส่วนล่างก็ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเช่นกัน สามารถสั่งงานผ่านปุ่มในห้องโดยสาร รีโมทคอนโทรล หรือสั่งงานด้วยระบบ Hand Free ที่มีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่บริเวณหลังซุ้มล้อหลังทั้ง 2 ฝั่ง

●   Range Rover SV ราคาเริ่มต้นที่ 16.999 ล้านบาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง 5 ปี ลองเข้าไปปรับแต่งรถคันโปรดของคุณได้ที่ www.landrover.co.th เฟสบุค facebook.com/LandRoverClubThailand ชมรถคันจริงได้ที่โชว์รูม พระราม 4 โทร. 02-666-7500 และโชว์รูมพารากอน โทร. 02-007-0008 หรือแอดไลน์ @JLRTH         ●

ขอบคุณ จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ประเทศไทย (บริษัท อินช์ เคป ประเทศไทย จำกัด) สำหรับรถทดสอบ

Review : 2024 Range Rover SV